การประชุมสัมมนาประจำปีสมาคมจดหมายเหตุไทยประจำปี 2550
"แม่น้ำโขง : ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ภาษา และวัฒนธรรมกับ
กระแสของความเปลี่ยนแปลง"
วันที่ 24 -25 มกราคม 2551
ณ โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว จ.นครพนม

จัดโดย    มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ , มูลนิธิโตโยต้าแห่งประเทศไทย, บริษัทโตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทยจำกัด, มหาวิทยาลัยนครพนม และ สมาคมจดหมายเหตุไทย

วัตถุประสงค์ของโครงการ     
                1.  เพื่อรายงานการดำเนินการของสมาคมฯ ในรอบปีที่ผ่านมา
                2. เกิดความเคลื่อนไหวและตื่นตัวในวงวิชาการเกี่ยวกับในด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในลุ่มแม่น้ำโขง
                3. เกิดการสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน
                4. เกิดการต่อยอดให้มีมุมมองประเด็นปัญหาใหม่ๆ เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน

 
ผู้เข้าร่วมโครงการ
     
สมาชิกสมาคมจดหมายเหตุไทย  นักจดหมายเหตุ  นักเอกสารสนเทศ  ผู้ปฏิบัติงานด้านเอกสาร  ครู-อาจารย์  นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป

                          การสัมมนาสามัญประจำปีสมาคมจดหมายเหตุไทย  2550  มีกิจกรรมดังนี้
    
                    การประชุมสัมมนาในครั้งนี้มีด้วยกันทั้งสิ้น 2 วัน พิธีเปิดการสัมมนาทางวิชาการจัดขึ้นที่ห้องประชุมใหญ่ โรงแรมนครพนมริเวอร์วิว โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการสัมมนาและมีอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนมกล่าวรายงานจากนั้น พล.ต.อ. เภา  สารสิน ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทยกล่าวเปิดการสัมมนา  หลังจากนั้น เป็นการปาฐกถา เรื่อง “ความหลากหลายทางวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง” โดย ดร. ชาญวิทย์  เกษตรศิริ นายกสมาคมจดหมายเหตุไทยกล่าวถึงประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงที่ต้องพบกับการเผชิญหน้ากันระหว่างการพัฒนาในกระแสหลักกับการพัฒนาในกระแสรองหรือที่เรียกว่าพออยู่ พอกิน และความพอเพียง ส่งผลให้ความสมบูรณ์ทางธรรมชาติกำลังถูกคุกคามจากการพัฒนาเช่นการสร้างเขื่อนขึ้นมา ดังนั้นประชากรที่อยู่บริเวณลุ่มน้ำโขงและดำเนินชีวิตอยู่ในลักษณะพออยู่ พอกิน และพอเพียง ยังคงต้องต่อสู้กับการพัฒนาในกระแสหลักที่ทำลายสภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนี้ต่อไป   เพื่อที่จะทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพนี้คงอยู่คู่กับลุ่มน้ำโขงนี้สืบไป

                 หลังจากการปาฐกถาแล้ว  เป็นการแบ่งห้องสัมมนาในหัวข้อเฉพาะต่างๆ  โดยในส่วนของสมาคมจดหมายเหตุไทยนั้น จัดสัมมนาที่ห้องตวงทอง ในหัวข้อ ประชุมประจำปีสมาคมจดหมายเหตุไทยเป็นการประชุมสมาชิก  และรายงานผลการดำเนินงานโดยนายกสมาคมจดหมายเหตุไทย  และมีพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนจากจังหวัดสกลนคร  นอกจากนี้ที่ประชุมสมาคมจดหมายเหตุไทย  โดยมติที่ประชุมเห็นชอบให้มีการเปลี่ยนชื่อสมาคม จากสมาคมจดหมายเหตุไทยเป็นสมาคมจดหมายเหตุสยาม หลังจากนั้นเป็นการปาฐกถาพิเศษว่าด้วย “จดหมายเหตุฟิล์ม “แม่น้ำโขงจากทิเบตถึงเวียดนามใต้”  โดย อ. อัครพงษ์  ค่ำคูณเป็นการแนะนำแม่น้ำโขงผ่านทางภาพยนตร์สารคดีเรื่อง  Mekong  Exploring: The  Mother  of  water ซึ่งอ. อัครพงษ์  ค่ำคูณ แปลเป็นภาษาไทยว่า “การสำรวจแม่น้ำโขง: มารดาแห่งปวงวารี” ผลงานของนิโคล  ชิเอ ชาวออสเตรเลีย  มีความยาวประมาณ 15 นาที ซึ่งถ่ายทำจากประสบการณ์จริงของนิโคล  ชิเอ ใน 6 ประเทศ คือ ทิเบต จีน ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม
              
               ช่วงบ่ายเป็นการสัมมนาเรื่อง  “จดหมายเหตุพระธาตุพนม” โดยพระครูโกศลพนมกิจ (ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร)อ. สมชาติ  มณีโชติ (ม. มหาสารคาม) อ. วาริน  รินทระ (ม. นครพนม) และดร. ทวีศิลป์  สืบวัฒนะ เป็นผู้ดำเนินรายการ เป็นการถ่ายทอดประสบการณ์และจดหมายเหตุต่างๆที่มีอยู่และได้พบเห็นที่เกี่ยวข้องกับพระธาตุพนม เช่น บันทึกของพระครูวิโรจรัตโนบลเมื่อปี พ.ศ. 2444, ตำนานพระอุรังคธาตุ ปี พ.ศ. 500 และหลักฐานของชาวต่างชาติเป็นต้น

             การสัมมนาในหัวข้อเรื่อง “จดหมายเหตุลุ่มน้ำโขง: บันทึกและความทรงจำ ลาวกับอีสาน”  โดย อ.กิตติรัตน์  ศรีหบัณ (ม.ราชภัฎอุบลราชธานี) ดร. กัณฐิกา  ศรีอุดม (ม.รังสิต) อ.สิทธา  เลิศไพบูลย์ศิริ และอ.วนิดา  จันทน์ทัศน์ เป็นผู้ดำเนินรายการ นำเสนอเกี่ยวกับเรื่องการตามรอยการเดินทางของ อองรี  มูโอต์  ผู้บันทึกจดหมายเหตุลุ่มน้ำโขง ในสมัยรัชกาลที่ 4 และจดหมายเหตุจากบันทึกความทรงจำ พื้นเวียง  ตำนานท้าวฮุ่งท้าวเจือง ที่นำเสนอเกี่ยวกับการเกิดขึ้นของ  " อีสาน"

           วันที่ 2 ช่วงเช้าเป็นการสัมมนาในหัวข้อเรื่อง “บุญผะเวส: พิธีกรรมและความเชื่อ” โดยคุณอภินันท์  บัวหภักดี  ดร. ภัทรธิรา  ผลงาม (มหาวิทยาลัยราชภัฎเลย) อ. เอกรินทร์  พึ่งประชา (ม. ศิลปากร) และ ดร. ประกอบ  ผลงาม เป็นผู้ดำเนินรายการ นำเสนอการศึกษาเกี่ยวกับประเพณีและความเชื่อในเรื่องของบุญผะเวส หรือบุญผะเหวดที่ อ. ด่านซ้าย จ. เลย และที่จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นพิธีที่จัดขึ้นหลังพิธีีบูชาหอหลวงหรือ หอน้อยเป็นพิธีบูชาผีบรรพบุรุษที่ได้รับสืบทอดประเพณีมาจากหลวงพระบาง  โดยงานบุญหลวงนี้จะจัด 4 วันคือ วันแต่งวัด  วันโฮม  วันพระ  และวันฟังเทศน์   งานบุญหลวงนี้ถือเป็นหนึ่งในฮีตสิบสองของชาวอีสานที่มีความสัมพันธ์กับพระพุทธศาสนา มีการนำมาผสมผสานกับประเพณีการละเล่นผีตาโขนและประเพณีบุญบั้งไฟด้วย

          การสัมมนาเรื่อง  “ การเทครัวในประวัติศาสตร์อุษาคเนย์” โดย อ. แสวง  มาละแซม  (ร.ร. พระยุพราชเชียงใหม่)   อ. สุวิทย์  ธีรศาศวัต (ม. ขอนแก่น)   คุณชินวัฒน์    ตั้งสุทธิจิต   และ   ดร. ชาญวิทย์  เกษตรศิริ เป็นผู้ดำเนินรายการ บรรยายเกี่ยวกับการเทครัวหรือการอพยพผู้คนในที่ต่างๆ เช่น การอพยพหนีภัยสงครามในสมัยต่างๆ,การกวาดต้อนครัวชาวโคราชกลับไปยังเวียงจันทน์ในช่วงกบฏเจ้าอนุวงศ์ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เป็นต้น

         ในช่วงบ่ายเป็นการทัวร์สยามประเทศไทย ไปยัง พระธาตุพนม และเยี่ยมชมบ้านลุงโฮ (บ้านท่านโฮจิมินห์ อดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม)

บ้านลุงโฮ ( ท่านโฮจิมินห์ )