หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


ศาสตราจารย์อักษร ศรีเปล่ง เกิดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2470 จังหวัดพระนคร เป็นบุตรีของนายอุทัย นางสมบูรณ์ (อุราคม) ผะเดิมชิต จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนดะละภัฎศึกษา พ.ศ. 2480 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนสายปัญญา ใน พ.ศ. 2486 แล้วมาเรียนต่อที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และสอบเข้าศึกษาที่คณะทันตแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ต้องเรียนในคณะวิทยาศาสตร์ 2 ปีก่อน แล้วจึงไปเรียนในคณะทันตแพทย์ เรียนได้ 1 ปี คุณแม่ขอร้องไม่ให้เรียนทางนี้ เพราะเจ็บบ่อยๆ ก็เลยย้ายกลับมาเรียนชีววิทยาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นชีววิทยารุ่นที่ 2 เมื่อเรียนจบได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงพาศาสตราจารย์อักษร ศรีเปล่ง ไปพบท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ คือ คุณหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ และเข้ารับราชการในตำแหน่งอาจารย์ตรี ภาควิชาชีววิทยา คณะเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2496 จนเกษียณอายุราชการ

เมื่อเข้ามาทำงานที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใน พ.ศ. 2496 เป็นอาจารย์ผู้ช่วยทางด้านชีววิทยา สาขาพฤกษศาสตร์ ร่วมกับ ดร. สุขุม อัศเวศน์ โดยมีศาสตราจารย์ ดร. พิศ ปัณยาลักษณ ซึ่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เชิญท่านมาจากกระทรวงเกษตรฯ มาเป็นผู้บรรยายวิชาพฤกษศาสตร์ ศาสตราจารย์อักษร ศรีเปล่ง สอนปฏิบัติการ (laboratory) อยู่จนถึง พ.ศ. 2500 ได้รับการคัดเลือกได้รับทุนไปเรียนต่อที่ Oregon State University ในโครงการแลกเปลี่ยนอาจารย์ ระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กับ Oregon State University สหรัฐอเมริกา เมื่อจบได้ปริญญาโททางพฤกษศาสตร์ พ.ศ. 2502 ได้กลับมาสอนวิชาต่างๆ ทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ในวิชาต่างๆ ได้แก่ หลักชีววิทยา พฤกษศาสตร์ทั่วไป หลักพฤกษศาสตร์สำหรับนิสิตเตรียมแพทย์ (สอนร่วมกับอาจารย์ท่านอื่นๆ) สัณฐานวิทยาของพืชชั้นต่ำ สัณฐานวิทยาของพืชชั้นสูง พืชเศรษฐ์กิจ (ร่วมกับอาจารย์ท่านอื่นๆ) สัณฐานวิทยาและสรีรวิทยาของเมล็ดพืช อัลโกโลยี (Algology) เฟิร์น Introduction To Bakery (สำหรับนิสิตภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร คณะเกษตร ) ปัญหาพิเศษ สัมมนา (สอนเฉพาะบางภาคเนื่องจากมีการหมุนเวียนอาจารย์เข้าสอนและควบคุมวิชานี้) และวิทยานิพนธ์

ศาสตราจารย์อักษร ศรีเปล่ง ได้รับพระราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2526 ได้ตำแหน่งศาสตราจารย์ ระดับ 11 ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2531

ผลงานวิจัยมีหลายเรื่อง เช่น เรื่องแรกได้แก่ การเก็บรักษาถั่วเหลือง วิจัยใน พ.ศ. 2504 ได้รับคำชมเชยจากท่านอธิการบดีคุณหลวงอิงคศรีกสิการ งานวิจัยต่อมา ได้แก่ ผลของนินทรีวัตถุ และอินทรียวัตถุที่มีต่อสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินในดินนาข้าว งานวิจัยเรื่อง ต้นตาตุ่มพืชมีพิษในป่าชายเลน อิทธิพลของสาหร่ายที่มีต่อพืชผัก ความสำคัญของสาหร่ายบางชนิดในอนาคต การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับไลเคน (lichen) บนโบราณสถานศรีสัชนาลัย บทบาทของ Phytoplankton ที่มีต่อน้ำในบึงมักกะสัน ในโครงการปรับปรุงบึงมักกะสันในพระราชดำริ Euglenoid ดัชนีแสดงมลพิษของน้ำ สาหร่ายดูดซับโลหะหนักได้ การจัดชั้นคุณภาพของลุ่มน้ำในประเทศไทยโดยทางชีวภาพ และ พริก เป็นต้น

งานวิจัยที่ได้รับรางวัลชมเชยได้แก่ การเสื่อมสภาพของโบราณสถานโดยทางชีวภาพ

ศาสตราจารย์อักษร ศรีเปล่ง ได้ใช้เวลาศึกษา เขียนตำราและเรียบเรียงเอกสารเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาที่เกี่ยวข้องให้นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อาจารย์โรงเรียนต่างๆ และผู้สนใจได้อ่านค้นคว้านอกเหนือจากคำบรรยาย ตำราที่เขียนมี 5 เล่ม ได้แก่ พฤกษศาสตร์ทั่วไป (ยกให้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) เฟิร์น สัณฐานวิทยาและสรีรวิทยาของเมล็ดพืช สาหร่ายตอนที่ 1 สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน และพืชมีระบบท่อลำเลียง

หนังสือคู่มือปฏิบัติการเพื่อให้นิสิตใช้ศึกษา และประกอบการเรียนในชั้นเรียน ได้แก่ ปฏิบัติการพฤกษศาสตร์ โดยมีคณาจารย์ในภาควิชาพฤกษศาสตร์ร่วมเขียนด้วย ปฏิบัติการสัณฐานวิทยาและสรีรวิทยาของเมล็ดพืช ปฏิบัติการสัณฐานวิทยาของพืชมีระบบท่อลำเลียง

เอกสารเรียบเรียง ได้แก่ ไลโคโปเดีย(ycopodium) ซีแลกจิเนลา (Selaginella) กาแฟ โกโก้ พืชเส้นใย พืชมีพิษและมีประโยชน์ Charophyceae สีแต่งอาหาร แป๊ะก๊วย (Ginkgo biloba) คำบรรยายเรื่อง จาก จอก จาว ถั่ว และทับทิม ให้สารานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตสถาน

เอกสารที่เรียบเรียงขึ้นโดยอาศัยข้อมูลที่ได้มาจากการวิจัยเช่น Extract ของ Chlorella สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของ Staphyllococus aureus การหาสูตรที่เหมาะสมในการเลี้ยงสาหร่าย Spirulina กระบวนการเลี้ยงสาหร่ายในห้องและนอกห้องปฏิบัติการ ลิเภา ชนิดและปริมาณของสาหร่ายในบ่อน้ำทิ้ง และการวิเคราะห์โปรตีนของสาหร่ายในบ่อน้ำทิ้ง โรงงานซีอิ๊ว อำเภอดำเนินสะดวก

เมื่อเริ่มทำงานก็มีความตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด ทำการสอนให้ดีที่สุด พยายามทำประโยชน์ให้มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ เพื่อตอบแทนบุญคุณที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้โอกาสไปเพิ่มพูนความรู้ในต่างประเทศ ในการสอนได้นำเอาผลงานวิจัยและงานค้นคว้า รวมทั้งข่าวสารต่างๆ มาสอดแทรกแนะนำนักเรียน แนะนำข้อดี ข้อเสีย เพื่อเป็นแนวคิดเมื่อมีเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนต่อสังคม

ตลอดระยะเวลาตั้งแต่เข้ารับราชการ จนถึงเกษียณอายุราชการ ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ในอดีตกับปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงมาก มีความประทับใจหลายอย่าง อาทิ ในระยะที่คุณหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจเป็นอธิการบดี ท่านปกครองพวกอาจารย์เหมือนลูกหลาน ทำงานด้วยกันเหมือนพี่น้อง คุณหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจได้เพิ่มศักยภาพให้แก่บุคลากรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์โดยมีโครงการทำสัญญาแลกเปลี่ยนอาจารย์ระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กับ Oregon State University ประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับงานวันเกษตรในอดีตก็สนุกมาก ไม่มีที่ไหนเหมือน เรามีไข่ไก่สดๆ นมสดดี นกเกษตร และไก่อบฟาง ชาวกรุงมาลุยร่องผัก ซื้อผักสดๆ เป็นงานวันเกษตรจริงๆ

ในอดีตเรามีสัญลักษณ์ที่มหาวิทยาลัยอื่นไม่มี นั่นคือ ทั้งอาจารย์และนิสิตใช้จักรยานกันในรั้วมหาวิทยาลัย ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ไม่ได้เห็นอีกแล้ว

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในสมัยก่อน เมื่อเริ่มเข้ามาทำงาน มีตึกอยู่ 2 ตึก และเรือนไม้ 1 หลัง ตึกหนึ่งคือ ตึกที่เป็นที่ทำงานของบรรดาอาจารย์ และเป็นห้องปฏิบัติการ ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นสหกรณ์ หลังตึกนี้ เป็นเรือนไม้ชั้นเดียวขนาดใหญ่ ใช้เป็นห้องบรรยาย เรือนไม้นี้ ต่อมาไฟไหม้ อีกตึกหนึ่งเป็นตึกที่อยู่ข้างๆ ตึกพืชพรรณ ใช้สอนวิชาภาษาอังกฤษ ต่อมาเปลี่ยนแปลงเป็นตึกชีววิทยา และเปลี่ยนเป็นที่ทำงานของกรมวิชาการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในปัจจุบัน

ความประทับใจสูงสุดจนหาที่เปรียบมิได้ ก็คือ เมื่อครั้งแรกที่เข้ารับงานเป็นประธานกรรมการฝ่ายปริญญาบัตร เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องนั่งพับเพียบอยู่ใกล้พระเก้าอี้ที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันพระราชทานปริญญาบัตร เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น คือ เมื่อนิสิตที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจนสุดท้ายเหลืออยู่ 2 คน แต่ปริญญาบัตรมีเหลืออยู่ฉบับเดียวเท่านั้น อาจารย์เล่าว่า อาจารย์กำลังตกใจอยู่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหันมารับสั่งเบาๆ ว่า ดัมมี่ เอาดัมมี่มา อาจารย์เล่าว่าเหมือนฟ้ามาโปรด ช่วยแก้สถานการณ์ไว้ รู้สึกประทับใจในความเมตตาที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาสอนให้

ตั้งแต่เริ่มทำงานมา ภูมิใจในผลงานทุกเรื่อง เช่น ตำราพฤกษศาสตร์ทั่วไป เป็นหนังสือพฤกษศาสตร์ภาษาไทยเล่มแรกของโครงการตำราของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และได้ยกให้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ สัณฐานวิทยาของพืชมีระบบท่อลำเลียง เฟิร์น และพืชมีพิษ เป็นหนังสือภาษาไทยเล่มแรกของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ด้วย

ศาสตราจารย์อักษร ศรีเปล่ง เล่าว่า รู้สึกภูมิใจมากที่ได้รับเกียรติเป็น ครูวิทยาศาสตร์ดีเด่น ในปี 2531 เป็นบุคลากรที่มีผลงานดีเด่นทางวิชาการของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2541 และได้รับการยกย่องจากต่างประเทศให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสาหร่ายวิทยา (Algogogist)

มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้เชิญให้ ศาสตราจารย์อักษร ศรีเปล่ง ไปทำหลักสูตรคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และเชิญให้ไปเป็นหัวหน้าภาควิชาชีววิทยาด้วย แต่ ศาสตราจารย์อักษร ศรีเปล่ง ปฏิเสธ เพื่ออุทิศเวลาในการทำงานให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นการตอบแทนคุณที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ส่งเสริมให้ความรู้ และตำแหน่งการงาน

ความภาคภูมิใจของศาสตราจารย์อักษร ศรีเปล่ง อีกอย่างหนึ่งคือ การที่ได้รับมอบหมายให้ทำโครงการวิจัย ปรับปรุงบึงมักกะสันในโครงการพระราชดำริ ร่วมกับอาจารย์ท่านอื่นๆ ในนามของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเฉพาะในโครงการย่อยเรื่อง บทบาทของ Phytoplankton ที่มีต่อน้ำในบึงมักกะสัน

ในช่วงระยะที่เป็นประธานสาขาชีววิทยา สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดสัมมนาชีววิทยา 4 ครั้ง ครั้งหนึ่งจัดที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน และที่วิทยาเขตกำแพงแสน อีก 2 ครั้ง เป็นการประชุมวิชาการนานาชาติเรื่อง ความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทย (Biodiversity in Thailand) โดยมีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและพลังงาน และองค์การยูเสด (USAID) ร่วมด้วย และอีกเรื่องหนึ่งคือ ผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยาเขตร้อนเมื่อโลกเปลี่ยนแปลง (Global Change) Effect on Tropical Forests, Agricultural Urban and Industrial Ecosystem โดยมีมหาวิทยาลัยรามคำแหง กรมป่าไม้ และกระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและพลังงาน ร่วมด้วย ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก USAID และ ITTO

ปัจจุบันมีอาจารย์มากขึ้น มีตึกต่างๆ มาก จนไม่มีที่ว่าง มีคณะต่างๆ เพิ่มขึ้น มีวิชาการใหม่ๆ ภาควิชาชีววิทยาได้แบ่งออกเป็นภาควิชาพฤกษศาสตร์ สัตววิทยา จุชีววิทยา พันธุศาสตร์ และรังสีวิทยา เป็นต้น มีการเปิดสอนปริญญาโท และปริญญาเอกแล้ว มีคนรู้จักมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มากขึ้น นิยมมากขึ้น จะเห็นได้จากการที่มีนักเรียนสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาก

หลังจากเกษียณอายุราชการแล้ว ศาสตราจารย์อักษร ศรีเปล่ง ก็ทำงานด้านโอลิมปิกวิชาการ ในสาขาชีววิทยาโอลิมปิก (Biological Olympiad) ตั้งแต่ พ.ศ. 2532 จนถึงปัจจุบัน เป็นโครงการที่สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท) กระทรวงศึกษาธิการจัดส่งผู้แทนประเทศไทยเข้าแข่งขันคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์โอลิมปิก ซึ่งมีชีววิทยาโอลิมปิกเป็นสาขาหนึ่งของโครงการนี้ ประเทศไทยไดัรับเชิญให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันชีววิทยาโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2538 ในประเทศไทย จากการแข่งขันในครั้งนั้น เราได้ 3 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน เป็นความภาคภูมิใจเป็นอย่างมากของประเทศ และผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้

ความประทับใจต่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในปัจจุบัน ศาสตราจารย์อักษร ศรีเปล่ง เล่าว่าดีใจและปลื้มใจที่โชคดีได้เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยไม่ทอดทิ้งผู้อาวุโส เพราะอดีตอธิการบดี ศาสตราจารย์ ดร. ธีระ สูตะบุตร ได้ตั้งคณะกรรมการชมรม มก. อาวุโสขึ้นมาให้คนที่เกษียณอายุราชการแล้วได้มีโอกาสมาพบกัน ได้มีโอกาสเรียนคอมพิวเตอร์ และตรวจสุขภาพ ฯลฯ ส่วนกรรมการชมรม มก. อาวุโส ก็เสนอแนะต่อมหาวิทยาลัยหลายเรื่อง เช่น การสร้างอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 8 เนื่องจากพระองค์ท่านเคยเสด็จมาพบประชาชนบริเวณทุ่งบางเขน ซึ่งขณะนั้นพื้นที่เป็นท้องนาเป็นส่วนใหญ่ พระองค์ท่านทรงโปรยข้าวลงในพื้นนานั้นด้วย เหตุการณ์นี้ควรจัดเป็นประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง

ชมรม มก. อาวุโส ได้เสนอให้คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประกาศเกียรติคุณของ 3 บูรพาจารย์ ซึ่งมี คุณหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ คุณหลวงอิงคสุวรรณ และพระช่วงเกษตรศิลปการ ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ทุกปี ก่อนที่จะวางพวงมาลาเพื่อให้อาจารย์และนิสิตรุ่นหลังๆ ได้ทราบถึงกำเนิดของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ และระลึกถึงพระคุณของ 3 บูรพาจารย์ด้วย นอกจากนี้ ยังเสนอให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดำเนินการสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย กำจัดน้ำเสียที่โรงนมและสโมสรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปรับปรุงสวน 100 ปี สุวรรณวาจกกสิกิจ เป็นต้น

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เคยมีชื่อเสียงมากในด้านดนตรีวงเคยูแบนด์ เมื่อเวลาปิดเทอมต้องตระเวนไปตามจังหวัดต่างๆ ศาสตราจารย์อักษร ศรีเปล่งก็ต้องไปด้วย เพราะนิสิตหญิงเป็นนักร้อง 2 คน ต่อมาเรามีวงดาวกระจุยเพิ่มขึ้นอีก วงดนตรีไทยซึ่งมี ศาสตราจารย์ ดร. อุทิศ นาคสวัสดิ์ เป็นหัวหน้าวง ก็มีชื่อเสียงมากเช่นเดียวกัน

ศาสตราจารย์อักษร ศรีเปล่ง ได้รับเชิญเป็นกรรมการบัญญัติศัพท์พฤกษศาสตร์ของราชบัณฑิตสถานเป็นผู้ทรงคุณวุฒิตรวจเอกสารที่มหาวิทยาลัยและสถาบันราชภัฏต่างๆ ส่งมาให้พิจารณาเพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการ นอกจากนี้ ได้เขียนเอกสารทางวิชาการให้สาขาชีววิทยา สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และชีววิทยาโอลิมปิก เอกสารเหล่านั้น ได้แก่ วิวัฒนาการของพืช เนื้อเยื่อพืช โครงสร้างภายในของพืช และสาหร่ายตอนที่ 2 สาหร่ายสีเขียว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของสถาบัน อาจารย์จากโรงเรียนต่างๆ และนักเรียนชีววิทยาโอลิมปิกได้ใช้ค้นคว้าและเป็นประโยชน์

ศาสตราจารย์อักษร ศรีเปล่ง ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุดคือ ประมาภรณ์ช้างเผือก

ชีวิตครอบครัว ศาสตราจารย์อักษร ศรีเปล่ง แต่งงานกับนายแพทย์บำรุง ศรีเปล่ง เมื่อ พ.ศ. 2500 มีบุตร 2 คนคือ นายพีรบูลย์ ศรีเปล่ง และนายพูพัฒน์ ศรีเปล่ง ทั้งสามีและลูกเป็นที่ปรึกษาที่ดีเมื่อมีปัญหา ช่วยส่งเสริมในการทำงาน ซึ่งวิชาที่สอนต้องพานักเรียนไป Trip เช่น เทอมต้นต้องพานักเรียนไปศึกษาพืชในป่า เทอมปลายไปศึกษาสาหร่ายทะเล ในการทำงานวิจัยก็ต้องไปเก็บตัวอย่างตามต่างจังหวัดเสมอ ทั้งนี้ก็ต้องดูแลครอบครัวไม่ให้บกพร่องด้วย เนื่องจากได้ตั้งใจไว้ เมื่อทำงานรับราชการเป็นอาจารย์ก็จะต้องทำให้ดี เมื่อมีครอบครัวก็ต้องดูแลครอบครัวให้ดี

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยของเราจะต้องออกนอกระบบ อาจารย์ได้ฝากข้อคิดไว้ว่าอยากให้อาจารย์ในปัจจุบันทำวิจัยให้มากขึ้น เพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัยของเรา จะได้มีการสอนที่ดี และจะได้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นต่อไป

แหล่งข้อมูล

อักษร ศรีเปล่ง. สัมภาษณ์, 2 กันยายน 2544.

อักษร ศรีเปล่ง. สมุดประวัติประจำตัวข้าราชการกระทรวงเกษตร, 2496.