หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


ผู้ช่วยศาสตราจารย์อารย์ นวลอินทร์ เกิดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2477 บ้านอีเก้ง ตำบลพนา อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี เป็นบุตรของ นายอินทร์ และ นางดี นวลอินทร์ มีพี่น้องร่วมมารดา เป็นชาย 2 คน หญิง 3 คน พี่ๆ ถึงแก่กรรมไปหมดแล้ว คงเหลือแต่น้องสาวคนเดียว

ผู้ช่วยศาสตราจารย์อารย์ นวลอินทร์ได้สมรสกับนางนกแก้ว พูเพิ่มสุข มีบุตรธิดา 3 คน คือ นายนพพร นวลอินทร์ นางสาวอมรวรรณ นวลอินทร์ และนางสาวนันทนา นวลอินทร์

การศึกษาในระดับประถมศึกษา จบ ป. 4 เมื่อ พ.ศ. 2488 ที่โรงเรียนบุ่งชาญวิทยา จังหวัดอำนาจเจริญ จบระดับเตรียมอุดมศึกษา ที่โรงเรียนเบจมมหาราช จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อ พ.ศ. 2495 จบประกาศนียบัตรช่างตรีและอนุปริญญาช่างชลประทาน เมื่อ พ.ศ. 2500 และจบปริญญาช่างชลประทานบัณฑิต จากคณะวิศวกรรมชลประทาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2505 จบอนุปริญญาบรรณารักษ์ศาสตร์ จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ. 2506 และได้มาดูแลห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์ ก่อนจะเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศจนกระทั่งจบปริญญา Master of Engineering จาก University of Toronto ประเทศแคนาดา เมื่อ พ.ศ. 2514

เมื่อจบอนุปริญญา เริ่มรับราชการเป็นลูกจ้างชั่วคราวในตำแหน่งอาจารย์ตรี ที่คณะวิศวกรรมชลประทาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2500 และได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการสามัญ ในตำแหน่งช่างตรี ที่กองพลังน้ำ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมชลประทาน มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2501 ในระหว่างนั้นได้ลาศึกษาต่อแบบ Part-time ในระดับปริญญาตรี ระหว่าง พ.ศ. 2501-2505 ที่คณะวิศวกรรมชลประทาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แล้วได้โอนมาเป็นอาจารย์ตรี และได้เลื่อนชั้นเป็นอาจารย์โท ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2509 ได้ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ด้าน Advanced Survey ในสาขา Geodesy ที่ University of Toronto ประเทศแคนาดา ในระหว่างวันที่ 2 กันยายน 2511-20 เมษายน 2514 รวมทั้งฝึกงานในด้าน Distance Measurement and Electronic Surveying ในระหว่างเดือนเมษายน-กรกฎาคม 2512

เมื่อจบการศึกษา Master of Engineering (Geodesy) แล้ว ก็ได้รับราชการต่อที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในตำแหน่งอาจารย์โท และได้รับหน้าที่เป็นเลขานุการคณะวิศวกรรมศาสตร์ ดูแลในด้านบริหารและบริการ จากช่วง พ.ศ.2514-2517 ได้รับหน้าที่เป็นเลขานุการคณะกรรมการประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ ดูแลในด้านวิชาการ ตั้งแต่ พ.ศ. 2514-2521 ทำหน้าที่เป็นประธานอาจารย์ที่ปรึกษากิจกรรมนิสิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ ในระหว่าง พ.ศ. 2517-2521 เป็นผู้ช่วยคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ระหว่าง พ.ศ. 2522-2524 เป็นหัวหน้ากองกิจการนิสิต ระหว่าง พ.ศ. 2526-2528 และเป็นผู้ช่วยอธิการบดีในโครงการพิเศษ ในระหว่าง พ.ศ. 2528-2529 ได้เลื่อนชั้นจากอาจารย์โทเป็นอาจารย์เอก และเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ เมื่อ พ.ศ. 2517 จนกระทั่งเกษียณอายุราชการ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2537 ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุดคือ ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก

ในระหว่าง พ.ศ. 2526-2532 ได้รับแต่งตั้งจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้เป็นคณะทำงานโครงการศึกษาเพื่อพัฒนาชนบทเกษตรที่บ้านสระเพลง ตำบลยางลาด กิ่งอำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี ซึ่งมีพื้นที่ 48,918 ไร่ ได้เป็นกำลังสำคัญคนหนึ่งในกลุ่มผู้บุกเบิกโครงการนี้ ได้นำนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกค่ายทำการสำรวจเขียนแผนที่ และนำนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชมรมศิลปการดำรงชีพ ไปเป็นวิทยากรอบรมวิชาชีพและพัฒนาจิตใจ เยาวชนและเกษตรกรในพื้นที่ ประมาณ 6 รุ่น และนำนิสิตออกค่ายอาสาพัฒนาสร้างห้องสุขาและถังเก็บน้ำฝนตลอดจนฝายกั้นน้ำในพื้นที่ในช่วงนั้นด้วย

ในระหว่าง พ.ศ. 2532-2533 ได้เป็นประธานโครงการอบรมวิชาชีพและพัฒนาจิตใจประชาชน ในโครงการน้ำพระทัยจากในหลวง (โครงการอีสานเขียว) ที่จังหวัดสกลนคร และนครพนม รวม 3 โครงการ

เมื่อกลับจากโครงการอีสานเขียวใน พ.ศ. 2534 แล้ว ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะทำงานพัฒนาพื้นที่วิทยาเขตลพบุรี ที่กิ่งอำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี ได้ร่วมกับคณะกรรมการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และทางจังหวัดลพบุรี ในการกำหนดขอบเขตพื้นที่ที่จะพัฒนาในกิจกรรมต่าง ๆ ของวิทยาเขต แต่โครงการนี้ไม่สำเร็จเพราะได้รับการต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเข้าไปบุกรุกทำกินในพื้นที่เต็มไปหมดแล้ว คงเหลือพื้นที่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะจัดตั้งเป็นสถานีวิจัยได้ไม่เกิน 2,000 ไร่ ซึ่งต่อมาทางจังหวัดลพบุรีได้จัดหาพื้นที่ให้ใหม่จำนวน 1,700 ไร่ ที่ตำบลเพนียด อำเภอโคกสำโรง

ในการรับราชการทั้งที่คณะวิศวกรรมชลประทานและที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นั้น ในสมัยที่ยังเป็นอาจารย์ชั้นผู้น้อย ผู้บังคับบัญชาเห็นว่ายังไม่มีภาระในเรื่องครอบครัวก็มักจะมอบหมายให้นำนิสิตชั้นปีที่ 1 ไปดูงานโครงการชลประทานต่างๆ และนำนิสิตชั้นปีที่ 3 ไปฝึกงานภาคสนามวิชาสำรวจ และแม้จะได้เลื่อนเป็นอาจารย์อาวุโสแล้วผู้บังคับบัญชาก็เห็นว่าอาจารย์ในวัยหนุ่มสาวยังมีภาระในการสร้างเนื้อสร้างตัวและมีภาระครอบครัว ส่วนอาจารย์เองนั้นถือว่าได้พ้นภาระนั้นแล้วจึงมักจะได้รับมอบหมายให้นำนิสิตออกฝึกงานภาคสนามและปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย เพราะอาจารย์มีความพร้อมไม่มีภาระครอบครัว ไม่มีภาระในการรับส่งลูกไปโรงเรียน หรือรับส่งภรรยาไปทำงาน มีความพร้อมที่จะเดินทางได้ตลอด จึงนับว่าเป็นวาสนาหรือชะตาชีวิตของอาจารย์ที่จะต้องรับภาระในการเดินทางไปราชการในต่างจังหวัดตั้งแต่วัยหนุ่มจนถึงวัยสูงอายุ

เนื่องจากการที่ได้เดินทางนำนิสิตไปฝึกงานสำรวจนี้ทำให้ได้ใกล้ชิดกับนิสิตมาก มีโอกาสที่จะสอดแทรกจริยธรรมเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ดีงามให้แก่นิสิตซึ่งรากว่านิสิตก็ได้ดีทุกรุ่น แม้แต่ในห้องเรียนเองอาจารย์ก็จะใช้เวลาบางส่วนแทรกจริยธรรมให้แก่นิสิตทุกชั้นเรียน เพราะว่าอาชีพวิศวกรจะต้องมีคุณธรรม มีความซื่อสัตย์ เคารพต่อวิชาชีพ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลในวงการที่เกี่ยวข้อง

ด้วยความเป็นกันเองโดยอาศัยความสนิทสนมจากการได้คลุกคลีกับนิสิตทั้งในชั้นเรียน ในกิจกรรม และในการฝึกงานภาคสนาม จึงเป็นโอกาสดีที่นิสิตไม่มีความกดดัน ไม่ต้องเกรงใจ และจะพบอาจารย์เพื่อขอคำปรึกษาได้ทุกโอกาส ซึ่งเป็นการผ่อนคลายความกดดันในชีวิตของนิสิตได้อีกทางหนึ่ง เป็นการป้องกันไม่ให้นิสิตคับแค้นใจจนถึงกับจะต้องฆ่าตัวตาย

ในด้านกิจกรรมนิสิต อาจารย์ได้มีโอกาสนำนิสิตออกไปสำรวจรายละเอียดภูมิประเทศนำมาเขียนแผนที่แล้วส่งให้อาจารย์ฝ่ายออกแบบทำการออกแบบอาคารเก็บกักน้ำ แล้วอาจารย์ก็นำนิสิตออกค่ายอาสาพัฒนาไปสร้างฝายทดน้ำ สร้างสะพานแขวน สร้างกังหันลม สร้างคลองส่งน้ำ ตลอดจนอาคารเรียนชั่วคราว ถังเก็บน้ำฝน ทั้งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ นอกจากนั้นก็ได้นำนิสิตออกสำรวจและเขียนแผนที่รายละเอียดภูมิประเทศให้กับสถานีวิจัยต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตลอดจนโครงการหลวง โครงการพระราชดำริ และวัดต่างๆ ตามแต่จะได้รับการร้องขอมา

ความประทับใจของผู้ช่วยศาสตราจารย์อารย์ นวลอินทร์ในช่วงที่เป็นนิสิต ก็คือระบบ SOTUS หรือระบบอาวุโส ซึ่งในยุคนั้นรุ่นพี่ๆ ปฏิบัติต่อรุ่นน้องด้วยความรัก ความเอ็นดู และเมตตา จัดงานต้อนรับน้องใหม่ และปฏิบัติต่อน้องใหม่ด้วยความเอื้ออาทรและอบอุ่น จนทำให้น้องใหม่มีความซาบซึ้ง และมีความเคารพยำเกรงในรุ่นพี่เช่นเดียวกับเคารพยำเกรงในครูบาอาจารย์

ความประทับใจของอาจารย์ในช่วงที่รับราชการแล้ว ก็คือการทำงานหนักของอาจารย์อาวุโส และความมีวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของผู้บริหาร เป็นแบบอย่างและเป็นบุคคลในดวงใจให้แก่อาจารย์ชั้นผู้น้อย

ความประทับใจอันสูงสุดก็คือความประทับใจในพระบรมบูรพกษัตริย์ที่ทรงนำพระวรกายเข้าต่อสู้ข้าศึกกอบกู้ผืนแผ่นดินไทย ร่วมกับนักรบคู่บารมีของพระองค์ท่าน และรักษาไว้ซึ่งเอกราชและอธิปไตยของประเทศ และประทับใจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชที่ทรงงานหนักเพื่อรบกับความยากจน เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุข ของพสกนิกรชาวไทย ซึ่งทำให้ผู้ช่วยศาสตราจารย์อารย์ นวลอินทร์ได้ยึดถือเอาเป็นกำลังใจในการทำงานเมื่อถึงคราวที่ท้อแท้

ชีวิตจิตใจของผู้ช่วยศาสตราจารย์อารย์ นวลอินทร์ ยึดมั่นในการบำเพ็ญตนเพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ที่เรียกว่า public sense มากกว่าที่จะนึกถึงผลประโยชน์ในด้านธุรกิจ หรือที่เรียกว่า business sense จึงมีความพอใจที่จะรับราชการที่มีเงินเดือนน้อยแต่ได้รับใช้ประชาชนทั่วประเทศ และไม่สนใจว่าวันนั้นจะมีค่าล่วงเวลาหรือไม่มีก็ตาม ขอให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนและองค์กรอาจารย์ก็ยินดีจะทำ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์อารย์ นวลอินทร์ถือว่าประชาชนที่เสียภาษีอากรบำรุงประเทศเป็นเจ้าของประเทศ จึงเป็นผู้มีบุญคุณต่ออาจารย์เป็นอย่างยิ่ง แม้จะทำงานรับใช้ชาติจนตลอดชีวิตก็ยังไม่สามารถจะชดใช้หนี้บุญคุณของแผ่นดินได้ การรักษาศีลและการประพฤติดีปฏิบัติชอบเท่านั้นที่จะเป็นการทดแทนบุญคุณเจ้าของประเทศเหล่านั้น เพราะคนที่ไม่มีศีลก็ไม่ต่างจากสัตว์เดรัจฉาน ซึ่งเจ้าของแผ่นดินจะได้รับอานิสงค์จากการสงเคราะห์ ผู้ที่ไม่มีศีลนั้นได้เพียง 100 เท่า แต่ถ้ามีศีลบ้างไม่มีศีลบ้างก็จะมีอานิสงค์ตอบแทนบุญคุณได้ 1,000 เท่า ถ้ามีศีลบริสุทธิ์ก็จะมีอานิสงค์ทดแทนบุญคุณได้ถึง 100,000 เท่า และถ้ามีศีลบริสุทธิ์และมีสมาธิตั้งมั่นก็จะมีอานิสงค์ทดแทนบุญคุณได้ถึง 100,000 โกเท่า ถ้าได้เป็นพระโสดาบันขึ้นไปก็จะได้อานิสงค์ทดแทนบุญคุณนับไม่ถ้วน ฉะนั้นผู้ช่วยศาสตราจารย์อารย์ นวลอินทร์ จึงเห็นว่าข้าราชการทั้งหลายถ้าต้องการจะทดแทนบุญคุณเจ้าของแผ่นดินให้ได้มากก็ต้องพยายามซื่อสัตย์สุจริตรักษาศีลให้บริสุทธิ์ มีสมาธิตั้งมั่น มีสติปัญญาแจ่มใสเฉียบแหลม สามารถระงับกิเลสและตัดกิเลส ความรัก ความโลภ ความหลง ความลำเอียงออกไปจากใจเสียให้หมด

ความคาดหมายในอนาคตของมหาวิทยาลัย ก็คาดหมายว่าผู้บริหารจะได้ใช้ธรรมะในการบริหารงานเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของมหาวิทยาลัย และเพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขของคนไทยทั้งหลายทุกถ้วนหน้า เป็นเกียรติเป็นศรีแก่มหาวิทยาลัยและวงศ์ตระกูลต่อไป

แหล่งข้อมูล

อารย์ นวลอินทร์. สัมภาษณ์, 25 มีนาคม 2545.

อารย์ นวลอินทร์. สมุดประวัติประจำตัวข้าราชการกระทรวงเกษตร, 2501.