หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


ศาสตราจารย์สาโรช มนตระกูล เกิดเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2451 เป็นชาวฟิลิปปินส์โดยกำเนิด พ.ศ. 2475 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี (คณะเกษตร) จาก University of the Philippines at Los Banos ในช่วง พ.ศ. 2474-2476 ได้ทำงานอยู่กับภาควิชาปฐพีวิทยา จนกระทั่ง พ.ศ. 2478 ได้เดินทางพร้อมกับ ศาสตราจารย์ Robert L. Pendleton ซึ่งเป็นศาสตราจารย์และหัวหน้าภาควิชาปฐพีวิทยา ของ University of the Philippines at Los Banos เข้ามาประเทศไทย โดยได้รับตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ทางปฐพีวิทยา กรมวิทยาศาสตร์ กระทรวงเศรษฐการ ประจำประเทศไทย เป็นที่ปรึกษาทางด้านการเกษตรและเทคโนโลยีทางดิน ประจำกรมกสิกรรมและประมง พ.ศ. 2485 ย้ายมาสังกัดกรมกสิกรรม (กรมวิชาการเกษตรในปัจจุบัน) ในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านปฐพีวิทยา จนถึง พ.ศ. 2516

งานสำรวจจำแนกและทำแผนที่ดินของประเทศไทย ได้เริ่มต้นดำเนินงานมาก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ประมาณ พ.ศ. 2478 มี ศาสตราจารย์ Robert L. Pendleton นักวิทยาศาสตร์ทางดินและการเกษตร (soil technologist and agriculturist) ชาวอเมริกัน เข้ามาปฏิบัติการในประเทศไทยในฐานะที่ปรึกษาของกรมกสิกรรมและประมงในสมัยนั้น อาจกล่าวได้ว่า ศาสตราจารย์ Robert L. Pendleton เป็นบิดาทางด้านการสำรวจดินของประเทศไทย โดยได้พิจารณาเห็นว่าในการวางแผนพัฒนาการเกษตรของประเทศไทย จำเป็นต้องมีข้อมูลเรื่องดินเป็นพื้นฐานในการวางแผน โดยเฉพาะต้องมีแผนที่ดินเป็นหลัก จึงได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ซึ่งมี ศาสตราจารย์สาโรช มนตระกูลเป็นแกนนำสำคัญในการดำเนินงาน โดยเน้นการสำรวจดินระดับประเทศ (reconnaissances soil survey) การสำรวจดินในพื้นที่ส่วนใหญ่ต้องเดินทางด้วยเกวียน ช้าง เรือ แพ และการเดินเท้า ศาสตราจารย์ Robert L. Pendleton และคณะได้ออกสำรวจให้ได้พื้นที่มากที่สุด อาศัยแผนที่ทางธรณีวิทยา (surface rocks) และแผนที่ชนิดของป่าไม้ที่มีอยู่ในสมัยนั้น เป็นข้อมูลพื้นฐานในการจำแนกดินและหาขอบเขตของดินที่ได้ทำการจำแนกและกำหนดเป็นหน่วยของแผนที่ดิน แผนที่พื้นฐาน (Base Map) ที่ใช้ในการสำรวจดินสมัยนั้นเป็นแผนที่ภูมิประเทศของกรมแผนที่ทหาร มาตราส่วน 1: 50,000 และ 1: 250,000 เป็นหลัก

หลังจาก พ.ศ. 2485 Robert L. Pendleton ได้เดินทางกลับอเมริกา ในช่วงนี้เอง ศาสตราจารย์สาโรช มนตระกูล ได้ดำเนินงานสำรวจดินต่อ แต่เป็นการทำแผนที่ในโครงการที่ละเอียดกว่า เพื่อใช้เป็นข้อมูลปรับปรุงแผนที่ดินของประเทศไทยให้ถูกต้องยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ พ.ศ. 2495 เป็นต้นมา ศาสตราจารย์สาโรช มนตระกูล ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมการข้าว ได้แก่ นายธนู คำแก่น นายอาวุธ พิมพ์พันธุ์ นายวิชัย บุวัฒน์ และนายบรรจง เย็นมนัส ซึ่งสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ดำเนินการสำรวจดินต่อ เป็นการสำรวจดินในระดับโครงการ เช่น โครงการชลประทานทุ่งสำฤทธิ์ ลำพระเพลิง ลำตะคอการสำรวจตรวจเจาะดูลักณะของดินในสนามทำได้มาก เนื่องจากการคมนาคมสะดวกขึ้น เครื่องมือย่อขยายแผนที่ดีขึ้น แผนที่ดินที่ผลิตออกมามีอัตราส่วนโตขึ้น คือมีมาตราส่วน 1 : 40,000 - 1 : 50,000 ตามมาตราส่วนของภาพถ่ายทางอากาศ และแผนที่ภูมิประเทศ ในช่วงนี้เองส่วนราชการต่างๆ ได้มองเห็นความสำคัญของแผนที่ดิน และได้นำไปเป็นข้อมูลพื้นฐานในการวางแผนพัฒนาโครงการต่างๆ

แต่อย่างไรก็ตาม งานด้านการทำแผนที่ดิน ก็ได้ดำเนินการอยู่ในกระทรวงเกษตรฯ โดยมีกรมการข้าว กรมกสิกรรม และกรมชลประทาน รับผิดชอบการปรับปรุงและขยายงานด้านการสำรวจ และทำแผนที่ดินในช่วงแผนพัฒนา ฉบับที่ 1 ค่อนข้างมาก ด้วยเหตุผลคือ ความต้องการข้อมูลทางดิน เพื่อวางแผนพัฒนาการเกษตรมีมาก ประกอบกับประเทศอเมริกาให้ความช่วยเหลือผ่านทาง USOM ได้ทำการสำรวจและทำแผนที่ดินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นรายจังหวัด

พ.ศ. 2504 Dr. F.R. Moormann ชาวเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ได้เข้ามาปฏิบัติงานในประเทศไทย ในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญการสำรวจดิน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยจากกรมการข้าว มี ศาสตราจารย์สาโรช มนตระกูล และจากกรมกสิกรรม มี ดร. สมาน พาณิชย์พงษ์ เป็นแกนนำ ทำการศึกษาและปรับปรุงแผนที่ดินของประเทศไทย โดยอาศัยแผนที่ดินที่ ศาสตราจารย์ Robert L. Pendleton ได้จัดทำไว้เป็นหลัก และได้ทำการสำรวจทำแผนที่ดินหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จนกระทั่ง พ.ศ. 2506 ได้มีการจัดตั้งกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติขึ้น รัฐบาลมีนโยบายให้โอนงานด้านการสำรวจและจำแนกประเภทที่ดินจากกรมต่างๆ ของกระทรวงเกษตรฯ และจากกรมที่ดินกระทรวงมหาดไทยมาไว้รวมกันที่กรมพัฒนาที่ดิน ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ

ในระหว่างรับราชการ ศาสตราจารย์สาโรช มนตระกูล ได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้มาช่วยสอนวิชาการรังวัดที่ดิน (soil survey) และเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาในการทำวิทยานิพนธ์ของนิสิต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ของดินในนาข้าว และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ควบคุมดูแลภาควิชาปฐพีวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2487-2503

ในวาระ 25 ปี ภาควิชาปฐพีวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2523 ศาสตราจารย์สาโรช มนตระกูล และคุณประยงค์ มนตระกูล ภรรยา ได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์ให้ภาควิชาปฐพีวิทยาสร้างห้องประชุมสัมมนา เพเดิลตัน-มนตระกูล เป็นห้องทันสมัย มีเครื่องปรับอากาศ พื้นปูพรม ติดระบบเครื่องเสียง โต๊ะประชุม บรรจุคนได้ประมาณ 80-100 คน ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 ตึกปฐพีวิทยา วิทยาเขตบางเขน (ตึกสรสิทธิ์ วัชโรทยาน ในปัจจุบัน)

ตำแหน่งของ ศาสตราจารย์สาโรช มนตระกูล ที่ได้สร้างสรรค์ให้กับประเทศไทย ช่วง พ.ศ. 2478-2517 ในตำแหน่งต่างๆ คือ

1. A, In Charge of Soil Survey and Mapping for the Whole Kingdomb, In Charge of the Mechanical and Physical Analysis of Soils.

2. Special Professor : Kasetsart University in charge of the Soils Department 1941-1960

3. Acting Chief. Bangkhen Central Agricultural Experiment Station 1944-1947

4. Acting Director, Central Plain Agricultural Research Center Chainat (with Austracian Agricultural Expert) 1966-1969

5. Chairman, Technical Survey Staff Committee on the Evaluation of the Natural Resources of Thailand. 1960-1970

6. World Bank-Project Consultant on Soils and Agriculture. Mostly in Northern Region. 1972-1974

จากการอุทิศตนด้านกำลังกาย กำลังใจ ตลอดจนกำลังทรัพย์ให้กับราชการไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มด้านพัฒนาวิทยาศาสตร์ทางดิน ด้านการสำรวจดินของประเทศไทย ทำให้ ศาสตราจารย์สาโรช มนตระกูล ได้รับการประกาศเกียรติคุณ คือ

1. 1966 D.Sc, Honoris Causa, given by Kasetsart University, Bangkok, Thailand.

2. 1972 Distinguished Alumnus Award, given by the Board of Awards of the College of Agriculture, U.P. Alumni

แหล่งข้อมูล

Agriculture, Ministry of. Department of Rice. Technical Pivision . [S.l. : s.n.], [19__].