หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


รองศาสตราจารย์ ดร. สำอาง ศรีนิลทา เกิดเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2479 ที่บ้านสูงยาง ตำบลสูงยาง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นบุตรของนายบู่ และนางคูณ ศรีนิลทา

ในด้านการศึกษา รองศาสตราจารย์ ดร. สำอาง ศรีนิลทาได้เรียนจบชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนวัดบ้านสูงยาง ชั้นมัธยมปีที่ 6 จากโรงเรียนประจำจังหวัดร้อยเอ็ด เตรียมอุดมศึกษาปีที่ 2 จากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จบชั้นปีที่ 1 หลักสูตรกสิกรรมและสัตวบาลบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2498 สอบได้ทุนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไปศึกษาต่อต่างประเทศระดับปริญญาตรีทางเกษตรศาสตร์ จาก University of the Philippines at Los Banos เมื่อรับราชการได้ 2 ปี ที่คณะเกษตร ได้รับทุน Fullbright ไปศึกษาต่อปริญญาโททางปฐพีศาสตร์ที่University of California, Berkeley ได้รับปริญญา M.S. in Soil Science ใน พ.ศ. 2507 ได้ศึกษาต่อปริญญาเอกด้วยทุน Rockefeller Foundation ที่ Davis และ Iowa State University ได้ปริญญา Ph.D. in Soil Physics ใน พ.ศ. 2510

รองศาสตราจารย์ ดร. สำอาง ศรีนิลทา เริ่มรับราชการที่ภาควิชาปฐพีวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ในตำแหน่งผู้ช่วยอาจารย์ (พฤษภาคม 2503) ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นอาจารย์ตรี (พ.ศ. 2503) อาจารย์เอก (พ.ศ. 2511) รองศาสตราจารย์ (พ.ศ. 2521) งานในหน้าที่บริหารได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ เช่น ผู้ช่วยหัวหน้าภาควิชาปฐพีวิทยา ผู้ประสานงาโครงการพัฒนาภายใต้ความช่วยเหลือของรัฐบาลญี่ปุ่น หัวหน้ากองบริการการศึกษา หัวหน้าภาควิชาปฐพีวิทยา ประธานกรรมการการศึกษา รองอธิการบดี (กำแพงแสน) รองอธิการบดีด้านการวางแผนและพัฒนา กรรมการและเลขานุการ อ.ก.ม. กรรมการและเลขานุการสภามหาวิทยาลัย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในด้านปุ๋ยเคมีแห่งชาติ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังดำรงตำแหน่งทางบริหารและวิชาการในหน่วยงานมหาวิทยาลัยต่างๆ และองค์การระหว่างประเทศ เช่น เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ ก.พ. ของ ก.ม. อาจารย์และรองผู้อำนวยการของศูนย์บัณฑิตและวิจัยด้านการเกษตรแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEARCA) University of the Philippines at Los Banos เป็น Excutive Secretary ของ AAACU รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เป็นต้น

รองศาสตราจารย์ ดร. สำอาง ศรีนิลทา ได้มีคุณูปการต่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในงานพัฒนาต่างๆ ทั้งในระดับภาควิชา คณะ สถาบัน สำนัก และมหาวิทยาลัย และด้วยความรู้ความสามารถในด้านวิชาการและการบริหาร จึงได้รับการยกย่องจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศและต่างประเทศ ได้ปฏิบัติงานในหน้าที่สำคัญระหว่างประเทศหลายวาระ ทำให้วงการศึกษาพัฒนาไปเป็นอันมาก

การพัฒนางานภาควิชาปฐพีวิทยา คณะเกษตร

รองศาสตราจารย์ ดร. สำอาง ศรีนิลทา เมื่อดำรงตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าภาควิชาปฐพีวิทยา (วันที่ 26 พฤศจิกายน 2511 ถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2513) และหัวหน้าภาควิชาปฐพีวิทยา (วันที่ 12 พฤษภาคม 2521 ถึงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2524) ได้มีส่วนร่วมพัฒนากิจกรรมการเรียน การสอน และการวิจัยด้านปฐพีวิทยาขึ้นในแผนกเกษตรศาสตร์ ซึ่งขณะนั้นเป็นการเรียนการสอนด้านพืชไร่นาเป็นส่วนใหญ่ ศาสตราจารย์ ดร. สรสิทธิ์ วัชโรทยาน กล่าวว่า

…ช่วงที่ ดร. สำอาง เป็นอาจารย์อยู่ที่แผนกเกษตรศาสตร์ ดร. สำอาง เป็นคนแรกที่ได้เป็นผู้ริเริ่มต้นการพัฒนาหมวดวิชาปฐพีวิทยาขึ้นในแผนกเกษตรศาสตร์ เปิดโอกาสให้นิสิตที่เรียนในแผนกเกษตรศาสตร์มาเลือกเรียนวิชาเอกได้สองสาขาคือ ปฐพีวิทยา และพืชไร่นา นอกจากนี้ ยังได้เขียนคู่มือปฏิบัติการปฐพีวิทยาเป็นเล่มแรกในเมืองไทย และใช้เรียนกันต่อมา

หัวหน้ากองบริการการศึกษาคนแรกและการพัฒนางานทะเบียนนิสิต

เมื่อสำนักงานอธิการบดีได้แบ่งส่วนราชการออกเป็น 7 กอง รองศาสตราจารย์ ดร. สำอาง ศรีนิลทา ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติงานบริหาร เป็นหัวหน้ากองบริการการศึกษาคนแรก (วันที่ 17 พฤศจิกายน 2520 ถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2523) ได้มีบทบาทสำคัญในการวางกรอบและหลักการในการปฏิบัติงาน และปรับปรุงระบบฐานข้อมูลของนิสิต โดยได้นำข้อมูลการลงทะเบียนเรียนของคณะต่างๆ ในบัตรเจาะรู ซึ่งเป็นฐานข้อมูลสำคัญ เมื่อนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในภายหลัง

การพัฒนางานวิทยาเขตกำแพงแสน

รองศาสตราจารย์ ดร. สำอาง ศรีนิลทา ได้รับมอบหมายเป็นผู้ช่วยรองอธิการบดีกำแพงแสน (วันที่ 7 สิงหาคม 2523 ถึงวันที่ 9 มีนาคม 2524) และเป็นรองอธิการบดีกำแพงแสน (วันที่ 10 มีนาคม 2524 ถึงวันที่ 7 กรกฎาคม 2525) นอกจากงานบริหารวิทยาเขต ซึ่งเริ่มมีนิสิตไปเรียนจะต้องจัดระบบการเรียนการสอน อาคารสถานที่ และงานบุคลากรต่างๆ แล้ว การจัดสิ่งอำนวยความสะดวก สวัสดิการต่างๆ เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องบริหารจัดการ รองศาสตราจารย์ ดร. สำอาง ศรีนิลทา ได้อุทิศตนเพื่อพัฒนาวิทยาเขตให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้ในหลายๆ ประการ ดังที่ รองศาสตราจารย์เรืองอุไร ศรีนิลทา (ภรรยา) ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า

…เรื่องวิทยาเขตกำแพงแสน อาจารย์ก็ทุ่มสุดตัว เริ่มจากไปถึง ไฟฟ้ายังไม่มี น้ำยังไม่มี หอพักเปิดไปแล้ว แต่ไม่มีน้ำ รถที่จะวิ่งระหว่าง campus บางเขนกับกำแพงแสน อาจารย์ก็ต้องวิ่งไปจัดหาทุกอย่างมาเพื่อความสะดวกของทุกคน คือทั้งบุคลากรของมหาวิทยาลัยเองและนิสิต แล้วเรื่องปลูกต้นหมากรากไม้ คือรับไปเต็มๆนอกเหนือจากงานบริหารที่ทำอยู่ อาจารย์ก็จะดูแลเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่น วันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดราชการอื่นๆ เด็กนิสิตไม่อยากอยู่ใน campus กันเพราะไม่มีการเรียนการสอน อาจารย์ก็ไม่อยากให้ campus ร้าง ทั้งมันใหญ่ด้วย ต้นไม้ก็ยังไม่ขึ้น อาจารย์คิดว่าจะทำอย่างไรให้นิสิตอยากอยู่ campus อยากมีสตางค์ไปทำลาน bowling ให้เด็กไปโยนเล่น หรือทำกิจกรรมอื่นๆ เป็นทำนองสโมสร นิสิตจะได้มีกิจกรรมทำในวันหยุดหรือหลังเลิกเรียนตอนเย็นๆ แต่ก็ยังทำไม่ได้ เพราะต้องใช้เงินมาก และช่วงนั้นยังไม่มีงบประมาณ อาจารย์ก็เลยคิดนำหนังมาฉายให้นิสิตดู ชาวบ้านแถวนั้นก็มาดูด้วยตอนกลางคืนดูกันสนุก ตอนเช้าเศษขยะเต็มสนามต้องจัดการเก็บกวาดกันยกใหญ่ คือต้องดูแลทุกอย่างตั้งแต่พื้นดินขึ้นไป อาจารย์ตั้งใจและทุ่มเทกับวิทยาเขตกำแพงแสนมาก อาจารย์อยู่ทางโน้น วันหนึ่งมี 24 ชั่วโมง ก็จะให้กับงานทั้ง 24 ชั่วโมง วันหยุดก็ไม่ค่อยได้กลับบ้าน…

งานพัฒนาวิทยาเขตกำแพงแสนที่รองศาสตราจารย์ ดร. สำอาง ศรีนิลทา เป็นกำลังสำคัญในการจัดทำโครงการขอรับการสนับสนุน (Grant Aid) จากรัฐบาลญี่ปุ่นผ่าน JICA โครงการดังกล่าวทำให้วิทยาเขตกำแพงแสนมีศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง ศูนย์เครื่องจักรกลการเกษตรแห่งชาติ และศูนย์ส่งเสริมและฝึกอบรมการเกษตรแห่งชาติ ซึ่งสร้างความเข้มแข็งให้วิทยาเขตในด้านการวิจัยและบริการวิชาการแก่สังคม

การปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ

รองศาสตราจารย์ ดร. สำอาง ศรีนิลทา ได้รับคัดเลือกให้เป็นรองผู้อำนวยการของ SEARCA (Southeast Asian Regional Center for Graduate Study and Research in Agriculture) เป็นเวลา 7 ปี (ระหว่าง พ.ศ. 2528-2535) ซึ่งเป็นหน่วยงานส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาและวิจัยด้านการเกษตรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีส่วนรับผิดชอบและให้การสนับสนุนการพัฒนาอาจารย์ทางการเกษตร ให้ทุนอุดหนุนบุคลากรของไทยไปศึกษาและวิจัยด้วย นอกจากนี้ยังได้รับงานในตำแหน่ง Executive Secretary ของ AAACU ตั้งแต่ พ.ศ. 2529 เป็นต้นมา

ร่วมงานบุกเบิกมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

รองศาสตราจารย์ ดร. สำอาง ศรีนิลทา เป็นนักวิชาการและนักบริหารที่ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ฉะนั้นทุกหน่วยงานจึงเชิญให้ไปช่วยวางรากฐานและพัฒนาการศึกษา เมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติภารกิจที่ SEARCA และกลับมาปฏิบัติราชการที่ประเทศไทย พ.ศ. 2536 รองศาสตราจารย์เรืองอุไร ศรีนิลทา เล่าว่า

…ท่านศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีอ้าอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กำลังหาคนช่วยงานที่ ทส. อยู่ ก็เลยมาทาบทาม คือท่านทราบว่าอาจารย์เป็นแกนก่อร่างสร้างกำแพงแสน ก็เลยติดต่อมา เป็นการจี้ถูกจุด เพราะอาจารย์ชอบงานท้าทาย งานบุกเบิก และงานพัฒนาอยู่แล้ว อาจารย์ก็เลยตอบรับเข้าร่วมงานกับ ทส. ตอนนั้น ทส. กำลังเตรียมรับนักศึกษาปี 1 รุ่นแรก อาจารย์ก็โดดเข้าไปช่วยเพราะคิดว่าจะมีโอกาสใช้ประสบการณ์ที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์กับประเทศชาติได้อีกครั้ง ก็เหมือนกับที่กำแพงแสนเลยค่ะ คือมหาวิทยาลัยใหม่จริงๆ ไปแรกๆ ที่อยู่ก็ยังไม่มี ต้องไปเช่าโรงแรมอยู่ก่อน เปิดเรียนวันแรกเด็กเข้าหอพัก เกิดน้ำไม่ไหล อาจารย์ต้องไปซื้อ tank น้ำหลายๆ tank เชื่อมต่อกัน และปั๊มน้ำให้เด็กใช้ตามหอพัก คือต้องเริ่มตั้งแต่ยังไม่มีอะไร มีปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน ก็ต้องคอยแก้ไขกันไป อาจารย์ก็อยู่ ทส. จน ทส. เป็นรูเป็นร่าง อาจารย์เหนื่อยมากเลยนะคะ อาจจะเป็นเพราะอายุมากขึ้นกว่าตอนที่ทำกำแพงแสนมากก็เป็นได้ แล้วช่วงหลังอาจารย์มีอาการโรคหัวใจด้วยนะค่ะ ถึงอย่างนั้นอาจารย์ยังเคยปรารภว่าอยากอายุน้อยกว่านี้อีกสัก 10 ปี จะได้ทำงานที่ ทส. ให้ได้มากกว่านี้ มีอะไรอีกหลายอย่างที่คิดไว้ และอยากทำ แต่ว่าเวลาและกำลังกายไม่อำนวย ทส. เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐฯ การใช้เงิน การใช้งบประมาณค่อนข้างคล่องตัว บุคลากรก็กระตือรือร้น เป็นเหตุให้ผู้บริหารทำงานได้คล่อง ไม่สะดุด อาจารย์ทำงานอย่างสนุก งานสำเร็จไปด้วยดี จนถึงทุกวันนี้ ทส. ได้ผลิตบัณฑิตให้กับประเทศไทยไปหลายรุ่นแล้ว งานที่ ทส. ก็เป็นอีกงานหนึ่งที่อาจารย์ภาคภูมิใจ

ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษด้านวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ภายหลังเกษียณอายุราชการแล้ว ศาสตราจารย์ ดร. ธีระ สูตะบุตร อธิการบดีได้เชิญรองศาสตราจารย์ ดร. สำอาง ศรีนิลทามาช่วยงานเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษด้านวิเทศสัมพันธ์ (วันที่ 1 มกราคม 2541) เนื่องจากมีงานติดต่อต่างประเทศมาก และรองศาสตราจารย์ ดร. สำอาง ศรีนิลทาเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูงในด้านต่างประเทศ ด้วยคุณลักษณะประจำตัวของรองศาสตราจารย์ ดร. สำอาง ศรีนิลทาที่มีคือ ทำงานเพราะอยากทำ ทำด้วยความเต็มใจ ซึ่ง รองศาสตราจารย์เรืองอุไร ศรีนิลทา ได้กล่าวไว้ว่า

…อาจารย์สำอางเป็นคนอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ คือทั้งชีวิตทำงานทุกวัน วันธรรมดาตื่นมาแล้วอยู่บ้าน จะรู้สึกแปลกๆ อาจารย์บอกว่าจะไปทำงานอาทิตย์ละ 1 วัน ดิฉันคิดว่าดีเหมือนกันเพราะอาจารย์จะได้มีโอกาสพบเพื่อน พบคนรู้จักเก่าๆ จะได้ไม่เหงา และได้ทำประโยชน์กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ด้วย แรกๆ ก็อาทิตย์ละวันนะค่ะ แต่ไปๆมาๆ อาจารย์ไปเกษตรเกือบจะทุกวันเลย เหมือนกับว่ายังไม่เกษียณ ลูกก็ถามได้ความว่า มีเรื่องอื่นๆ มาให้อาจารย์ช่วย มีคนมาขอคำปรึกษาในเรื่องต่างๆ เช่น การเตรียมตัวออกนอกระบบของมหาวิทยาลัย การเตรียมงานรับพระราชทานปริญญาบัตร เป็นต้น….อาจารย์เป็นที่ปรึกษาที่ดีคือ นอกจากความรู้และประสบการณ์ที่มีมากแล้ว อาจารย์ยังรอบคอบและมีการให้คำแนะนำอย่างเป็นระบบชัดเจนคือ จะอธิบายชี้แจงเป็นข้อๆ ผู้ที่มาขอคำปรึกษาจะได้คำแนะนำที่ครบและไปปฏิบัติได้จริง

สิ่งที่รองศาสตราจารย์ ดร. สำอาง ศรีนิลทา ยึดถือปฏิบัติ

รองศาสตราจารย์ ดร. สำอาง ศรีนิลทา เป็นคนนุ่มนวล อ่อนน้อม กตัญญูต่อครู อาจารย์ที่สอนมาแม้เพียงปีเดียว แต่รองศาสตราจารย์ ดร. สำอาง ศรีนิลทาก็นับถืออาจารย์ทุกคน ไม่ว่าจะเคยสอนหรือไม่เคยสอน อาจารย์จะดูแลหมด รองศาสตราจารย์เรืองอุไร ศรีนิลทา ได้กล่าวถึงสิ่งที่รองศาสตราจารย์ ดร. สำอาง ศรีนิลทายึดถือปฏิบัติไว้ ดังนี้

…เรื่องขอยศ ขอตำแหน่ง อาจารย์สำอางไม่ขอนะค่ะ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ จะทำงานไปเรื่อยๆ คือฉันไม่สนใจในเรื่องอย่างนี้ มุ่งทำงานที่อยากทำ ผลงานเหลือพอแล้ว เงินเดือนมีแค่นี้ก็แค่นี้ ก็ทำแต่งาน จนกระทั่งท่านอธิการบดีหลายท่านบอกให้ขอสักทีเถอะ ทำไมไม่ขอสักที อาจารย์ก็บอก ทำไมเราต้องขอ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ อ้างสรรพคุณตัวเอง ทำไมเราต้องบอกว่าเราดียังไง ถ้าฉันดีก็ควรพิจารณาให้มา ก็ไม่ดีก็ไม่ต้องให้ ดังนั้น มหาวิทยาลัยไปขอศาสตราจารย์ให้เลย แล้วเรื่องกลับมาเป็นรองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ก็รองศาสตราจารย์ไปเรื่อย

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยที่อาจารย์สำอางรู้สึกว่ามีบุญคุณกับอาจารย์ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ได้ให้โอกาสไปร่ำเรียนและทำงานในหน้าที่ต่างๆ อาจารย์รักมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อาจารย์ทุ่มเทให้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทุกอย่าง ตอนที่อยู่กับเกษตร แม้จะมีบริษัทอะไรต่อมิอะไรมาติดต่ออาจารย์ไปทำงาน อาจารย์ก็ไม่คิดจะไป อาจารย์ทำงานกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และหน่วยงานที่เชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นหลัก ความกตัญญูรู้คุณเช่นนี้เป็นสิ่งที่อาจารย์ถือปฏิบัติ

ด้วยเหตุที่รองศาสตราจารย์ ดร. สำอาง ศรีนิลทา เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาการศึกษาและค้นคว้าในระดับอุดมศึกษา ได้อุทิศตนให้กับการพัฒนาการศึกษาตลอดมา โดยดำเนินการก่อสร้างห้องปฏิบัติการ และจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นในการเรียนการสอนและการวิจัยทางการเกษตร อีกทั้งเป็นผู้วางพื้นฐานการบริหาร การปฏิบัติงานปรับปรุงรูปแบบการลงทะเบียน การติดตามผลและการรายงานผลการเรียน นำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการบันทึก ประมวลผลการเรียนและการจัดตารางเรียน ทำให้การดำเนินงานเกี่ยวกับการเรียนการสอนและการบริหารการศึกษาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเป็นแบบอย่างที่ดี อีกทั้งได้รับเกียรติและการยกย่องอย่างสูงในวงวิชาการเป็นอเนกประการทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ เช่น ได้รับยกย่องเป็นศาสตราจารย์พิเศษ สาขาปฐพีวิทยา จาก University of the Philippines at Los Banos และได้รับโล่เกียรติยศในฐานะผู้มีพระคุณต่อการวางรากฐาน แนวนโยบายพัฒนาบุคลากรและวิชาการสาขาปฐพีวิทยา เป็นต้น สภามหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ได้มีมติให้ได้รับพระราชทานปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาศึกษาศาสตร์เกษตรเพื่อเป็นเกียรติสืบไป

รองศาสตราจารย์ ดร. สำอาง ศรีนิลทา ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดคือ ประมาภรณ์มงกุฎไทย

ในด้านครอบครัว รองศาสตราจารย์ ดร. สำอาง ศรีนิลทา สมรสกับรองศาสตราจารย์เรืองอุไร (บุญบงการ) ศรีนิลทา มีธิดา 1 คน คือ นางสาวชุติเมษฏ์ ศรีนิลทา เป็นอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

รองศาสตราจารย์ ดร. สำอาง ศรีนิลทา ได้ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2543 สิริอายุได้ 64 ปี

แหล่งข้อมูล

วิโรจ อิ่มพิทักษ์ และเรืองอุไร ศรีนิลทา. สัมภาษณ์, 25 มิถุนายน 2544.

สำอาง ศรีนิลทา. สมุดประวัติประจำตัวข้าราชการสำนักนายกรัฐมนตรี, 2503.