หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


ศาสตราจารย์ ดร. สุชีพ รัตรสาร เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม 2466 ที่ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เป็นบุตรของนายชุนเท็นางข้อ รัตรสาร เรียนหนังสือชั้นประถมศึกษาโรงเรียนวัดคูหาสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง มัธยมศึกษาโรงเรียนวิเชียรมาตุ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง และโรงเรียนมหาวชิราวุธ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา อาชีวศึกษาจากเตรียมอุดมศึกษาเกษตรศาสตร์ แม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ จบปริญญาตรีด้านกสิกรรมและสัตวบาลจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปริญญาโทและเอกจาก Oregon State University, Corvallis ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทุนแลกเปลี่ยนระหว่าง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ Oregon State University ได้รับปริญญา M.S. และ Ph.D. ทางด้านสัตวบาล และประกาศนียบัตรทางด้าน Agriculture Engineering

พ.ศ. 2494 รับราชการที่กองสัตวบาล กรมกสิกรรม ได้รับแต่งตั้งให้ไปเป็นหัวหน้าสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์มหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม แต่ไม่ยอมรับ เพราะขณะนั้นยังมีความลังเลอยู่ว่าจะรับราชการดีหรือจะทำงานส่วนตัวดี คือ ฟาร์มเห็ดและเลี้ยงไก่ อยู่ในระยะตัดสินใจไม่ถูก จึงยอมรับเป็นเพียงไปปฏิบัติราชการแทนหัวหน้าสถานี แต่ท่านอธิบดีอนุมัติให้ทำหน้าที่เท่ากับหัวหน้าสถานี และในปีเดียวกันนี้กองสัตวบาลได้ถูกย้ายให้มาอยู่กับกรมปศุสัตว์ตามเดิม

พ.ศ. 2495 ได้โอนมารับตำแหน่งอาจารย์ตรี คณะกสิกรรมและสัตวบาล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เป็นอาจารย์โทและผู้ช่วยหัวหน้าแผนกเกษตรวิศวกรรม คณะกสิกรรมและสัตวบาล และเช่นเดียวกับครั้งแรก ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าแผนกฯ แต่ไม่ยอมรับเพราะเกรงใจรุ่นพี่ ซึ่งทำงานร่วมกันอยู่ขณะนั้น ทางมหาวิทยาลัยจึงแต่งตั้งให้รองอธิการบดี (ศาสตราจารย์จักร โชติศาลิกร) รักษาการแทนหัวหน้าแผนก

พ.ศ. 2499 ได้รับทุนไปศึกษาต่อ ประเทศสหรัฐอเมริกาและให้ไปเรียนทางวิชาวิศวกรรมเกษตร ซึ่งต้องเสียเวลาไป 1 ปี จึงได้ขอย้ายไปเรียนสัตวบาล จนได้รับปริญญาเอกใน พ.ศ. 2504

พ.ศ. 2504 เดินทางกลับจากต่างประเทศ และใน พ.ศ. 2505 ได้รับคำสั่งให้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยประธานกรรมการฝ่ายการปกครองและสวัสดิการ (ขณะนั้นไม่มีรองอธิการบดี ฝ่ายปกครอง ซึ่งทำหน้าที่คล้ายๆ กัน) และให้เป็นหัวหน้าสำนักงานฝ่ายปกครองและสวัสดิการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และในปีเดียวกันนี้ได้รับคำสั่งให้เป็นกรรมการกีฬาและทำหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายการสอนวิชาการพลศึกษา โดยตำแหน่งและหน้าที่นี้ท่านจึงได้วางแผนการเรียนวิชาพลศึกษาและการกีฬาของนิสิตมหาวิทยาลัยฯ ไปพร้อมๆ กัน เริ่มตั้งแต่การให้นิสิตเรียนและฝึกพลศึกษา และการเล่นกีฬาให้ประโยชน์ที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพสมบูรณ์ได้ผ่อนคลายความเครียด ได้รับความสนุกสนานจากการเข้าร่วมกิจกรรม ทำให้เกิดความสามัคคีและมีน้ำใจเป็นนักกีฬา จะสังเกตได้ว่าในปีต่อๆ มาหลังจาก พ.ศ. 2505 การกีฬาของมหาวิทยาลัยได้รับชัยชนะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งชนะเลิศเกือบทุกประเภท ซึ่งการดำเนินตามนโยบายนี้นับว่าดีและนับได้ว่าท่านเป็นผู้ที่ช่วยผลักดันให้การกีฬาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อยู่ในระดับโดดเด่นในปัจจุบัน

พ.ศ. 2511 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าภาควิชาพลศึกษา คณะวิทยาศาสตร์ อีกตำแหน่งหนึ่งนอกจากเป็นอาจารย์ภาควิชาสัตวบาล เป็นผู้ช่วยประธานกรรมการฝ่ายปกครองและสวัสดิการ และหัวหน้าสำนักงานฝ่ายปกครองและสวัสดิการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การที่ได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าภาควิชาพลศึกษาเป็นคนแรก เพราะเป็นผู้หนึ่งที่ได้พยายามจัดตั้งภาควิชาพลศึกษาขึ้นมา ด้วยเห็นว่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ควรจะผลิตอาจารย์ที่มีความรู้ทางการกีฬาและพลศึกษาขึ้นเองบ้าง จึงได้ทำเรื่องเสนอมหาวิทยาลัย และสภาการศึกษาแห่งชาติในสมัยนั้น ได้อนุมัติให้จัดตั้งขึ้น

พ.ศ. 2512 ได้ขอลาออกจากผู้ช่วยประธานกรรมการฝ่ายปกครองและตำแหน่งอื่นๆ ทุกตำแหน่งนอกจากเป็นอาจารย์อยู่ภาควิชาสัตวบาล และได้รับแต่งตั้งให้ไปเป็นหัวหน้าสถานีไร่ฝึกนิสิตเกษตรทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี จนถึง พ.ศ. 2513 เป็นเวลา 2 ปี ศาสตราจารย์ ดร. สุชีพ รัตรสาร เป็นผู้บุกเบิกสถานีวิจัยทับกวางท่านหนึ่ง ซึ่งได้ช่วยให้สถานีวิจัยแห่งนี้มีประโยชน์ต่อทั้งนิสิตและเกษตรกร อีกทั้งเป็นศักดิ์ศรีอันดีแก่มหาวิทยาลัยด้วย หลังจากนั้นท่านมาประจำอยู่ที่ภาควิชาสัตวบาล เริ่มบุกงานทางด้านการสอนและงานวิจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการผลิตสุกร ซึ่งทำอยู่ก่อนแล้วตั้งแต่ พ.ศ. 2500-2509 แต่ได้เริ่มขยายงานด้านนี้มากขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2510 เป็นลำดับมาและได้รับแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรีให้เป็นผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและฝึกอบรมการเลี้ยงสุกรแห่งชาติ และเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการอำนวยการโครงการวิจัยปรับปรุงพันธุ์สุกรและขยายการผลิต ซึ่งมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน ทั้งนี้เพราะได้เป็นผู้ร่างโครงการจัดตั้งศูนย์วิจัยและฝึกอบรมการเลี้ยงสุกรแห่งชาตินำเสนอเพื่อแก้ปัญหาเรื่องสุกรซึ่งเกิดขึ้นบ่อยๆ โครงการนี้เป็นโครงการระยะยาวและได้นำเสนอสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเมื่อ พ.ศ. 2511 ได้รับอนุมัติเมื่อ พ.ศ. 2512 แต่ได้รับอนุมัติเงิน และให้ดำเนินการได้ใน พ.ศ. 2516 โดยให้มีสถานี 2 แห่ง คือ สถานีวิจัยและฝึกอบรมการเลี้ยงสุกร อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม สถานีวิจัยและปรับปรุงพันธุ์สุกร ที่ไร่ฝึกนิสิตทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี จะเห็นได้ว่า ศาสตราจารย์ ดร. สุชีพ รัตรสาร ได้ทำงานที่สำคัญยิ่งโดยเป็นผู้ก่อตั้งศูนย์วิจัยและฝึกอบรมการเลี้ยงสุกรแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่มีกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการเลี้ยงสุกรอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร รวมทั้งธุรกิจภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ได้รับประโยชน์จากศูนย์วิจัยสุกรฯ นี้เป็นอย่างมาก ท่านเป็นผู้อุทิศตนในการวิจัยและค้นคว้าทุกแขนงวิชาที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสุกร มีผลงานวิจัยด้านปรับปรุงพันธุ์สุกร อาหาร และการให้อาหารในการจัดการเลี้ยงสุกร และศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับโรคและพยาธิของสุกร การทำผลิตภัณฑ์จากเนื้อสุกรการปรับปรุงโรงเรือนและอุปกรณ์ต่างๆ ในโรงเรือน ตลอดจนการตลาดและสหกรณ์ด้วย จากผลงานที่ปรับปรุงพันธุ์สุกรและขยายพันธุ์สุกรพันธุ์ดีให้แก่เกษตรกรและหน่วยราชการ เป็นผลให้เกษตรกรในปัจจุบันใช้สุกรขุนแทนพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งทำให้ประเทศไทยสามารถผลิตสุกรขุนที่มีคุณภาพทัดเทียมอารยะประเทศและก่อให้เกิดธุรกิจการเลี้ยงสุกรจนเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีแม่สุกจำนวนมากหลายหมื่นตัว และสามารถส่งเนื้อสุกรไปจำหน่ายยังสหรัฐอเมริกาและยุโรป

นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาวิจัยโดยนำเอาวัสดุทางเกษตรและผลพลอยได้จากโรงงานอุตสาหกรรมการเกษตรมาใช้เป็นอาหารสัตว์มากขึ้น เช่น กากเมล็ดยางพารา กากปาล์ม น้ำมัน กากส่าเหล้า ตลอดจนกากมันสำปะหลัง เป็นต้น จากผลการวิจัยนี้ทำให้มีการจัดตั้งโรงงานผลิตอาหารสัตว์ทั้งขนาดกลางและใหญ่ และเกษตรกรก็สามารถผสมอาหารใช้เองได้ เป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิต และได้มีการจัดหลักสูตรฝึกอบรมให้แก่ผู้เลี้ยงสุกรนับหมื่นคน เป็นผลให้เกษตรกรรายย่อย และบริษัทต่างๆ ได้ผลิตสุกรที่มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ

พ.ศ. 2513 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นอาจารย์ชั้นพิเศษประจำภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2522 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ระดับ 10 ประจำภาควิชาสัตวบาล ให้เป็นหัวหน้าสถานีวิจัยกำแพงแสน จ. นครปฐม ของสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2422 อีกตำแหน่งหนึ่งนอกเหนือจากตำแหน่งเดิม คือ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและฝึกอบรมการเลี้ยงสุกรแห่งชาติ และเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการอำนวยการของโครงการวิจัยปรับปรุงพันธุ์สุกรและขยายการผลิต

พ.ศ. 2525 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร เพิ่มอีกตำแหน่งหนึ่ง

พ.ศ. 2526 ได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์พิเศษประจำองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)

พ.ศ. 2527 เกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2527 รวมอายุราชการได้ 33 ปี

หลังจากเกษียณอายุราชการแล้ว อาจารย์ได้เป็นที่ปรึกษาสหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศ ที่ปรึกษาสหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรลำลูกกา ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2529 และ พ.ศ. 2536 เป็นที่ปรึกษาบริษัท เอเซียเคมีภัณฑ์

พ.ศ. 2531 ในโอกาสที่บริษัท ศรีไทยปศุสัตว์ จำกัด เริ่มดำเนินกิจการฟาร์มสุกร โดยก่อตั้งบริษัทพันธุ์สุกรไทย-เดนมาร์ก จำกัด ได้เชิญ ศาสตราจารย์ ดร. สุชีพ รัตรสาร เป็นที่ปรึกษา ต่อมาบริษัทได้ขยายกิจการออกไปจนมีฟาร์มสุกรถึง 4 ฟาร์ม เมื่อธุรกิจดำเนินมาถึงขนาดนี้แล้ว ท่านจึงจำเป็นต้องรับคำเชิญเป็นประธานกรรมการของบริษัท และท่านได้บริหารงานของบริษัทจนกิจการเป็นปึกแผ่น จนสามารถนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นบริษัทมหาชน บริษัทพันธุ์สุกรไทย-เดนมาร์ก จำกัด (มหาชน) ใน พ.ศ. 2537 กล่าวได้ว่าท่านทำให้วงการธุรกิจการผลิตสุกรทั้งของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และของประเทศไทยโดยรวมได้เจริญรุ่งเรืองทัดเทียมอารยะประเทศ ท่านได้อุทิศเวลาให้กับงานอย่างเสมอต้นเสมอปลายตลอดเวลามาโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยท่านได้บำเพ็ญตนเป็นอาจารย์ที่ดีแก่ผู้ร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชาตลอดมา โดยให้คำแนะนำในการทำงานทั้งด้านวิชาการและด้านปฏิบัติ ท่านมีความห่วงใยในความเป็นอยู่และทุกข์สุขของผู้คนรอบข้างด้วยดีเสมอมา

ด้านครอบครัว ศาสตราจารย์ ดร. สุชีพ รัตรสาร ได้สมรสกับรองศาสตราจารย์ชูจิตต์ รัตรสาร อาจารย์ภาควิชาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีบุตรธิดา 4 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 2 คน คือ นายอภิชาติ รัตรสาร M.A. (Mississippi State University) นายแพทย์ฉัตรชัย รัตรสาร พ.บ. (มหาวิทยาลัยมหิดล) แพทย์หญิง ดวงสมร แสงโชติช่วงชัย พ.บ. (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) และ นางสาวพรศุลี รัตรสาร จบปริญญาตรี (ABAC)

ศาสตราจารย์ ดร. สุชีพ รัตรสาร เป็นผู้อุทิศเวลาเพื่อการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และฝึกอบรมเกี่ยวกับการผลิตสุกรอย่างต่อเนื่องเป็นเวลามากกว่า 30 ปี เป็นคุณประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนางานด้านสุกร ส่งผลให้ประเทศสามารถผลิตสุกรที่มีคุณภาพดีส่งไปต่างประเทศได้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีความภูมิใจใน ศาสตราจารย์ ดร. สุชีพ รัตรสาร เป็นที่สุด สภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้มีมติให้ท่าได้รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาเกษตรศาสตร์ ใน พ.ศ. 2536 และท่านได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดคือ ประมาภรณ์ช้างเผือก ใน พ.ศ. 2525

ความเป็นผู้มีวิริยะอุตสาหะและความตั้งใจ ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหาต่างๆ อีกทั้งเป็นผู้นอบน้อมและมีความเฉลียวฉลาดเป็นเลิศ เป็นสิ่งที่ผู้ร่วมงานและลูกศิษย์ได้เรียนรู้ถึงทัศนคติ ความคิด เจตนารมย์และปรัชญาในการทำงานที่ถูกต้องจากอาจารย์เป็นอย่างมาก และก่อให้เกิดประโยชน์แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และประเทศไทยสืบมาจนถึงปัจจุบัน

แหล่งข้อมูล

อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ศาสตราจารย์ ดร. สุชีพ รัตรสาร. นครปฐม : ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมการเลี้ยงสุกรแห่งชาติ, 2538.

สุชีพ รัตรสาร. สมุดประวัติประจำตัวข้าราชการกระทรวงเกษตราธิการ, 2494.