หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


อาจารย์เสรี ไตรรัตน์ ถือกำเนิดที่ตำบลฉาง อำเภอนนทบุรี ปัจจุบันเป็นอำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2460 เป็นบุตรของนายหลี และนางทองเหมือน ไตรรัตน์ มีพี่น้องร่วมบิดา-มารดา 4 คน คือ นางฉวีไตรรัตน์ นายเสรี ไตรรัตน์ นางปราณี ไตรรัตน์ นางมานิตตา แสนสุข

สมัยเป็นเด็ก เรียนหนังสือที่โรงเรียนประจำอำเภอ คือโรงเรียนนันทบำรุง เรียนอยู่ถึง ม. 1 ได้รับทุนการศึกษาจากทางจังหวัด จึงย้ายไปอยู่โรงเรียนปทุมวิไล อยู่ในวัดสำแล เนื่องจากโรงเรียนอยู่ห่างจากบ้าน 30-40 ก.ม. จึงต้องอาศัยอยู่กับท่านพระครูซึ่งมีอยู่องค์เดียว เมื่อเรียนจบ ม. 6 ใน พ.ศ. 2477 ได้กลับไปเป็นครูประชาบาล ได้รับเงินเดือน 35 บาท ผู้ปกครองให้เลือกเอาว่าจะไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ หรือจะค้าขาย เพราะพ่อแม่มีอาชีพค้าขาย อาจารย์เสรี ไตรรัตน์ จึงตัดสินใจเข้าเรียนต่อในกรุงเทพฯ ที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ ชั้น ม. 7-8 วิชาที่ชอบมากที่สุดคือ วิชาเคมี เมื่อจบ ม. 8 ใน พ.ศ. 2479 จึงเข้าเรียนวิชาเคมีปฏิบัติ ที่กรมวิทยาศาสตร์ กระทรวงเศรษฐการ จนจบใน พ.ศ. 2482 และเข้าทำงานในกรมวิทยาศาสตร์ต่อในแผนกวิเคราะห์ เช่น วิเคราะห์ฝิ่น โลหะ น้ำ เป็นต้น ต่อมาไปอยู่แผนกเกษตรเคมี กองเกษตรศาสตร์ ซึ่งขณะนั้นขึ้นอยู่กับกรมวิทยาศาสตร์

ต่อมากองเกษตรศาสตร์ย้ายจากกรมวิทยาศาสตร์ไปขึ้นกับกรมเกษตร ในช่วงนั้นอาจารย์เริ่ม บูรณฤกษ์ เป็นหัวหน้ากอง ได้สั่งให้อาจารย์เสรี ไตรรัตน์ ไปรายงานตัวที่วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประมาณ พ.ศ. 2484 และใน พ.ศ. 2486 วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ปรับสถานะขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีนิสิตเพียง 2 ชั้น คือปีที่ 1 และปีที่ 2 เท่าที่จำได้ รุ่นแรกมี หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณ ศาสตราจารย์ ดร. สุวรรณ เกษตรสุวรรณ รวมประมาณ 12 คน รุ่น 2 ก็มี คุณชีวัน ณรงค์ชวณะ คุณเรืองศรี บูรณศิริ และเพื่อนๆ รวมประมาณ 20 คน

เมื่อเริ่มตั้งเป็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีอาจารย์ประจำอยู่ 3 คน ได้แก่ อาจารย์อารียัน มันยีกุล ศาสตราจารย์จรัด สุนทรสิงห์ และอาจารย์เสรี ไตรรัตน์ ได้ปรับปรุงการสอนวิชาเคมีปฏิบัติ โดยเพิ่มวิชาการวิเคราะห์โดยคุณภาพ และเคมีการวิเคราะห์โดยปริมาณ ได้รวบรวม เรียบเรียงหนังสือเคมีเบื้องต้นภาคปฏิบัติการ ให้นิสิตใช้เป็นคู่มือเข้าห้องปฏิบัติการ รวบรวม เรียบเรียงหนังสือการวิเคราะห์โดยคุณภาพให้นิสิตใช้เป็นคู่มือ

ใน พ.ศ. 2492 อาจารย์เสรี ไตรรัตน์ ได้รับทุนไปศึกษาดูงานด้านปฐพีวิทยาที่ Oregon State University เมือง Corvallis ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้ได้รับความรู้เพิ่มเติม และนำมาถ่ายทอดในการสอนนิสิตในภายหลัง

อาจารย์เสรี ไตรรัตน์ ได้ทำการสอนวิชาปฐพีวิทยาเบื้องต้นร่วมกับอาจารย์ในภาควิชา เขียนตำราปฐพีวิทยาในบทธาตุอาหารพืช สอนเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ของดิน และเทคนิคในการวิเคราะห์ดิน

งานสอนที่อาจารย์ภาคภูมิใจอย่างยิ่ง คือได้ถวายการสอนหนังสือแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้แก่วิชาเคมีเบื้องต้น ทั้งภาคบรรยายและปฏิบัติ การวิเคราะห์โดยคุณภาพและปริมาณภาคปฏิบัติการ

พ.ศ. 2486 สมาคมรักบี้ ได้เชิญมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เข้าร่วมการแข่งขันรักบี้ อาจารย์เสรี ไตรรัตน์ ได้รับมอบหมายจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้ดูแลรับผิดชอบในเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นกีฬาใหม่ที่ชาวเกษตรยังไม่รู้จักคุ้นเคย ไม่มีผู้รู้กฎ กติกาใดๆ เลย อาจารย์เสรี ไตรรัตน์ ต้องขวนขวายติดต่อผู้ชำนาญในกีฬาประเภทนี้มาฝึกสอนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ในช่วงแรกๆ ก็มีอาจารย์จุรีพรหม กมลาศ มาช่วยจัดการให้เป็นทีม เป็นรูเป็นร่างขึ้น ต่อมาอาจารย์ประหยัด บูรณศิริ ซึ่งเป็นนักเรียนเก่าอังกฤษ และเคยเป็นนักรักบี้ทีมของมหาวิทยาลัยฯ ด้วย มาช่วยอบรมฝึกสอน และ อาจารย์เสรี ไตรรัตน์ ก็อุตส่าห์ศึกษาจากตำราต่างๆ เกี่ยวกับรักบี้ เพื่อช่วยกันให้ทีมรักบี้ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เข้าสู่สนามแข่งขันกับเขาได้ ในช่วง 4-5 ปีแรก ก็ต้องเป็นหมูสนามไปก่อนเป็นธรรมดา เป็นคู่ซ้อมให้กับทีมที่ช่ำชองกว่า เช่น ทีมธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายเรือ ฯลฯ ทีมได้รับการปรับปรุงให้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จนถึง พ.ศ. 2492 ก็เริ่มชนะมาเรื่อยๆ และชนะเลิศรักบี้ประเภทมหาวิทยาลัยในที่สุด

นอกจากกีฬารักบี้ ซึ่ง อาจารย์เสรี ไตรรัตน์ บุกบั่นทุ่มเทอย่างจริงจังจนสร้างชื่อเสียงให้แก่มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ กีฬาประเภทอื่นๆ เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล ว่ายน้ำ กรีฑา ฯลฯ อาจารย์เสรี ไตรรัตน์ ก็ได้เป็นผู้นำ ผู้ริเริ่ม ดูแลเอาใจใส่ ผลักดันให้การกีฬาต่างๆ เหล่านั้น เข้าสู่ระดับเท่าเทียมกับสถาบันอื่นๆ

กล่าวโดยรวมการกีฬาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่เป็นปึกแผ่น มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ส่วนใหญ่เกิดจากการอุทิศตนของอาจารย์เสรี ไตรรัตน์ ซึ่งทุกคนยอมรับโดยมิต้องสงสัย อาจารย์เสรี ไตรรัตน์ เป็นผู้ริเริ่มประเพณีการแข่งขันรักบี้ฟุตบอล ใช้ชื่อว่า ชาวไร่-ชาวเรือ (ทีมรักบี้ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ - ทีมรักบี้โรงเรียนนายเรือ) และได้ปฏิบัติต่อเนื่องกันมาเป็นการเสริมสร้างความรักสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่นิสิตนักศึกษาต่างสถาบัน

นอกเหนือจากความมุ่งมั่นให้นิสิตเกษตรมีความรู้สึกลึกซึ้งในวิชาที่อาจารย์รับผิดชอบ ผลักดันให้การกีฬาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์โดยรวมเจริญก้าวหน้าเป็นที่ยอมรับของสังคมทั่วไปแล้ว อาจารย์เสรี ไตรรัตน์ ยังมีความรู้ความสามารถในกีฬาด้านอื่นๆ อีกมากมาย เมื่อกิจกรรมในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ผ่อนคลายลง อาจารย์เสรี ไตรรัตน์ก็ยังคงมีภาระกิจเกี่ยวกับการกีฬาในระดับประเทศมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะเกษียณอายุราชการแล้วก็ตาม

นอกจากภาระหน้าที่ในสมาคมรักบี้แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์แล้ว อาจารย์เสรี ไตรรัตน์ ยังเป็นกรรมการบริหารของสมาคมกีฬาต่างๆ ในประเทศ เช่น ไทยรักบี้ยูเนียน สมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย สมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย สมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย สมาคมว่ายน้ำแห่งประเทศไทย สมาคมเทเบิลเทนนิแห่งประเทศไทย สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ในฐานะประธานคณะกรรมการผู้ตัดสิน

อาจารย์เสรี ไตรรัตน์ เป็นผู้มีส่วนสำคัญยิ่งกับการกีฬาแข่งขันจักรยานทั้งในประเทศและระดับอาเซี่ยสำหรับสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเริ่มก่อตั้งใน พ.ศ. 2502 มาจนถึงปัจจุบัน อาจารย์เสรี ไตรรัตน์ ได้ทำงานในตำแหน่งเลขาธิการสมาคมมาเกือบ 20 ปี นอกจากนั้นก็รับตำแหน่งนายกสมาคมผู้ฝึกสอน ประธานฝ่ายเทคนิค ฯลฯ เป็นผู้จัดการทีม และเป็นผู้ฝึกสอนการแข่งขันจักรยานระหว่างประเทศ จนได้ตำแหน่งชนะเลิศในการแข่งขันจักรยานชิงแชมป์แห่งเอเชีย ครั้งที่ 1 กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และเหรียญทอง 6 เหรียญ ในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 5 ที่กรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. 2509 จนชาวไทยทั่วประเทศรู้จัก อาจารย์เสรี ไตรรัตน์ในนามของปู่จักรยาน ซึ่งอาจารย์กล่าวว่า ก็ภูมิใจในชื่อที่ได้รับ เพราะเป็นผลงานระดับชาติที่น้อยคนจะบุกบั่นให้สำเร็จได้

ความใฝ่ฝันของอาจารย์เสรี ไตรรัตน์ ที่มีต่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คือ อยากเห็นความก้าวหน้าในทุกๆ ด้าน อาจารย์เสรี ไตรรัตน์ ได้เน้นถึงวิชาความรู้ โดยเฉพาะวิชาที่อาจารย์รับผิดชอบคือ วิชาเคมี ว่าจะต้องให้ได้มาตรฐานเช่นเดียวกับสถาบันอื่นที่เรียนเคมี คือเมื่อพูดเรื่องเคมี ก็ต้องรู้เรื่องและเข้าใจ

อาจารย์เสรี ไตรรัตน์ อยากให้นิสิตรู้จักความกตัญญูกตเวทีต่อครูบาอาจารย์ ต่อสถาบันศึกษา เมื่อสำเร็จการศึกษาไปแล้วอย่าลืมเกษตร ขอให้ช่วยกันทำให้เจริญขึ้นในทุกๆ ด้าน และทุกโอกาสที่ทำได้

อาจารย์เสรี ไตรรัตน์ ได้อุทิศตน ทุ่มเทกำลังใจ กำลังกาย ให้กับกิจกรรมที่ได้รับมอบหมายเกี่ยวกับการสอน การกีฬา จนทำให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีชื่อเสียง ก้าวหน้าทัดเทียมกับสถาบันการศึกษาอื่นได้อย่างเต็มความภาคภูมิ ประโยชน์นานับประการที่อาจารย์เสรี ไตรรัตน์มีต่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ส่งผลให้อาจารย์ได้รับการเชิดชูเกียรติ ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ก่อนเกษียณอายุราชการคือ ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และชั้นเหรียญทองดิเรคุณากรณ์

อาจารย์เสรี ไตรรัตน์ สมรสกับ น.ส. สนอง พีระบูเมื่อ พ.ศ. 2486 มีบุตร-ธิดา รวม 8 คน คือ 1) นางจิภา ไตรรัตน์ สำเร็จการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมรสกับนายมานพ เมรีรัตน์ 2) พ.ญ. ภัทริยา ไตรรัตน์ สำเร็จการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล สมรสกับนายนาวุฒิ จารุทัศน์ (ถึงแก่กรรม) 3) ด.ญ. ชีต้า ไตรรัตน์ (ถึงแก่กรรม) 4) นางแวนด้า ไตรรัตน์ จบคณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สมรสกับนายชวลิต จงวัฒนา 5) นายฉัตรชัย ไตรรัตน์ จบการศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 6) นางศิริน ไตรรัตน์ จบการศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 7) นางเนาวรัตน์ ไตรรัตน์ จบการศึกษาคณะพานิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมรสกับนายชาลี ภมรมนตรี 8) นายราชัน ไตรรัตน์ จบการศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง สมรสกับ น.ส. ปิยาภรณ์ กุลนิติ

อาจารย์เสรี ไตรรัตน์ ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2544 สิริอายุได้ 84 ปี

แหล่งข้อมูล

เสรี ไตรรัตน์. สัมภาษณ์, 30 ตุลาคม 2543.

เสรี ไตรรัตน์. สมุดประวัติประจำตัวข้าราชการกระทรวงเศรษฐการ, 2482.