หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมศักดิ์ วิราพร เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 กุมภาพันธ์ 2484 ตรอกบ้านบุ ตำบลศิริราช อำเภอบางกอกน้อย จังหวัดธนบุรี (กรุงเทพมหานคร) มีพี่น้อง 9 คน

การศึกษา สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดสุวรณาราม เทศบาล 35 บ้านบุ อำเภอบางกอกน้อย (พ.ศ. 2495) สำเร็จการศึกษาเตรียมอักษรศาสตร์ปีที่ 2 จากโรงเรียนสุวรณารามวิทยาคม (พ.ศ. 2503) อำเภอบางกอกน้อย ระดับอุดมศึกษาได้ศึกษาต่อที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (พ.ศ. 2504) สำเร็จการศึกษาอักษรศาสตรบัณฑิต (อังกฤษ ไทย และประวัติศาสตร์) พ.ศ. 2508 ต่อมาได้ศึกษาต่อที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในภาคพิเศษ สำเร็จการศึกษาครุศาสตรบัณฑิต (พ.ศ. 2510) และเมื่อรับราชการแล้วได้รับอนุมัติให้ศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ในโควตาของสำนักนายกรัฐมนตรี (19 ตุลาคม 2510 ถึง 19 ตุลาคม2512) ได้รับปริญญาพัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐประศาสนศาสตร์)

ครูสอนโรงเรียนเอกชน

เมื่อผู้ช่วยศาสตราจารย์สมศักดิ์ วิราพร สำเร็จการศึกษาในปี 2508 แล้ว ได้เป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนกนกอาชีวศึกษา ตรอกจันทร์ ถนนตก สอนนักเรียนพาณิชยการและช่างกล

นอกจากนี้ได้ทำงานพิเศษที่โรงพิมพ์วัฒนาพานิตั้งแต่ พ.ศ. 2508 - 2514 ในตอนเย็นและวันหยุดราชการโดยได้รับความกรุณาจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์เสนีย์ วิลาวรณ และ พ.ต. เลิศ เกคำ ให้เป็นผู้ตรวจรู๊และเขียนหนังสือแบบทดสอบวิชาสังคมศึกษารวม 6 เล่ม ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3

งานวิเทศสัมพันธ์และนักแปล

ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมศักดิ์ วิราพร ได้เข้ารับราชการเป็นข้าราชการชั้นตรี ตำแหน่งประจำแผนกวิเทศสัมพันธ์ กองแปลและการต่างประเทศ สภาวิจัยแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2509 ได้เลื่อนขึ้นเป็นข้าราชการชั้นโท ตำแหน่งหัวหน้าแผนกแปล (17 มีนาคม 2513) รับผิดชอบงานโครงการจัดแปลหนังสือของสภาวิจัยแห่งชาติ โดยมีหน้าที่ประสานงาและดำเนินการเกี่ยวกับการแปลหนังสือ การจัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือแปลของสภาวิจัยแห่งชาติ

เมื่อสำเร็จการศึกษาปริญญาโททางรัฐประศาสนศาสตร์แล้วได้รับปรับวุฒิให้ดำรงตำแหน่งพนักงานภาษาต่างประเทศโท (27 มีนาคม 2514) ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการแปลและการจัดพิมพ์หนังสือแปลของสภาวิจัยแห่งชาติจนกระทั่งโอนไปรับราชการที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2515

การจัดส่วนราชการสำนักงานอธิการบดี

เมื่อผู้ช่วยศาสตราจารย์สมศักดิ์ วิราพร ได้โอนมารับราชการเป็นอาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ได้รับมอบหมายจากศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ นคร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการในขณะนั้นให้เป็นผู้จัดส่วนราชการสำนักงานอธิการบดีใหม่ เพื่อให้สามารถรองรับงานของมหาวิทยาลัยที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวแต่มีหน่วยงานที่ปฏิบัติเพียง 3 แผนก คือ แผนกสารบรรณ แผนกคลัง และแผนกทะเบียนสถิติและชีวประวัติซึ่งทั้ง 3 แผนกเป็นส่วนราชการที่มีมาตั้งแต่ครั้งเป็นสำนักงานเลขานุการมหาวิทยาลัยขึ้นกับกระทรวงเกษตรและมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเป็นหัวหน้าแผนก ประจำแผนกและเสมียน ไม่มีผู้จบปริญญาตรีปฏิบัติงานภาระงานกลั่นกรองเรื่องต่างๆ จากคณะ สถาบันและภายนอก จึงตกอยู่ที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัย ต้องให้อาจารย์จากคณะต่างๆ มาช่วยปฏิบัติงาน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมศักดิ์ วิราพร ได้ขอเวลาในการศึกษาข้อมูลและการจัดส่วนราชการประมาณ4 เดือนให้แล้วเสร็จ แต่ต้องเนิ่นนานเป็นปี เพราะได้รับมอบหมายจาก ศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ นคร ให้ไปจัดตั้งทบวงมหาวิทยาลัยเมื่อปลายเดือนกันยายน 2515 ถึง กรกฎาคม 2517 เมื่อกลับมามหาวิทยาลัยได้ดำเนินการศึกษาข้อมูล และได้ร่วมเป็นกรรมการจัดทำโครงการเสนอการแบ่งส่วนราชการสำนักงานอธิการบดีได้รับอนุมัติจากทบวงมหาวิทยาลัยให้แบ่งส่วนราชการจาก 3 แผนกออกเป็น 7 กอง (16 พฤศจิกายน 2519)

หัวหน้ากองการเจ้าหน้าที่คนแรกของมหาวิทยาลัย

เมื่อมีการแบ่งส่วนราชการสำนักงานอธิการบดีใหม่เป็น 7 กองแล้ว ศาสตราจารย์ ดร. ไพฑูรย์ อิงคสุวรรณ ซึ่งเป็นรองอธิการบดีฝ่ายธุรการได้มอบหมายให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมศักดิ์ วิราพร ปฏิบัติงานในสายงานบริหารเป็นหัวหน้ากองการเจ้าหน้าที่อีกตำแหน่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2520 พร้อมกับอาจารย์ท่านอื่นๆ คือ รองศาสตราจารย์เผดิม ระติสุนทร เป็นหัวหน้ากองกลาง ผู้ช่วยศาสตราจารย์บุญธงศิริพานิเป็นหัวหน้ากองคลัง ศาสตราจารย์ ดร. ธีระ สูตะบุตร เป็นหัวหน้ากองแผนงาน รองศาสตราจารย์ดร. สำอาง ศรีนิลทา เป็นหัวหน้ากองบริการการศึกษา รองศาสตราจารย์แสงธรรม คมกฤส เป็นหัวหน้ากองยานพาหนะ อาคารและสถานที่ รองศาสตราจารย์สมสิทธิ์ วิจิตรพงษ์ เป็นหัวหน้ากองกิจการนิสิต

การจัดบุคลากรที่ปฏิบัติงานใน 3 แผนกลงใน 7 กองที่แบ่งส่วนราชการใหม่ ยังผลให้ต้องจัดวางอัตรากำลังเพิ่มขึ้นในกองต่างๆ ซึ่งมีการแบ่งออกเป็นงานต่างๆ ในแต่ละกอง ในฐานะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมศักดิ์ วิราพร รับผิดชอบหัวหน้ากองการเจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนขออัตรากำลังเพิ่มเติมตามที่ได้เขียนในแผนขอแบ่งส่วนราชการ และปรับตามการขยายตัวของงานต่างๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของมหาวิทยาลัยทั้งที่บางเขนและวิทยาเขตกำแพงแสน

การพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัย

ในสมัยก่อน การบริหารงานของมหาวิทยาลัยในส่วนหน่วยงานสนับสนุนทางวิชาการนั้น มีลักษณะเหมือนกันทุกมหาวิทยาลัย เนื่องจากสายงานหลักของมหาวิทยาลัยคือ การสอน มีคณาจารย์ในสาขาต่างๆซึ่งต่างจากระบบกรมกองทั่วไป สายงานช่วยมีบุคลากรน้อย เมื่อมีปัญหาทั้งในระดับคณะและมหาวิทยาลัยในการบริหารจัดการไม่มีเจ้าหน้าที่ในสายธุรการโดยตรง จึงได้มอบหมายให้คณาจารย์จากคณะต่างๆ มาช่วยงานบริหารและธุรการ เช่น งานบัญชี การเงิน ก็ยืมอาจารย์จากคณะเศรษฐศาสตร์มา งานต่างประเทศยืมจากภาควิชาภาษา เป็นต้น เจ้าหน้าที่ในกองต่างๆ ยังเป็นข้าราชการผู้น้อยและมีวุฒิไม่สูงกว่าปริญญาตรีจึงต้องสร้างและพัฒนาบุคลากรที่มีอยู่ให้มีความรู้ความสามารถสูงขึ้น และพยายามสรรหาคนในกองขึ้นมารับผิดชอบแทนอาจารย์ที่มารักษาการ

สำหรับกองการเจ้าหน้าที่เมื่อเป็นกองนั้นมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเพียงสิบกว่าคน ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมศักดิ์ วิราพร ได้จัดวางระบบงานและวางตัวบุคคลและขออัตรากำลังเพิ่ม จนได้เจ้าหน้าที่เพิ่มเป็นสามสิบกว่าคน และได้ขอกลับคณะศึกษาศาสตร์ เพื่อทำหน้าที่สอนอย่างเดียว (เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2525)พร้อมกับให้ผู้ปฏิบัติงานในสาย ค. ขึ้นเป็นหัวหน้ากองต่อไป

ประธานคณะทำงานพัฒนาการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย

ด้วยทบวงมหาวิทยาลัยมีนโยบายพัฒนาคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพในการสอนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ดำเนินตามนโยบายโดยจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาคณาจารย์ประกอบด้วยผู้แทนจากทุกคณะมาร่วมจัดโครงการพัฒนา ระหว่างที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมศักดิ์ วิราพร เป็นประธานคณะทำงานพัฒนาการเรียนการสอน ม.ก. (พ.ศ. 2525 -2526) ได้จัดโครงการพัฒนาที่สำคัญ เช่น การจัดส่งคณะกรรมการส่วนหนึ่งไปพัฒนาที่มหาวิทยาลัย Monash ประเทศออสเตรเลีย เพื่อมาเป็นวิทยากรจัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาอาจารย์ในเรื่องเทคนิคการสอน การผลิตสื่อการเรียนการสอนเทคนิคการเขียนตำราทางวิชาการ เทคนิคการวัดและประเมินผล จัดทำแบบประเมินการสอนของอาจารย์ซึ่งได้พัฒนาและใช้ในมหาวิทยาลัยต่อมา เป็นต้น

นอกจากนั้น ยังได้จัดสัมมนาหัวหน้าภาคเกี่ยวกับการปฏิบัติงานบุคคล การเงินและพัสดุ เพื่อให้ทราบแนวทางปฏิบัติและรับทราบระเบียบกฎข้อบังคับที่หัวหน้าภาคจะต้องรับผิดชอบและตัดสินใจ

การปฐมนิเทศและจัดทำคู่มือการบริหารงานบุคคล

เพื่อให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยได้รับทราบสิทธิและหน้าที่ในการเป็นข้าราชการทั้งสายผู้สอนและผู้ให้บริการ ระหว่างที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้ากองการเจ้าหน้าที่ ได้จัดโครงการปฐมนิเทศข้าราชการ สำหรับข้าราชการที่ได้รับบรรจุใหม่และรับโอนมาปีละ 2 รุ่น รุ่นละประมาณ 80 - 100 คน พร้อมทั้งได้จัดทำคู่มือการปฏิบัติราชการแจกและเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องการบริหารงานบุคคลในการปฐมนิเทศ ตั้งแต่ พ.ศ. 2521 - 2540

คู่มือการปฏิบัติราชการเรื่องการบริหารงานบุคคลที่ได้จัดทำขึ้นได้ประมวลบรรดาระเบียบข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ ข้าราชการสามารถใช้ค้นคว้า ศึกษาและทราบขั้นตอนการพัฒนาตนเอง คณะและหน่วยงานต่างๆ ได้ใช้เป็นคู่มือปฏิบัติราชการ ซึ่งไม่เคยมีการจัดทำมาก่อน

บรรณรังสรรค์ของมหาวิทยาลัย

เมื่อมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัย จะจัดทำหนังสือที่ระลึกหรือในโอกาสต่างๆ มักจะกล่าวอ้างถึงผู้ช่วยศาสตราจารย์สมศักดิ์ วิราพร เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่รับราชการอยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์หรือแม้จะเกษียณอายุราชการแล้วก็ตาม หน่วยงานต่างๆ รวมทั้งทบวงมหาวิทยาลัยและสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติได้มอบหมายให้รับผิดชอบการจัดทำหนังสือในฐานะบรรณาธิการบ้างประธานกรรมการจัดทำหนังสือ กองบรรณาธิการและที่ปรึกษา เป็นต้น

สำหรับหนังสือที่ได้รับมอบหมายให้จัดทำอาจแบ่งออกได้ ดังนี้

1. หนังสือที่ระลึกและเฉลิมพระเกียรติในวาระที่มหาวิทยาลัยทูลเกล้าฯ ถวายปริญญากิตติมศักดิ์เช่น หนังสือคีตมหาราช สรรพศิลปศาสตราธิราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เอกกษัตริย์อัจฉริยะ ราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถสมเด็จพระเทพรัตนราสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เจ้าฟ้านักการศึกษา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประมวลพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสพระราชทานแก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2498 - 2535 เป็นต้น

2. หนังสือที่ระลึกในโอกาสครบรอบแห่งการสถาปนาและที่ระลึกในการเปิดอาคารต่างๆ เช่น 36 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หนังสือ 25 ปี คณะศึกษาศาสตร์สามทศวรรษคณะศึกษาศาสตร์ สองทศวรรษทบวงมหาวิทยาลัย ที่ระลึกในงานวางศิลาฤกษ์อาคารบริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ระลึกในการเปิดศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลองที่ระลึกในการเปิดศูนย์ส่งเสริมและฝึกอบรมการเกษตรแห่งชาติ

3. งานเอกสารและหนังสือของมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานกรรมการ กองบรรณาธิการและบรรณาธิการหนังสือ เช่น สูจิบัตรงานโครงการหลวงตั้งแต่ครั้งที่ 20 ถึงปัจจุบัน หนังสือพรรณไม้โครงการหลวง หนังสือเพียงพระบาทยาตรามาประสบ หนังสือชวนฝันตระการตา บุผาดอยคำประพาสต้นบนดอย 20 ปี แห่งการบุกเบิกพัฒนาพื้นที่สูงภาคเหนือของไทย 30 ปี แห่งความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมูลนิธิโครงการหลวงและไต้หวัน เป็นต้น

4. เป็นกองบรรณาธิการจัดพิมพ์หนังสือชุดสารานุกรมวัฒนธรรมไทย 4 ภาค (ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้) รวม 63 เล่ม

5. เป็นรองประธานอนุกรรมการและบรรณาธิการจัดทำหนังสือเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพ-รัตนราสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโรกาเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ ในปี 2546 (กำลังดำเนินการจัดทำ)

นอกจากการจัดทำหนังสือต่างๆ ของหน่วยงานในมหาวิทยาลัย ทบวงมหาวิทยาลัย มูลนิธิโครงการหลวงมูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติแล้วผู้ช่วยศาสตราจารย์สมศักดิ์ วิราพร ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ร่างคำกราบบังคมทูลราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติต่างๆ คำกราบบังคมทูล คำสดุดีเกียรติคุณของผู้ได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ คำปราศรัย ตลอดจนจัดทำหนังสือสูจิบัตรงานพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี 2517 เป็นต้นมา

นอกจากงานจัดทำหนังสือแล้ว มหาวิทยาลัยยังได้แต่งตั้งให้ปฏิบัติงานที่ปรึกษาคณะกรรมการตำราและส่งเสริมบรรยากาศทางการศึกษา เป็นกรรมการในคณะกรรมการอำนวยสำนักพิมพ์ ม.ก. (พ.ศ.2537 -2544) กรรมการหอประวัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรรมการหอจดหมายเหตุ เป็นต้น

งานการสอนและการบริหารโครงการบัณฑิตศึกษา

ในด้านการสอนซึ่งเป็นงานในตำแหน่งหน้าที่นั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมศักดิ์ วิราพร ได้สอนนิสิตทั้งปริญญาตรีและปริญญาโทตั้งแต่ปี 2520 เป็นต้นมา ควบคู่ไปกับการปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากองการเจ้าหน้าที่งานสอนส่วนใหญ่ในระดับปริญญาโทนั้น ได้แก่ การสอนนิสิตปริญญาโทในหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิตสาขาการสอน สาขาจิตวิทยาและแนะแนวการศึกษา ต่อมาใน พ.ศ. 2525 เป็นกรรมการร่วมร่างและจัดทำหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษาและได้เปิดสอนในปีการศึกษา 2533

ใน พ.ศ. 2536 ได้ร่วมจัดทำโครงการปริญญาโทสาขาการบริหารการศึกษาภาคพิเศษ เปิดสอน

ในวันเสาร์และอาทิตย์ รับนิสิตรุ่นที่ 1 ในปี 2536 ปฏิบัติงานในหน้าที่กรรมการและเลขานุการโครงการจนถึงปี 2541 ได้รับมอบหมายให้เป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการบริหารโครงการปริญญาโทสาขาการบริหารการศึกษา ภาคพิเศษ รวม 2 วาระ (22 ตุลาคม 2541 ถึง 22 ตุลาคม 2545) ได้สอนและบริหารงานโครงการตั้งแต่รุ่นที่ 1 ถึงรุ่นที่ 9 มีนิสิตสำเร็จการศึกษาปริญญาโทสาขาการบริหารการศึกษามากกว่า 500 คน

อนึ่ง เมื่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีนโยบายให้สาขาบริหารการศึกษา ภาควิชาการศึกษา

คณะศึกษาศาสตร์ไปเปิดสอนหลักสูตรปริญญาโทสาขาการบริหารการศึกษา ภาคพิเศษที่วิทยาเขตกระบี่เพื่อช่วยพัฒนาบุคลากรในฝั่งอันดามัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมศักดิ์ วิราพร ได้ร่วมเป็นกรรมการดำเนินงานโครงการปริญญาโทสาขาการบริหารการศึกษา ภาคพิเศษวิทยาเขตกระบี่ รับนิสิตรุ่นที่ 1 ในภาคปลายปีการศึกษา 2543 และเป็นผู้สอนจนถึงปีการศึกษา 2546

นอกจากนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมศักดิ์ยังได้รับเชิญให้เป็นผู้สอนระดับบัณฑิตศึกษาในภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิปากในหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาจารึกตั้งแต่ปีการศึกษา 2520 จนถึงปัจจุบัน

กิจกรรมมูลนิธิต่างๆ

การบริการทางวิชาการแก่สังคม ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมศักดิ์ วิราพร ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในด้านการศึกษาและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมมาตลอด แม้ภายหลังเกษียณอายุราชการ (1 ตุลาคม 2544) ดังนี้

  1. เป็นกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เพื่อการศึกษาตั้งแต่ พ.ศ. 2524 ถึงปัจจุบัน
  2. เป็นหัวหน้าคณะบริหารโครงการ กรรมการและเลขานุการและผู้อำนวยการมูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2535 - ปัจจุบัน
  3. เป็นประธานคณะกรรมการฝ่ายเอกสารและสูจิบัตรในการจัดงานโครงการหลวง ปีที่ 20 ถึง ปีที่ 34
  4. เป็นกรรมการในกองบรรณาธิการ บรรณาธิการ จัดทำหนังสือต่างๆ ของมูลนิธิโครงการหลวง
  5. เป็นกรรมการร้านศาลาโครงการหลวง ร้านดอยคำในกรุงเทพมหานคร

ในด้านครอบครัว ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมศักดิ์ ได้สมรสกับนางนันทนา (เทียมเมฆ) วิราพร มีธิดา2 คน คือ นางสาววรมนัส วิราพร กำลังศึกษาระดับปริญญาโทต่อที่ Michigan State University สหรัฐ-อเมริกา และนางสาวราลี วิราพร กำลังศึกษาอยู่ปีที่ 3 คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

แหล่งข้อมูล

สมศักดิ์ วิราพร. บรรณรังสรรค์. กรุงเทพฯ : อมรินทร์ริ้นติ้แอนด์พับลิชิ่ง จำกัด (มหาชน) 2545.

สัมภาษณ์ 2 สิงหาคม 2545.

สมศักดิ์ วิราพร. สมุดประวัติประจำตัวข้าราชการ สำนักนายกรัฐมนตรี, 2519.