หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน เกิดเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2462 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรชายคนเล็กของหลวงประชัญคดี (มิตร ประชันคดี) นามสกุลเดิม ภูมิรัตน และนางทรัพย์ นามสกุลเดิม ถาวรเว

ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน เข้าเรียนหนังสือหลายแห่ง เริ่มจากโรงเรียนรัติสาสน์สงเคราะห์ จบมัธยม 8 ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ พ.ศ. 2478 สอบเข้าเรียนแผนกวิทยาศาสตร์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 1 ปี แล้วจึงไปศึกษาต่อที่ฟิลิปปินส์ เพราะอยู่กรุงเทพฯ ช่วยกิจการของคุณพ่อมาก มีเวลาเรียนไม่เต็มที่ และพี่ชายเรียนอยู่ที่ฟิลิปปินส์ เมื่อเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน และเพื่อนคนไทยจำต้องเดินทางกลับเมืองไทยก่อนรับปริญญา และได้กลับไปขอรับปริญญาวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี เมื่อ พ.ศ. 2500

เมื่อกลับจากประเทศฟิลิปปินส์ ได้เข้ารับราชการที่กองค้นคว้า กรมวิทยาศาสตร์ กระทรวงอุตสาหกรรม เนื่องจากอยู่ในระหว่างสงคราม ประเทศขาดแคลนเคมีภัณฑ์บางชนิด จึงได้ทดลองทำโซเดียมคาร์บอเนต จากโซเดียมซัลเฟตกับถ่าน และร่วมกับคุณสนิทลักษณ์ สืบแสง คุณประทุม ธีรวัฒน์ ทำกาวปิดซองบุหรี่เป็นผลสำเร็จ ได้รับรางวัลเป็นเงินจำนวนหนึ่ง ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตนนำเงินส่วนแบ่งที่ได้ไปซื้อเครื่องใช้ให้บ้านผู้เชี่ยวชาญของกรมวิทยาศาสตร์ ซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จ

ระหว่างรับราชการ ได้ขออนุญาตไปเรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับปริญญานิติศาสตร์บัณฑิต เมื่อ พ.ศ. 2496 และสอบเนติบัณฑิตได้ในปีต่อมา เมื่อย้ายมาอยู่กองวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ได้รับการสนับสนุนจากกรมฯ ให้ไปอบรมเรื่องการเก็บถนอมอาหารที่ประเทศเยอรมันนี และอังกฤษ

พ.ศ. 2501 องค์การผลิตอาหารสำเร็จรูป (อ.ส.ร.) กระทรวงกลาโหม ต้องการคนไปทำงานการศึกษาทดลองและวิจัยอาหารสำเร็จรูป ได้ขอมาทางกรมวิทยาศาสตร์ ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน จึงได้ลาออกจากราชการ และไปเข้าทำงานที่ อ.ส.ร. ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายทดลองและวิจัยอาหาร ได้ริเริ่มสั่งเครื่องทำน้ำส้มสายชูกลั่นเข้ามาผลิตน้ำส้มขาย นอกจากงานในหน้าที่แล้ว ยังได้ร่วมทำการศึกษาวิจัยอาหารที่มีน้ำหนักเบา มีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อใช้สำหรับทหารในยามฉุกเฉิน เป็นการร่วมมือระหว่างศูนย์วิจัยและพัฒนาการทหาร และ อ.ส.ร.

พ.ศ. 2503 ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน ได้ขอลาไปศึกษาต่อที่ประเทศอเมริกา ได้รับประกาศนียบัตรอุตสาหกรรมขนาดย่อม จาก Stanford University และได้รับปริญญาโททางวิทยาศาสตร์การอาหารจาก University of California, Davis พ.ศ. 2504


ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน ได้เดินทางไปดูงานตามประเทศต่างๆ หลายประเทศ ครั้งหนึ่งเมื่อกลับจากดูงานที่เกาะฮาวาย ซึ่งมีการผลิตสับปะรดกระป๋องจำนวนมาก และผลิตภัณฑ์นี้ยังเป็นที่ต้องการของตลาด ขณะนั้นประเทศไทยปลูกสับปะรดจำนวนมากจนล้นตลาด ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน มีความคิดว่าน่าจะทำสับปะรดกระป๋องได้ จึงเสนอความเห็นแก่ผู้อำนวยการ อ.ส.ร. ต่อมาอีกหลายปีเริ่มมีโรงงานขึ้นแถวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และบริษัท โด(Dole) ก็เข้ามาตั้งโรงงาน ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน ได้ร่วมมือกับผู้รู้จักคุ้นเคยหลายท่าน ก่อตั้งโรงงานผลิตสับปะรดกระป๋อง บริษัท อาหารสยาม ขึ้นที่อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี

จากการศึกษาวิจัย และรับผิดชอบงานด้านอาหาร เห็นความสำคัญของอาหารทุกสภาวะ ความสำคัญทางเศรษฐกิจ ทำให้ ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน รักงานด้านอาหาร และมุ่งมั่นที่จะทำประโยชน์ในด้านนี้

ในขณะนั้น โรงงานผลิตอาหารกระป๋องขนาดเล็ก ขนาดกลางมีอยู่หลายโรงงาน ผลิตอาหารจำพวกผัก ผลไม้ และปลา ผลิตภัณฑ์ที่ได้มักจะเก็บไว้ได้ไม่นาน กระป๋องจะบวม รั่ว ทำให้อาหารเสีย ทั้งนี้เพราะกรรมวิธีผลิตไม่ถูกต้อง ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน จึงได้ชักชวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์ กรมโรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นต้น ออกสำรวจโรงงานผลิตอาหาร พบว่าโรงงานขาดสุขลักษณะ กรรมวิธียังไม่ถูกต้อง จึงได้เริ่มให้การแนะนำ เชิญเจ้าของโรงงานหรือผู้แทนมาประชุม หาข้อขัดข้อง บรรยายความรู้เกี่ยวกับการผลิตและคุณภาพของผลิตภัณฑ์

การศึกษาทดลอง วิจัย เป็นงานที่ต้องใช้งบประมาณสูง เมื่อ อ.ส.ร. สามารถผลิตอาหารต่างๆ ออกจำหน่ายได้ตามวัตถุประสงค์แล้ว เพื่อลดค่าใช้จ่าย ก็เห็นควรโอนงานนี้ให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อทำการศึกษาวิจัยค้นคว้าผลิตผลทางการเกษตร ให้ความรู้แก่นักศึกษา

การโอนงานด้านศึกษาทดลองค้นคว้าจาก อ.ส.ร. มายังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นการตกลงอย่างกระทันหัน ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ก่อน เมื่อรับโอนคนและเครื่องมือ เครื่องใช้ในการทดลองมาแล้ว ก็ยังขาดเครื่องใช้ต่างๆ เช่น รถ ตู้ โต๊ะ เก้าอี้ทำงาน เตา เป็นต้น ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน ได้จัดหาของส่วนตัวมาให้ใช้ ของต่างๆ เหล่านี้ เมื่อให้ยืมแล้วก็ไม่เอาคืน นอกจากนั้น เงินบำเหน็จที่ได้จาก อ.ส.ร. ได้ยกให้เป็นทุนแก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อใช้ดอกผลเป็นทุนการศึกษาแก่นักศึกษาที่ขาดแคลน เมื่อโอนมาอยู่กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในนามสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน มีตำแหน่งเป็นผู้รักษาการผู้อำนวยการ ต่อมาใน พ.ศ. 2515 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นข้าราชการชั้นพิเศษ ตำแหน่งศาสตราจารย์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ทำการสอนวิชาอาหารที่ภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร และคณะประมง เกี่ยวกับการถนอมอาหาร การแปรรูป การทำผลิตภัณฑ์อาหารพวกสัตว์น้ำ นอกจากทำการสอนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้ว ยังได้สอนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล รายได้จากค่าสอนอุทิศให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวบรวมเก็บไว้ใช้ดอกผลเป็นทุนการศึกษาแก่นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ สำหรับที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร นอกจากจะมีหน้าที่สอนนิสิตนักศึกษาให้รู้หลักวิชาอาหาร การถนอมอาหาร และทำผลิตภัณฑ์อาหารแล้ว ยังมีหน้าที่ทำงานพัฒนาทางด้านอาหาร มีเครื่องมือเครื่องใช้พร้อม เพื่อจะได้ให้การอบรมแก่โรงงานและผู้ผลิตอุตสาหกรรมอาหารที่ยังขาดความรู้ในการทำอาหารอย่างถูกต้อง เพื่อประโยชน์ของประเทศในการให้ประชาชนได้บริโภคอาหารที่ถูกต้อง และเป็นสินค้าออกต่างประเทศ ได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้ใช้สถานที่ของสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร และบุคลากรอบรมให้ความรู้แก่โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูป เช่น โรงงานสันติภาพ เกียรติเจริญ เจริญอุตสาหกรรม เป็นต้น ผลิตภัณฑ์ของโรงงานใดที่มีปัญหา และต่างประเทศต้องการใบรับรอง สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ก็จะตรวจวิเคราะห์ออกใบรับรองให้ ส่งเสริมให้เกิดสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป

งานที่ ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน สนใจอีกงานหนึ่งคือ อาหารโปรตีน เมื่อได้พิจารณาเห็นว่าเด็กเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ การขาดอาหารที่จำเป็นจะทำให้เด็กไม่สมบูรณ์ทั้งทางสมอง และร่างกาย ผลจากการสำรวจปรากฏว่า จำนวนเด็กที่ขาดอาหารมีถึงร้อยละ 50 เพื่อช่วยแก้ปัญหานี้ กระทรวงสาธารณสุขจึงมีโครงการศูนย์โภชนาการเด็กก่อนวัยเรียน มีการให้อาหารเด็กจากนมผง คุ้กี้ โปรตีนที่ได้รับจากต่างประเทศ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ได้ศึกษาทดลองใช้ถั่วเหลือง ถั่วเขียว เป็นต้น ผลิตอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น น้ำนมถั่วเหลือง แป้งถั่วเหลือง บะหมี่ โปรตีนเกษตร เลี้ยงเด็กได้ผลดี เรื่องอาหารโปรตีนนี้ ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน ได้รับรางวัลชมเชยจากสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ด้วย

นอกจากเด็กจะขาดอาหารกันมาแล้ว เด็กอ่อนหรือทารกที่มีอายุ 3 เดือน ที่ไม่ได้เลี้ยงด้วยนมมารดา ก็มักจะขาดอาหารที่จำเป็นเพื่อให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยสามารถซื้ออาหารที่เหมาะสำหรับทารกได้ จึงทดลองผลิตอาหารทารกจากถั่วเหลือง งา ปลายข้าว เป็นต้น จนได้อาหารที่มีคุณภาพสำหรับทารก ส่งให้กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขใช้เลี้ยงเด็กอ่อนตามโรงพยาบาล ได้ผลเป็นที่พอใจ งานนี้ต่อมาได้ร่วมมือกับโครงการพัฒนาอาหารของอาเซียน (ASEAN)

โครงการอาหารโปรตีนของอาเซียน (ASEAN Sub-Committee on Protein) เป็นโครงการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาอาหารโปรตีนของภูมิภาคอาเซียน เริ่ม พ.ศ. 2517-2527 มีวัตถุประสงค์ที่จะหาแนวทางแก้ปัญหาด้านโภชนาการในกลุ่มประชาชนเป้าหมาย ได้แก่ เด็กก่อนวัยเรียน และเด็กในวัยเรียน ซึ่งมีปัญหามากในกลุ่มประเทศอาเซียน (อินโดนีเซีย สิงค์โปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย) ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากประเทศออสเตรเลีย และส่ง นายเล็กซ์ บูแคแนมาร่วมโครงการ ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน ได้รับหน้าที่เป็นประธานโครงการ เมื่อ พ.ศ. 2518 และเป็นประธานตลอดมา ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานต่างๆ ในประเทศ และความร่วมมือ ความสัมพันธ์แลกเปลี่ยนความรู้กันระหว่างในกลุ่มประเทศอาเซียน เป็นผลให้โครงการอาหารโปรตีนได้รับผลสำเร็จอันดียิ่ง มีผลงานเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศ และนานาชาติ นอกจากโครงการอาหารโปรตีนแล้ว ยังมีโครงการอื่นของอาเซียน เช่น โครงการการใช้ประโยชน์จากวัตถุเหลือใช้ทางอาหาร ซึ่งเริ่มขึ้นใน พ.ศ. 2522 โครงการนี้ นอกจากสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแล้ว สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรียังให้ความร่วมมือด้วย สำหรับอาหารโปรตีนจากพืช นอกจากโครงการอาเซียนแล้ว สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารยังมีงานพัฒนาอาหารโปรตีนจากสาหร่าย โดยได้รับทุนจากรัฐบาลประเทศเยอรมนี

เนื่องจากมาตรฐานอาหารมีความสำคัญกับอาหาร จึงเกิดโครงการมาตรฐานอาหารขององค์การอาหารและเกษตรร่วมกับองค์การอนามัยโลกดำเนินงานโดยคณะกรรมาธิการ Codex Alimentarius Commission มีประเทศต่างๆ เป็นสมาชิกในปี พ.ศ. 2525 จำนวน 122 ประเทศ ประเทศไทยเป็นสมาชิกด้วยประเทศหนึ่ง วัตถุประสงค์ของโครงการคือ เพื่อป้องกันการหลอกลวงผู้บริโภค และเป็นธรรมในการซื้อขาย ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน เป็นผู้แทนคนหนึ่งร่วมไปกับคณะผู้แทนประเทศไทย และต่อมาก็ได้เป็นหัวหน้าผู้แทนไทยไปประชุมกรรมการคณะต่างๆ ได้นำความรู้และความคิดเห็นต่างๆ มาเผยแพร่แก่ผู้ผลิตอาหาร และร่วมมือกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เป็นกรรมการในคณะกรรมการมาตรฐานอาหาร กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อาหารประเภทต่างๆ

งานที่ ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน รักและทุ่มเทความสามารถในการทำงานคือ โครงการหลวง และโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

โครงการหลวงแห่งแรกที่หมู่บ้านยาง ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มแรกก่อนจะเกิดโครงการประมาณ พ.ศ. 2512 เกิดพายุทำให้ลิ้นจี่ซึ่งจะเก็บได้แล้ว ร่วงหล่นลงมาเป็นจำนวนมาก มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ได้ให้สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารไปช่วย ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน พร้อมด้วยผู้ร่วมงานได้นำรถ Mobile Unit ซึ่งใช้ในการวิเคราะห์และทำผลิตภัณฑ์อาหารขึ้นไป และทำการผลิตลิ้นจี่กระป๋องจากลิ้นจี่เหล่านั้น ในระยะเวลานั้น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ให้คณะเกษตรขึ้นไปทำการแนะนำชาวเขาให้ปลูกพืชอื่นทดแทนฝิ่นแล้ว ตามโครงการหลวงพัฒนาชาวเขาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากลิ้นจี่ ชาวเขาปลูกท้ออยู่แล้ว ท้อพื้นเมืองขายให้ชาวบ้านไปทำท้อดองได้ราคาถูกมาก ศาสตราจารย์ปวิณ ปุณศรี จึงได้ร่วมมือกับ ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน ทำการผลิตท้อในน้ำเชื่อมบรรจุกระป๋อง ระหว่างหาพืชอื่นมาให้ชาวเขาปลูก ต่อมาได้พิจารณาเห็นควรมีโรงงานแปรรูปผลิตผลเกษตรเพื่อรับซื้อผลผลิตจากชาวบ้าน และชาวเขา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริเห็นชอบด้วย ได้พระราชทานทรัพย์จัดตั้งโรงงานขึ้นที่ตีนดอยอ่างขาง ตำบลแม่งอน มีชื่อว่าโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปฝาง ในโอกาสนี้โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูป เช่น โรงงานสันติภาพของคุณแก้ว และโรงงานเกียรติเจริญ เป็นต้น ได้เข้าเฝ้าน้อมเกล้าฯ ถวายหม้อต้มไอน้ำขนาดเล็กให้ยืม มีเรื่องเล่าจากคนงานว่า รุ่งขึ้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปฝาง อากาศหนาวมาก น้ำมันแข็งตัว จุดไฟไม่ติด พากันบนบานขอให้จุดไฟติด ผลิตไอน้ำเดินเครื่องได้ ด้วยพระบารมีเกิดมหัศจรรย์สามารถจุดไฟติด เดินเครื่องได้เรียบร้อยเมื่อเสด็จมาเยี่ยมชมโรงงาน โรงงานนี้สามารถผลิตอาหารได้หลายชนิด เช่น ท้อลอยแก้ว สตรอเบรี่ลอยแก้ว ลิ้นจี่ ลำไย และข้าวโพดอ่อนบรรจุกระป๋อง

หลังจากการดำเนินโครงการอาหารสำเร็จรูปในพระบรมราชานุเคราะห์ที่หมู่บ้านยาง หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ผู้ควบคุมโครงการพระบรมราชานุเคราะห์ชาวเขา และศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน แห่งสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ได้เป็นผู้ดำเนินการจัดตั้งโรงงานอาหารสำเร็จรูปในพระบรมราชานุเคราะห์อีกแห่งหนึ่ง ที่หมู่บ้านป่าห้า ตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เพื่อรับซื้อผลิตผลจากชาวบ้านและชาวเขา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมิได้พระราชทานแต่โรงงานเท่านั้น ยังได้พระราชทานสำนักงานสหกรณ์การเกษตร ศูนย์โภชนาการเด็ก เพื่อเด็กเติบโตเป็นประชากรที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและสมอง พระราชทานสถานีอนามัยชั้น 2 โครงการนี้ได้รับพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ และด้วยพระบารมี ได้มีประชาชน บริษัท สโมสรโรตารี่เชียงราย โดยเสด็จพระราชกุศลถวายเงินและที่ดิน รัฐบาลสหรัฐอเมริกาทูลเกล้าถวายเครื่องจักร อุปกรณ์สำหรับผลิตอาหารกระป๋อง และรัฐบาลออสเตรเลียภายใต้โครงการอาเซียนทูลเกล้าถวายเครื่องจักร อุปกรณ์ผลิตแป้งถั่วเหลือง และอุปกรณ์ผลิตอาหารเด็กอ่อน

โครงการพระราชดำริแห่งแรกเกิดขึ้นเนื่องจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขณะประทับอยู่ที่พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2523 ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังหมู่บ้านนางอย-โพนปลาโหล กิ่งอำเภอเต่างอย โดยมิได้มีหมายกำหนดการ ได้เห็นความทุกข์ ความยากจนของชาวบ้าน มีพระราชดำริที่จะช่วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ได้นำพระราชดำริมาแจ้งแก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และให้ ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน ไปช่วย ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน เข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพรัตนราสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2523 พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ เพื่อรับพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาดำเนินการ โดยมี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ เป็นผู้ควบคุมโครงการ และ ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน เป็นผู้ดำเนินการ หมู่บ้านที่กล่าวถึงนี้ มีสภาพเป็นป่าล้อมหมู่บ้าน เป็นการง่ายที่ผู้ก่อการร้ายจะมาก่อกวนขอแบ่งอาหารจากชาวบ้าน ทางการจัดเป็นพื้นที่สีแดง การเดินทางไปยังหมู่บ้าน จากกรุงเทพฯ ต้องไปโดยรถไฟ แล้วต่อรถยนต์ ในการไปยังหมู่บ้านทางทหารจัดให้มีทหารคุ้มกันไปด้วย เมื่อแรกไปถึงพบว่าชาวบ้านส่วนมากเป็นคนสูงอายุและเด็ก ที่ตำบลนางอยมีวัดอยู่ 1วัด ทรุดโทรมมาก มีพระภิกษุ 1 รูป ที่กำลังจะสึก ทางโครงการจึงนิมนต์ให้อยู่ต่อ ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน และผู้ร่วมงานได้อาศัยวัดเป็นที่พัก ได้เชิญเจ้าหน้าที่มีปลัดกิ่งอำเภอ เป็นต้น และชาวบ้านมาชุมนุมกันที่ศาลาวัดเพื่อแจ้งให้ทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าล้นกระหม่อมเกี่ยวกับโครงการพระราดำริที่จะช่วยพัฒนาหมู่บ้าน และแจกผ้าห่มที่พระราชทานแก่ชาวบ้าน

ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ โครงการได้รับความร่วมมือร่วมแรงจากชาวบ้านและชาวกรุงเทพฯ ที่ทราบเรื่องร่วมกันถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล ได้ซ่อมศาลาวัด จัดหาที่เก็บน้ำฝน ขอบ่อบาดาลจากกรมทรัพยากรธรณี สร้างส้วมของวัดที่ชาวบ้านอาศัยใช้และพังแล้วขึ้นใหม่ ช่วยหาอุปกรณ์สร้างส้วมให้ชาวบ้านโดยชาวบ้านออกแรงในการปลูกสร้าง และทำบ่อน้ำซึมไว้ใช้ เมื่อซ่อมศาลาวัดเสร็จก็มีคนถวายพระประธาน สำหรับเด็กที่ขาดอาหารในขั้นต้นก็ทำน้ำนมถั่วเหลืองแจกพร้อมภาชนะให้ชาวบ้านนำไปเลี้ยงเด็ก มีการชุมนุมเด็กมาร่วมรื่นเริงเป็นครั้งคราว ต่อมาจึงได้เกิดศูนย์เด็กขึ้นทุกแห่งของโครงการ เมื่อได้ร่วมงานศึกษาทดลองอาหารโปรตีนจากถั่วเหลืองของอาเซียน ในขณะเริ่มงานระยะแรก ชาวบ้านมีอาหารไม่พอบริโภค มีเพียง 2 ครัวเรือนเท่านั้น ที่ทำนามีข้าวเพียงพอ ก็ได้จัดสร้างยุ้งข้าวไว้ในวัด ซื้อข้าวมาให้ชาวบ้านยืม เมื่อทำนาได้ข้าวแล้วนำมาคืน

เมื่อเริ่มพัฒนาไปไม่นาน มีหมู่บ้านในละแวกนั้นที่มีความเป็นอยู่ยากจนยิ่งกว่าหมู่บ้านนางอย-โพนปลาโหล คือหมู่บ้านกวนบุ่ห้วยหวด และโคกกลาง มาขอความช่วยเหลือ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณได้รับหมู่บ้านนั้นเข้าไว้ในโครงการ

การช่วยพัฒนาหมู่บ้านโดยการให้ เป็นการช่วยให้พ้นชีวิตลำเค็ญในระยะต้น แต่การให้เรื่อยไปย่อมไม่ได้ ต้องพัฒนาให้เขาสามารถช่วยตนเอง หาพืชมาให้ปลูกหลังทำนาเพื่อเพิ่มรายได้ เมื่อส่งเสริมให้เกิดผลิตผล แล้วต้องหาตลาดมารับซื้อ โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปจึงเกิดขึ้นเพื่อรับซื้อผลิตผลที่ส่งเสริม เช่น มะเขือเทศ และข้าวโพดอ่อน เป็นต้น ได้ส่งคนงานไปฝึกอบรมการผลิตอาหารที่บริษัทอาหารสยาม สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า

งานโครงการพระราชดำรินางอย-โพนปลาโหลนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จหลายครั้ง และเมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายน 2527 สมเด็จพระเทพรัตนราสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จไปเยี่ยมชมกิจการ ทรงพอพระทัย และมีพระราชดำรัสว่า ต่อไปน่าจะหาทุนการศึกษาให้ชาวบ้านในท้องถิ่นได้รับการศึกษาในระดับสูง ในสาขาวิชาการจัดการโรงงาน เพื่อจะได้มาทำงานท้องถิ่นต่อไป

พ.ศ. 2521-2522 อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ มีการสู้รบกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา และพวกกลุ่มคอมมูนิสต์ ผลสุดท้ายทหารไทยสามารถรบชนะ ในระหว่างการสู้รบนั้น ราษฎรต้องอพยพมาอยู่หมู่บ้านโนนดินแดงจำนวนมาก ได้รับความลำบากในการกินอยู่อย่างยิ่ง ความทราบถึงพระเนตรพระกรรณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริช่วยบรรเทาทุกข์แก่ราษฎร โปรดเกล้าให้พัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา อนามัย และการศึกษา เป็นโครงการใหญ่เรียกว่า โครงการพัฒนาตามพระราชดำริ อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ มีหน่วยราชการหลายหน่วยเกี่ยวข้อง ที่ตำบลนี้มีหมู่บ้านเดิม 26 หมู่บ้าน และจัดใหม่ให้ผู้อพยพหนีภัยอีก 14 หมู่บ้าน รวมเป็น 40 หมู่บ้าน หมู่บ้านเหล่านี้ยากจน อดอยาก ขาดแคลนยิ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์ให้พัฒนาหมู่บ้านตัวอย่างให้แก่หมู่บ้านเหล่านี้ด้วยการดำเนินการคล้ายกับที่กำลังทำอยู่ที่นางอย กับ 5 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่บ้านซับสมบูรณ์ หมู่บ้านป่าไม้สหกรณ์ หมู่บ้านคลองหิน หมู่บ้านคลองโป่ง และหมู่บ้านหนองเสม็ด โดยมี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ เป็นผู้ควบคุม ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน เป็นผู้ดำเนินงาน เรียกโครงการนี้ว่า โครงการเสริมโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ อำเภอละหานทราย

ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน ได้เดินทางพร้อมผู้ร่วมงานจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เมื่อเดือนธันวาคม 2524 เพื่อพบกับผู้ปฏิบัติงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ประชุมทำความเข้าใจในการดำเนินงาน ได้เริ่มงานพัฒนาเด็ก โดยร่วมมือกับพัฒนากร และชาวบ้านจัดการสร้างศูนย์เด็กที่หมู่บ้านซับสมบูรณ์ และหมู่บ้านป่าไม้สหกรณ์ ชาวบ้านเป็นฝ่ายหาไม้ โครงการเสริมฯ เป็นฝ่ายช่วยหาอุปกรณ์ จัดการเลือกหาผู้ดูแลเลี้ยงเด็กจากคนในหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ของสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ให้การอบรมเรื่องการดูแลการให้อาหาร การทำอาหารเด็ก การทำนมถั่วเหลือง จัดอาหารกลางวัน อาหารเสริมโปรตีนจากถั่วเหลือง ถั่วเขียวเลี้ยงเด็กในวันเรียน เมื่อศูนย์เด็กสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้ง 5 หมู่บ้าน โครงการเสริมฯ ได้จัดหาเครื่องใช้และอุปกรณ์ให้ พร้อมทั้งดูแลช่วยเหลือต่อมาอีกระยะหนึ่ง จนสามารถดำเนินการเองได้แล้ว จึงมอบศูนย์เด็กให้อยู่ในความดูแลของผู้มีหน้าที่พัฒนาชุมชนรับไปดำเนินการต่อไป เกี่ยวกับความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ก็ได้ช่วยจัดหาแหล่งน้ำ และจัดให้มีส้วมขึ้นแต่ละบ้านแทนการไปถ่ายตามทุ่งนา เช่นเดียวกับที่นางอย หมู่บ้านที่ไม่มีศาลาวัดก็ได้ช่วยกันจัดสร้าง ตลอดจนหาพระพุทธรูปมาบูชาไว้สำหรับเป็นที่พึ่งทางจิตใจ และพัฒนาทางสังคม

โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป อำเภอละหานทราย จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชที่โรงงานจะรับซื้อแล้วนำไปแปรรูป เช่น มะเขือเทศ ข้าวโพดอ่อน และหน่อไม้ เป็นต้น โรงงานนี้เกิดขึ้นจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัฐบาลให้งบประมาณส่วนหนึ่ง เครื่องอุปกรณ์บางอย่างซื้อด้วยเงินทูลเกล้าถวายจากรัฐบาลของประเทศแคนาดา ทุนบางส่วนได้จากโครงการวิจัยอาหารของอาเซียน ระหว่างการสร้างได้คัดเลือกชาวบ้านไปฝึกงานการทำอาหารกระป๋อง การควบคุมคุณภาพจากโรงงานอาหารสยาม สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เมื่อโรงงานเริ่มผลิตผลิตภัณฑ์ในปีแรกนั้น โรงงานซื้อผลิตผลจากเกษตรกรได้ต่ำกว่าเป้าหมายมากและค่อยดีขึ้นในปีต่อมา

ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน เกษียณอายุราชการใน พ.ศ. 2524 และทำหน้าที่ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ต่ออีกหนึ่งปี ต่อมาระหว่าง พ.ศ. 2525-2527 ได้ย้ายไปเป็นผู้ช่วยอธิการบดี (เฉพาะกิจ) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมีสำนักงานดำเนินงานโครงการหลวง และโครงการพระราชดำริโดยเฉพาะเกี่ยวกับโรงงานอยู่ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน เป็นคนรักงาน การทำงานเป็นความสุข มีความคิดก้าวไกล งานจะต้องมาก่อนสิ่งอื่น ไม่กลัวปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน ทั้ง 2 อย่างนี้ เป็นสิ่งท้าทายให้หาทางเอาชนะให้ได้ รักผู้ร่วมงาน สอนวิธีทำงาน ไม่หวงความรู้ ไม่เห็นแก่เงิน เวลาทำงานผู้ร่วมงานจะเห็นศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตนเป็นคนดุ แต่ทำงานอย่างเป็นกันเอง คนทำงานด้วยก็ทำด้วยความรู้สึกสนุกสนาน ไม่มีช่องว่างระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง และคิดอยู่เสมอว่างานทั้งหลายเป็นผลดีได้จากความร่วมมือร่วมใจจากผู้ร่วมงาน

เกียรติยศและรางวัลต่างๆ ที่ได้จากการทำงาน คือ เหรียญรัตนาภรณ์ ชั้น 3 (พ.ศ. 2516) ประกาศนียบัตรประกาศเกียรติคุณจากสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จากผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในเรื่องการพัฒนาอาหารเกษตรโปรตีน (พ.ศ. 2518) โล่มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ที่ได้ช่วยอุปการะการศึกษาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (พ.ศ. 2521) ประมาภรณ์มงกุฎไทย (พ.ศ. 2522) ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (พ.ศ. 2524) โล่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ได้ปฏิบัติงานเป็นผลดีแก่มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ (พ.ศ. 2524) ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (พ.ศ. 2526)ประกาศนียบัตรประกาศเกียรติคุณที่ช่วยเหลือราชการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (พ.ศ. 2527) หนังสือประกาศเกียรติคุณจากกรมอาเซียนประเทศไทย ที่ได้อุทิศความรู้ความสามารถแก่โครงการวิจัยพัฒนาและผลิตอาหารโปรตีนของอาเซียน (พ.ศ. 2527)

ทางด้านชีวิตส่วนตัว ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตนได้สมรสครั้งแรกกับคุณประทุม โดษะนันทน์ มีบุตรธิดา 2 คน คือ 1) ศาสตราจารย์ ดร. อมรา พงศาพิชญ์ สมรสกับ ศาสตราจารย์ ดร. วสันต์ พงศาพิชญ์ 2) ดร. อมฤต ภูมิรัตน สมรสกับ คุณศศพินธุ์ มงคลสุข

หลังจากที่คุณประทุมได้ถึงแก่กรรม ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตนได้สมรสกับคุณระเบียบ เบกาญจน์ และมีบุตรธิดาอีก 3 คน คือ 1) ศาสตราจารย์ ดร. อมเรศ ภูมิรัตน สมรสกับ คุณนิยาภรณ์ สุมาวงศ์ 2) รองศาสตราจารย์ ดร. ศักรินทร์ ภูมิรัตน สมรสกับ คุณวิสาขา สุทัศน์ อยุธยา 3) คุณผุสดี ราลี่ สมรสกับ Mr. Bruce Braly

ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2527 สิริอายุได้ 65 ปี

แหล่งข้อมูล

ดร. ศักรินทร์ ภูมิรัตน และคนอื่นๆ. สัมภาษณ์, 22 ตุลาคม 2544.

อมร ภูมิรัตน. สมุดประวัติประจำตัวข้าราชการสำนักนายกรัฐมนตรี, 2515.