หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


รองศาสตราจารย์สายสนม ประดิษฐดวง เกิดเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2479 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรของพันตรี ไสว นางอนงค์ คงนาค ในครอบครัวที่มีบิดาเป็นทหารบก ในวัยเด็กจึงต้องโยกย้ายที่อยู่ตามบิดา จำได้ว่าไปอยู่ที่ค่ายทหารคอหงษ์ จังหวัดสงขลา เมื่อคราวที่ญี่ปุ่นยกพลบุกรุกระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และย้ายอีกครั้งมายังค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา จึงเริ่มการศึกษาระดับประถมและมัธยมรวมถึงเตรียมอุดม คือ จบชั้นมัธยมแปด จึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา โดยเข้าศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2504 หลักสูตร 5 ปี ได้รับปริญญากสิกรรมและสัตวบาลบัณฑิต จัดอยู่ในรุ่น มก. 21 เมื่อ พ.ศ. 2509 ( และเป็นรุ่นที่ 1 ของการเรียนสาขาวิชาเอกด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร ซึ่งมีนิสิตหญิงเพียง 3 คน ที่เลือกเรียน) พ.ศ. 2511 สำเร็จปริญญาโท วุฒิ วท.ม. วิทยาศาสตร์การอาหาร จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เนื่องจากเป็นนิสิตรุ่นแรกของสาขาวิชาดังกล่าว ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จึงจ้างให้เป็นอาจารย์ผู้ช่วย โดยใช้งบอุดหนุนจากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) สมัยนั้นจำได้ว่าทำหน้าที่อาจารย์ผู้ช่วยอยู่ระยะสั้นๆ ได้รับคัดเลือกรับทุน Columbo Plan ไปเรียนต่อ ประเทศนิซีแลนด์ สาขาเทคโนโลยีทางอาหารที่ Massey University กับเพื่อนรักอีกหนึ่งคนคือ รองศาสตราจารย์ ดร. ทิพย์วรณา งามศักดิ์ เรียนอยู่เพียง 2 ปี ได้รับประกาศนียบัตรด้านเทคโนโลยีทางอาหาร จึงกลับมารับราชการเป็นอาจารย์ในคณะเกษตร พ.ศ. 2514 และเรียนต่อระดับปริญญาโท สาขาวิทยาศาสตร์การอาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จบใน พ.ศ. 2515 ทำหน้าที่สอนมาโดยตลอดจนเกษียณอายุราชการใน พ.ศ. 2540

ความประทับใจที่มีต่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น มีมากมาย เริ่มตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นนิสิต ระยะนั้น ส่วนใหญ่นิสิตจะมีโอกาสได้พักในหอพักของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ตลอดเวลาของการศึกษา โดยเฉพาะผู้มีภูมิลำเนาต่างจังหวัด จึงทำให้มีเพื่อนที่รักใคร่สนิทสนมในหลายชั้นปี ด้วยเหตุที่นอนอยู่ห้องเดียวกัน และเปลี่ยนไปทุกๆ ปี สนุกสนานและภายใต้กฎระเบียบของหอพัก ได้มีโอกาสฝึกการปฏิบัติตนและการมีมนุษยสัมพันธ์ ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เมื่อต้องอยู่กันเป็นสังคมเล็กๆ การเรียนในช่วงนั้นได้ฝึกปฏิบัติจริงด้านเกษตรกรรมโดยวิชาที่นิสิตนิยมเรียกว่าวิชา ลงแปลง ได้มีโอกาสขุดดินปลูกพืชจริงและยังสามารถนำมาใช้ปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน ส่วนการเรียนสาขาวิชาเอกวิทยาศาสตร์การอาหารนั้น ยังไม่มีภาควิชาสังกัด อาจารย์รับผิดชอบโครงการยังไม่มี ต้องไปเรียนวิชาด้านการแปรรูปอาหารกับ ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เรียนสาขาเดียวกัน

หนึ่งในความภาคภูมิใจในช่วงการเป็นนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คือได้รับคัดเลือกให้เป็นนักกีฬาแบดมินตันในทีมหาวิทยาลัย ทำการแข่งขันระหว่างมหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งระยะนั้นมีเพียง 5 แห่งโดยใช้คะแนนรวมในการตัดสินและในการแข่งขันเพื่อชิงชนะเลิศนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จมาทอดพระเนตร และพระราชทานถ้วยรางวัล และเหรียญให้นักกีฬา ช่วงปีการศึกษา พ.ศ. 2506-2507 ทีมแบดมินตัน มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ได้ตำแหน่งรองชนะเลิศ ต่อมา พ.ศ. 2507-2508 ได้รับตำแหน่งชนะเลิศ ยังเก็บทั้งภาพและเหรียญที่ได้รับมาจนถึงปัจจุบัน ช่วงนั้นศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ เป็นประธานกีฬาของ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ จากผลดังกล่าว หม่อมหลวง ชูชาติ กำภู ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิการบดีขณะนั้น จึงมอบตราเสื้อเกียรติศักดิ์นักกีฬาชั้นหนึ่งของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นับเป็นโอกาสหนึ่งที่มีโอกาสสร้างชื่อเสียงด้านกีฬาแบดมินตันให้กับมหาวิทยาลัย อีกหนึ่งท่านที่ร่วมทีมดังกล่าวแล้ว และยังเป็นอาจารย์อยู่ใน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในปัจจุบันคือ รองศาสตราจารย์ ดร. ณิกีร์ติบุตร

ช่วงแรกของการทำหน้าที่อาจารย์ต้องประสบกับความยากลำบากเพราะเป็นสาขาวิชาใหม่ ขาดบุคลากร ขาดเครื่องมือเพื่อใช้ในการสอนปฏิบัติการต้องขอยืมจากภาควิชาอื่นที่มีความพร้อมกว่า รองศาสตราจารย์นฤดม บุญ-หลง ดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชา ซึ่งท่านได้เป็นผู้บุกเบิกสาขาวิชานี้ ได้มีโอกาสทำงานกับท่านในทุกด้าน ตั้งแต่การร่างหลักสูตร เพื่อให้มีความทันสมัย โดยอาศัยที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอาจารย์จากนิซีแลนด์ ซึ่งเป็นการเรียนรู้และสร้างสมประสบการณ์โดยปฏิบัติงานจริงที่ไม่ได้จากตำรา การดำเนินงานการสอนในสาขาดังกล่าวเจริญก้าวหน้ามาอย่างต่อเนื่อง เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างบุคลากรด้านอุตสาหกรรมอาหารให้รับใช้ประเทศชาติมาเกินกว่า 30 ปีแล้ว

วิชาการที่ทำการสอนจะเป็นด้านส่วนประกอบที่จำเป็นในการผลิตอาหารและกระบวนการผลิตอาหารโดยเน้นด้านการแช่เยือกแข็ง เริ่มนำเรื่องการใช้ประโยชน์จากเครื่องเทศมาสอนเพราะมองเห็นว่าสามารถปลูกเองได้ดีและเป็นเอกลักณ์ของอาหารไทยหลายชนิด ผลงานวิชาการชิ้นแรกที่รวบรวมและเรียบเรียงคือ เอกสารประกอบการสอนในวิชาการแปรรูปอาหาร I (FST221) โดยเน้นเนื้อหาด้านวัตถุดิบ และสารประกอบต่างๆ ที่ใช้ปรุงแต่งผลิตภัณฑ์อาหาร รวมถึงการเตรียมก่อนเข้าสู่กระบวนการแปรรูป และได้นำเสนอเอกสารดังกล่าวเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ เมื่อ พ.ศ. 2525

ความประทับใจและความภาคภูมิใจของ รองศาสตราจารย์สายสนม ประดิษฐดวง ในช่วงดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาเมื่อ พ.ศ. 2526-2532 คือ การมีผู้ร่วมงานที่ดี และมีความรู้ความสามารถสูง จึงทำให้สามารถดำเนินการประเมินหลักสูตรที่ใช้ทำการสอนมานาน เพื่อใช้เป็นแนวปรับปรุงหลักสูตรระดับปริญญาตรี และทำการร่างหลักสูตรขั้นดุษฎีบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์การอาหารได้สำเร็จ คิดริเริ่มการผลิตและจำหน่ายพิซ่าในช่วงการประชุมวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยความร่วมมือร่วมใจผนึกกำลังกันของบรรดาอาจารย์ โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์จิตนา แจ่มเมฆ เป็นผู้พัฒนาสูตร เนื่องจากมีประสบการณ์สูงจากการสอนวิชาเบเกรี่เทคโนโลยี ระยะต้นยังไม่เป็นที่รู้จัก ทำได้เพียงคุ้มทุน แต่ในปีต่อๆ มาเริ่มเป็นที่รู้จักและนิยม มีผู้มาอุดหนุนมากขึ้น จนจัดได้ว่าเป็นประเพณีที่มีพิซ่าฟูดซายน์จำหน่ายมาจนถึงปัจจุบัน ระยะต่อมาเมื่อบรรดาอาจารย์ทั้งหลายหมดเรี่ยวแรง จึงได้ถ่ายโอนงานดังกล่าวให้กับลูกศิษย์ระดับปริญญาโทดำเนินการต่อ ซึ่งเป็นงานที่สามารถหาเงินมาบำรุงด้านสวัสดิการต่างๆ ของนิสิตปริญญาโทอีกด้วย

ได้ทำการแก้ปัญหาและปรับปรุงการฝึกงานของนิสิตที่ระบุไว้ในหลักสูตรถึง 300 ชั่วโมง ซึ่งเดิมจะส่งออกไปฝึกตามโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร สองช่วง ช่วงละ 150 ชั่วโมง ประสบความยากลำบากในการหาสถานที่ฝึกงาน ประกอบกับมีการรับนิสิตเข้าเรียนในสาขาเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ความร่วมมือและความสามัคคีในชั้นปีลดน้อยลง จำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงจึงเสนอให้การฝึกงาน ที่ต้องออกไปฝึกกับโรงงานเป็น 200 ชั่วโมง ส่วนอีก 100 ชั่วโมงภาควิชาดูแลเอง โดยอาศัยศักยภาพความพร้อมของห้องปฏิบัติการเบเกรี่ ทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ และความเชี่ยวชาญของผู้ช่วยศาสตราจารย์จิตนา แจ่มเมฆ ได้ทำการจำลองรูปแบบห้องปฏิบัติการดังกล่าว ให้มีสภาพเหมือนโรงงานขนาดเล็ก และมีนิสิตที่ต้องฝึกงานเป็นผู้ดำเนินกิจการ ตั้งแต่ฝึกฝีมือการผลิต ชนิดของผลิตภัณฑ์ ปริมาณวัตถุดิบและส่วนประกอบต่างๆ การหาตลาด รูปแบบการบรรจุ โดยมีอาจารย์สองท่านเข้าไปให้คำปรึกษา ควบคุมดูแลหมุนเวียนเปลี่ยนกันไปทุกปี กิจกรรมนี้จะดำเนินการในช่วงคริสต์มาสกับปีใหม่ต่อเนื่องกัน และยังเป็นกิจกรรมที่ดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน

ก่อนพ้นวาระการทำหน้าที่หัวหน้าภาควิชา รองศาสตราจารย์สายสนม ประดิษฐดวง สังเกตว่ายังไม่มีการเขียนตำราด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นภาษาไทยที่ทันสมัยให้นิสิตได้ใช้เลย จึงชักชวนเพื่อนๆ อาจารย์ทุกท่านร่วมมือกันเขียน ปรากฏว่าได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเฉพาะ รองศาสตราจารย์ ดร. อรอนงค์ นัยวิกุล กับคณะอีกหลายท่านได้ช่วยรวบรวมเรื่องราว จัดรูปเล่ม และดำเนินการพิมพ์ แต่ที่ประทับใจมากคือ ความเชื่อช้าของการรวบรวมผลงานเขียนของอาจารย์แต่ละท่าน เนื่องจากทุกท่านมีภาระหน้าที่ประจำมากมาย ประกอบช่วงนั้นมีการเปิดสอน ภาคพิเศษ ด้วย และใกล้เวลาเกษียณอายุราชการ จึงร้องขอท่านอาจารย์ทั้งหลายให้รีบปิดต้นฉบับ และพิมพ์ให้เสร็จเป็นรูเล่มก่อนเกษียณอายุราชการ เพื่อเป็นของขวัญจากภาควิชา ซึ่งได้ผลเพราะสำเร็จเป็นรูเล่มออกมาใน พ.ศ. 2539 และเป็นหนังสือเล่มแรกๆ ที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหนังสือที่จำหน่ายดีติดอันดับต้นๆ สามารถพิมพ์เพิ่มเป็นครั้งที่ 3 พร้อมการปรับปรุง ซึ่งเป็นชิ้นงานหนึ่งที่มีความภาคภูมิใจ

ผลงานเขียน เอกสารทางวิชาการที่ รองศาสตราจารย์สายสนม ประดิษฐดวง เขียนขึ้นเพื่อขอตำแหน่งรองศาสตราจารย์ และผลิตออกจำหน่ายในรูปที่ไม่ได้ขึ้นโรงพิมพ์ ได้แก่เรื่อง วัตถุเจือปนในอาหาร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาสาระของวิชาสารเจือปนในอาหาร (FST516) และเรื่อง สาหร่ายทะเลในอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องในวิชาคาร์โบไฮเดรตในอาหาร ซึ่งสอนในระดับปริญญาโทเช่นกัน จัดว่าขายดี แม้ปัจจุบันยังมีผู้มาติดตามต้องการไปใช้ จึงเป็นแรงกระตุ้นที่อยากจะปรับปรุงเนื้อหาเพื่อส่งพิมพ์ต่อไป ส่วนเอกสารทางวิชาการเล่มอื่นที่มิได้ทำออกจำหน่าย ได้แก่ เอกสารคำสอนวิชาเทคโนโลยีผักและผลไม้ และเทคโนโลยีของไขมันและน้ำมัน การแปรรูปโดยการแช่แข็ง และการฉายรังสี นอกจากนี้ยังได้เข้าไปช่วยเขียนตำราให้กับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรมาธิราช และร่วมเป็นกรรมการตรวจสอบแก้ไขความถูกต้องทางวิชาการด้วย

ด้านผลงานวิจัย รองศาสตราจารย์สายสนม ประดิษฐดวง ได้ทำไว้หลายเรื่อง ทั้งที่ส่งตีพิมพ์ผลงาน และไม่ได้ส่งพิมพ์ ในอดีตสมัยที่เริ่มเป็นอาจารย์ โอกาสการทำงานวิจัยน้อยมาก เพราะเป็นสาขาวิชาใหม่ เงินทุนวิจัยขาดแคลน ตรงกันข้ามกับปัจจุบันที่ทุนวิจัยค่อนข้างมาก จึงเริ่มทำงานวิจัยประมาณ พ.ศ. 2522 เรื่องแรกที่ทำคือ การผลิตน้ำมะขามผงสำเร็จรูป ซึ่งเป็นงานเล็กๆ ที่ร่วมโครงการกับภาควิชาพืชสวน เรื่องต่อมาคือ การเก็บรักษาทุเรียนด้วยความเย็น เพราะคิดว่าการส่งทุเรียนสดไปต่างประเทศเสียค่าขนส่งสูง เพราะมีส่วนบริโภคได้น้อยกว่า ปอกเปลือกยาก จึงน่าจะแกะเอาแต่ส่วนเนื้อแช่เข็งแล้วส่งไปจำหน่าย ซึ่งส่งผลงานตีพิมพ์ และได้รับบริจาคทุเรียนเพื่อศึกษาวิจัยโดยมิได้ขอทุนวิจัยเลย

ผลงานวิจัยที่มาจากผลการค้นคว้า อ่านเอกสารเพื่อทำการสอนจนตกผลึกความรู้และท้าทายที่คิดอยากทำประกอบกับเริ่มมีเงินทุนมาสนับนุให้ทำได้ และเพื่อช่วยให้นิสิตระดับปริญญาโทสามารถทำวิทยานิพนธ์โดยไม่ต้องใช้เงินส่วนตัวสูงนัก ได้แก่ การผลิตไขรำข้าวและการใช้ประโยชน์ เป็นการนำของเหลือทิ้งจากโรงงานผลิตน้ำมันรำข้าวบริสุทธิ์มาใช้ประโยชน์ โดยทำการศึกษาหาสูตรผลิตเป็นอิมัลชั่นไขเพื่อเคลือบผักผลไม้ป้องกันการสูญเสียน้ำ ส่วนเรื่องแป้งนั้น ได้ศึกษาอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานานโดยมุ่งเพื่อเพิ่มมูลค่าของแป้งในรูปต่างๆ ซึ่งตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้บ้าง ไม่ตรงบ้าง และเล็งเห็นว่าผลิตภัณฑ์แป้งที่ผลิตอยู่มีหลากหลายชนิด ราคาถูก จึงเริ่มที่การปรับปรุงคุณสมบัติของแป้งดิบชนิดต่างๆ เพื่อเปลี่ยนสมบัติให้เป็นแป้งละลายน้ำได้คือ แป้งรีเจลาติไนซ์ ซึ่งสามารถนำไปใช้เพื่อเพิ่มความหนืดของแป้งดิบ และสามารถปั้นได้คล้ายโด (dough) ของแป้งสาลีได้ และเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปใส่น้ำร้อนแล้วบริโภคได้หลากหลายชนิด

เรื่องการแยกส่วนอะมิโลจากตาร์ข้าวเจ้า และตาร์ชมันเทศ โดยหวังจะนำส่วนอะมิโลที่แยกได้มาเพิ่มปริมาณขึ้นในแป้งที่มีอะมิโลต่ำ แต่เป็นเรื่องยากและราคาแพง แต่ผลงานเรื่องนี้ได้รับรางวัลชมเชยเมื่อนำไปเสนอในการประชุมวิชาการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 29 (พ.ศ. 2535) งานวิจัยด้านแป้งนั้น เป็นที่น่าสนใจในหมู่นักวิจัย แต่จะทำไปในรูปของผลิตภัณฑ์อาหารในแบบต่างๆ และมีการศึกษาวิจัยกันมากอยู่แล้ว จึงไม่ต้องการทำงานไปในทิศทางเดียว หรือแย่งกันทำ จึงคิดแหวกแนวมามองการใช้แป้งผลิตเป็นวัสดุอื่นแต่ใกล้อาหารที่สุดตามพื้นความรู้คือ วัสดุที่ใช้ห่อหุ้มอาหารได้คือ ฟิล์มที่บริโภคได้จากแป้ง ซึ่งหลายท่านอาจจะมองเห็นแผ่นแป้งคล้ายกระดาษนุ่มๆ ที่ห่อทอฟฟี่ของจีน แต่ไม่ทราบว่าทำจากอะไร และทำมาได้อย่างไร แต่ที่วิเคราะห์ว่าผลิตจากแป้ง เนื่องจากสามารถบริโภคได้พร้อมกับผลิตภัณฑ์ ประกอบกับในวัยเด็กต้องช่วยคุณแม่ทำอาหาร จากการต้องหุงข้าวทุกวัน โดยวิธีโบราณซึ่งต้องนั่งเฝ้าเมื่อข้าวเดือด เพื่อคอยให้การขยายตัวได้ที่ จึงทำการเช็ดน้ำข้าว และดงข้าวให้ระอุ สมัยนี้เด็กรุ่นใหม่จะไม่เคยพบเห็น เพราะหุงข้าวด้วยหม้อไฟฟ้า จากการหุงข้าวแบบดั้งเดิมจึงมีการรองเอาน้ำข้าวเก็บไว้เพื่อบริโภค หรือเลี้ยงสัตว์ต่อ เมื่อเย็นลงจะพบว่าน้ำข้าวนั้น จะจับตัวกันเป็นแผ่นช้อนขึ้นมาได้ ชอบที่จะนำมากิน และตามขอบปากหม้อที่น้ำข้าวไหลลงเปื้อนก็จะเห็นเป็นแผ่นบางๆ ปลิวออกมา หรืออาจไหม้ดำติดอยู่ตามข้างปากหม้อ จึงทำให้คิดได้ว่าแป้งน่าจะนำมาผลิตเป็นแผ่นแทนพลาสติกที่ย่อยสลายไม่ได้ ซึ่งเข้ากับยุคที่มีการรณรงค์เรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมกันทั่วโลก และที่เห็นใกล้ตัวที่สุดคือขยะเหลือทิ้งจากการบรรจุอาหารมีสะสมมากก่อปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม จึงกระตุ้นให้สำนึกในหน้าที่ของนักวิชาการที่ใช้ทรัพยากรมามากระดับหนึ่งจากภาษีของประชาชน ควรที่จะตอบแทนกลับไปในแง่ที่ทำอะไรที่มีประโยชน์บรรเทาปัญหาที่แก้ไขค่อนข้างยาก จึงเริ่มดำเนินการวิจัยด้านการใช้แป้งผลิตเป็นวัสดุธรรมชาติเน้นใช้แป้งมันสำปะหลัง โดยเริ่มด้วยการผลิตฟิล์มบริโภคได้จากแป้ง และนำมาทำเป็นถุงบรรจุเครื่องปรุงรสที่ใส่น้ำมันใช้ในบะหมี่สำเร็จรูป และห่อผลิตภัณฑ์บางประเภทที่เหมาะสม การพัฒนางานวิจัยด้านนี้ยังสามารถทำต่อเนื่องได้ เพราะการใช้ประโยชน์จะมีหลากหลายต้องออกแบบให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการใช้

ต่อมาราว พ.ศ. 2538 ได้มีผู้เสนอให้ขอยืมพิมพ์เพื่อขึ้นรูปแป้งให้เป็นภาชนะบรรจุคงรูปได้จากแป้งเพื่อศึกษาหาสูตรในการผลิต ซึ่งตรงกับความคิดอยู่แล้ว แต่หาแหล่งเครื่องมือดังกล่าวมาใช้ไม่ได้ จึงเป็นจุดเริ่มโดยการชักชวน ดร. งามทิพย์ ภู่วโรดม ซึ่งชำนาญการด้านการบรรจุโดยตรงเข้ามาร่วมงาน ระยะแรกจะเน้นสูตรที่ผลิตจากแป้งเกือบทั้งหมด เพื่อบริโภคได้ ประสงค์จะสื่อให้เห็นถึงการย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ และเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และได้นำองค์ประกอบดังกล่าวขอจดสิทธิบัตร ซึ่งได้รับสิทธิบัตรเป็นฉบับแรกของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ เลขที่ 00857 เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2541 จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ผลิตภัณฑ์ในช่วงแรกจะมีข้อจำกัดความแข็งแรง และความทนน้ำร้อน น้ำเย็น ได้ต่ำ จำเป็นต้องพัฒนาต่อเนื่องมาตลอดเวลา แม้จะเกษียณอายุราชการแล้ว โดยปรับเปลี่ยนให้ ดร. งามทิพย์ ภู่วโรดม เป็นหัวหน้าโครงการสานต่องานมาจนเป็นผลิตภัณฑ์ KU Green ในปัจจุบัน ช่วงการขยายผลงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการเข้าสู่เชิงพาณิชย์ เป็นอีกบริบทหนึ่งที่จะต้องมีการจารึกไว้เป็นตำราให้เรียนรู้กันต่อไปในอนาคต

ผลิตภัณฑ์ KU Green เมื่อครั้งที่ได้รับคัดเลือกจากสภาวิจัยแห่งชาติให้นำไปแสดงในงาน BRUSSELS EUREKA 2000 ซึ่งเป็นงานนิทรรศการเพื่อแสดงผลงานวิจัยที่เป็นวัตกรรรมจากทั่วโลก ได้รับความสนใจมากจากผู้เข้าชม และได้รับรางวัล High Potential in EU Market จาก Non Food Private Label (NFPL) ประเทศฝรั่งเศส ใน พ.ศ. 2543 ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าของสิ่งประดิษฐ์ที่เขาคัดเลือกจากที่มาแสดงทั้งหมด จัดว่าเป็นความภาคภูมิใจอีกชิ้นหนึ่งที่ได้มีส่วนร่วมและได้ริเริ่มไว้ รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ให้เอกชนเพื่อไปทำการผลิตในเชิงพาณิชย์ แต่เป็นที่น่าเสียดายในความเชื่อช้าในการดำเนินการ

ด้านชีวิตครอบครัว รองศาสตราจารย์สายสนม ประดิษฐดวง ได้สมรสกับนักกฎหมายคือ น.ท. พจน์ ประดิษฐดวง ซึ่งเดิมรับราชการที่กรมสารบรรณ กองทัพอากาศ แล้วลาออกมาทำงานที่กองกฎหมาย การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย จนเกษียณอายุราชการ แต่ไม่มีบุตร จึงอยู่กันมาสองคนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยความสุขสบายดี และมีเวลาอุทิศทุ่มเทให้กับงานที่ทำได้อย่างเต็มที่

ปรัชญาในการทำงาน ….จะทำอะไรต้องทำจริง มีความขยันหมั่นเพียร และทำให้ดีที่สุดตามความสามารถ งานด้านการสอนก็พยายามเป็นครูที่ดี ตั้งใจ และหาวิธีการสอนให้ศิษย์เกิดทักษะที่สามารถนำไปปฏิบัติงานได้จริง และสร้างให้เกิดแรงบันดาลใจให้รักการเรียน รักการอ่าน และรักที่จะค้นคว้าวิจัย เพื่อสร้างความเจริญก้าวหน้าให้ทั้งตนเองและประเทศชาติ เพราะงานที่ต้องเกี่ยวข้องเป็นด้านเทคโนโลยีการผลิตอาหารด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีไม่มีการหยุดนิ่ง ดังนั้นถ้าพวกเราหยุด ไม่ติดตามความเคลื่อนไหว หมายถึงความล้าหลังไม่ทันสมัยแข่งขันด้านการตลาดไม่ได้ นอกจากนี้ยังต้องปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ยุติธรรม เอื้อเฟื้อกับผู้ที่ด้อยกว่า หากประพฤติปฏิบัติได้ คาดว่าจะประสบความสำเร็จในการดำรงชีวิตอย่างเต็มภาคภูมิ

ช่วงชีวิตหลังเกษียณอายุราชการ รองศาสตราจารย์สายสนม ประดิษฐดวง ยังทำงานอยู่โดยตลอด เพราะเหตุที่เป็นช่วงของการที่อาจารย์ใหม่ส่วนใหญ่ได้รับทุนไปศึกษาต่อโดยเฉพาะในสาขาด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่ทางรัฐเห็นความสำคัญ จึงทำให้เกิดการขาดแคลนอาจารย์ผู้สอนในหลายสถาบัน ปีแรกจึงรับงานสอนที่ภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ในตำแหน่งอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ในปีถัดมาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์ สังกัดสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2541-2542 และเป็นผู้เชี่ยวชาญในโครงการวิจัย การศึกษาการผลิตภาชนะบรรจุจากแป้งมันสำปะหลังในระดับโรงงานต้นแบบมาโดยตลอด ส่วนการสอนยังมีอยู่บ้างในที่ต่างๆ ซึ่งขาดแคลนอาจารย์ เช่น มหาวิทยาลัยศิปากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี แม้แต่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็ยังช่วยอยู่บ้างเฉพาะระดับปริญญาโท

รองศาสตราจารย์สายสนม ประดิษฐดวง ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดคือประมาภรณ์ช้างเผือก

แหล่งข้อมูล

สายสนม ประดิษฐดวง. สัมภาษณ์, 26 มีนาคม 2545.

สายสนม ประดิษฐดวง. สมุดประวัติประจำตัวข้าราชการสำนักนายกรัฐมนตรี, 2514.