หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว เกิดเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2484 เป็นบุตรของนายเอี่ยม นางเปี่ยม อักษรแก้ว บ้านอยู่ในชนบทเป็นลูกชาวนา-ชาวสวนยางที่ตำบลแม่ลาน อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี อายุได้ประมาณ 5 ขวบคุณแม่เสียชีวิตด้วยป่วยเป็นไข้ป่า ในวัยเด็กส่วนใหญ่มียายเป็นผู้เลี้ยงดูเนื่องจากคุณพ่อต้องทำงาน ทำนา กรีดยาง ผมนอนกับยาย ยายทำหน้าที่แทนแม่ ทั้งสั่งสอน และเลี้ยงดู

ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว เล่าให้ฟังว่าสมัยยังเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนแม่ลาน พ่อมักจะหาเวลาตอนหัวค่ำ ช่วงทานข้าวเย็น เล่านิทานสนุกๆ ให้ลูกฟัง ส่วนใหญ่จะเป็นนิทานสร้างปัญญาและความคิดให้กับลูกๆ โดยเฉพาะนิทานเรื่อง ศรีธนชัย พ่อบอกว่า ศรีธนชัยเป็นคนฉลาด แต่แฝงไว้ด้วยเล่ห์กล คนเรามีปัญญามีความคิดก็ควรทำในสิ่งที่ดี ถึงจะมิได้เรียนหนังสือระดับสู แต่พ่อจะปลูกฝังให้ลูกมีความคิดความอ่านและสนับสนุนให้เรียนหนังสือทุกคน ด้วยความตั้งใจจริงของพ่อนี้เอง หลังจากจบชั้นประถมปีที่สี่จากโรงเรียนโคกเหรียง ตำบลแม่ลาน ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ก็เดินทางเข้าตัวเมืองจังหวัดปัตตานี เข้าเรียนชั้นมัธยมปีที่ 1 ในโรงเรียนปัตตานีเบจมราชูทิศ และสำเร็จมัธยมปีที่ 6 ใน พ.ศ. 2501 ในช่วงที่เรียนหนังสือชั้นมัธยมปีที่ 1 ถึง 6 นั้น พ่อฝากให้อยู่บ้านคุณอาที่ปัตตานี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วัชรี เลิศมงคล ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่สนิทกันมาตลอดระยะ 6 ปี ที่เรียนอยู่ที่ปัตตานีได้กล่าวถึงศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ว่า เป็นคนขยันและอดทนช่วยทำงานทุกอย่างในบ้าน และที่สำคัญคือ เป็นคนดี ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ตั้งใจทำงานด้วยความประณีต เอาใจใส่ มีความละเอียดละออ ในวัยเรียนช่วงนี้ลำบากมากแต่ต้องอดทนเพราะต้องการให้พ่อได้เห็นความสำเร็จ ใน พ.ศ. 2501 ด้วยความตั้งใจของคุณพ่อที่อยากให้ผมเรียนหนังสือในระดับสูง จึงได้รวบรวมเงินทองส่งเรียนต่อมัธยมศึกษาตอนปลายที่กรุงเทพมหานคร ในช่วงมัธยมศึกษาตอนปลาย ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ได้เรียนที่โรงเรียนวัดนวลนรดิโดยได้อาศัยอยู่กับพลอากาศโท กุศล สุวรรณวิหค พี่ชายของผู้ช่วยศาสตราจารย์ วัชรี เลิศมงคล ซึ่งรักนับถือเสมือนพี่ชายและญาติสนิท และคุณอาสมพิศ ซึ่งเป็นพยาบาลทำงานที่โรงพยาบาลกรุงเทพแมคอมิคขณะนั้นเป็นผู้อุปการะเรื่องเงินทองเนื่องจากคุณพ่อมีรายได้จากการกรีดยางค่อนข้างจำกัด ในที่สุดก็จบมัธยมตอนปลาย แล้วได้เข้าเรียนต่อที่คณะ วนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งทำให้คุณพ่อดีใจมาก

ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว เลือกสอบเข้าศึกษาในคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์โดยเลือกเป็นอันดับหนึ่ง เหตุผลคือท่านเป็นลูกชาวนา ชาวสวนยาง ชาวชนบท มีชีวิตวัยเด็กผูกพันกับป่าไม้มาโดยตลอดและชีวิตก็ต้องพึ่งพาอาศัยป่า จึงอยากรู้เรื่องราวรายละเอียดเกี่ยวกับป่า และประการสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ป่าสมัยก่อนนั้นมีต้นไม้ขนาดใหญ่มากมาย มีน้ำตกสวยงาม ท่านชอบธรรมชาติของป่าไม้ ชอบชีวิตโลดโผน ผจญภัย และมีโอกาสได้ท่องเที่ยวทั่วไทยด้วย การเป็นนิสิตคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะต้องมีเอกลักษณ์คือ ต้องมีความอดทน ต้องเข้มแข็ง ต้องรักกัน สามัคคีกัน ต้องเรียน และรับผิดชอบ และที่ประทับใจคือนิสิตในคณะวนศาสตร์ รุ่น 26 มีนิสิตทั้งหมด 26 คน อาจารย์จะจำชื่อนิสิตได้ทุกคน และเวลาเข้าฝึกงานในป่าอาจารย์ทุกคนจะเป็นกันเองและให้ความรู้อย่างเต็มที่ และจะเข้มงวดในเรื่องวินัยมาก นอกจากนั้น ยังมีความประทับใจในการรับน้องใหม่ทั้งของมหาวิทยาลัย และของรุ่นพี่ๆ หอพัก (ท่านพักอยู่หอพักที่แปด หรือเรียกว่า หอแปด) คือรุ่นพี่จะรับน้องใหม่ด้วยวิธีที่ดูเหมือนว่าจะทารุณ โหดร้าย แต่ความจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้นเลย เมื่อผ่านพิธีการรับน้องใหม่แล้ว จะมีความรู้สึกในส่วนลึกๆ ว่ารุ่นพี่รักน้องๆ จริงๆ ช่วยทุกอย่างถ้าน้องมีปัญหา สอนหนังสือให้ และให้ทำในสิ่งที่ดีๆ ให้ ชีวิตนิสิตในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีความสนุกและให้โอกาสได้เรียนรู้อย่างแท้จริง เนื่องจากเป็นคนที่รักเรียนมาแต่เด็กและรู้ว่าตนเองมาจากครอบครัวที่ไม่มีฐานะดีนัก ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว จึงตั้งใจเรียนหนังสือและร่วมทำกิจกรรมของคณะวนศาสตร์ควบคู่เป็นประจำด้วย ในที่สุดก็จบปริญญาตรีวนศาสตร์บัณฑิต หลักสูตร 5 ปี ใน พ.ศ. 2508 เสียใจมากที่คุณพ่อไม่ได้มาร่วมในวันรับพระราชทานปริญญาบัตรของตน เนื่องจากคุณพ่อได้ถึงแก่กรรมเสียก่อนในปี พ.ศ. 2507

เนื่องจากศาสตราจารย์ ดร. สง่า สรรพศรี ซึ่งขณะนั้นเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาวนวัฒนวิทยา คณะวนศาสตร์ ได้ผู้ชักจูงและให้เหตุผลประกอบถึงผลดีของการเป็นอาจารย์ เช่นว่า เป็นอาจารย์แล้วจะได้เรียนต่อปริญญาสูงขึ้นไป อาจจะจบถึงปริญญาเอก และการเป็นอาจารย์มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ไปจังหวัดไหนก็ไม่เหงา และจะมีความภูมิใจที่เราได้สร้างคนที่มีคุณภาพให้สังคม ในที่สุดศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว จึงเลือกการเป็นอาจารย์และได้บรรจุเป็นข้าราชการในตำแหน่งอาจารย์ประจำภาควิชาวนวัฒนวิทยาใน พ.ศ. 2510 เป็นต้นมา

เมื่อเข้าทำงาน ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ได้รับมอบหมายให้สอนหนังสือวิชาเดียวกันกับที่ท่านศาสตราจารย์ ดร. สง่า สรรพศรี เคยสอน การเป็นอาจารย์ในช่วงแรกค่อนข้างยากแต่อาศัยความโชคดีเพราะได้เห็นวิธีการสอนที่ดีๆ ของศาสตราจารย์ ดร. สง่า สรรพศรี ในขณะที่เป็นนิสิต และนำวิธีการสอนที่ดีของอาจารย์ท่านอื่นๆ มาประยุกต์และปรับปรุงใช้ จึงทำให้ไม่หนักใจ นอกจากการสอนแล้ว ศาสตราจารย์ ดร. สง่า สรรพศรี จะมอบงานพิเศษให้คือ นำศาสตราจารย์และนักวิจัยชาวต่างประเทศออกทำงานวิจัยในภาคต่างๆ ของประเทศไทยเป็นประจำ จึงทำให้ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ได้มีโอกาสได้ร่วมทำงานและหาประสบการณ์จากนักวิจัยผู้มีชื่อเสียงจากต่างประเทศ และฝึกภาษาอังกฤษไปในตัวด้วย ในจำนวนศาสตราจารย์จากต่างประเทศหลายท่าน มี 2 ท่าน ที่มีความผูกพันกับศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว มากและนำไปสู่การเรียนขั้นปริญญาโทและปริญญาเอกในเวลาต่อมาคือ ศาสตราจารย์ ดร. พอเจ. ซิกี้ (Professor Dr. Paul J. Zinke) จาก University of California, Berkeley และศาสตราจารย์ ดร. วิเลียม บี. รูว์ (Professor William B. Drew) จาก Michigan State University

ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ทำงานเป็นอาจารย์มาได้ 2 ปี คณะวนศาสตร์ได้เปิดสอนระดับปริญญาโทครั้งแรกในสาขาวนวัฒนวิทยา ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ได้สมัครเรียนขั้นปริญญาโท และจบเป็นคนแรกของรุ่น และของคณะวนศาสตร์ในปี พ.ศ. 2513 โดยมีศาสตราจารย์ ดร. สง่า สรรพศรี เป็นประธานที่ปรึกษา และศาสตราจารย์ ดร. พอซิกี้ เป็นประธานที่ปรึกษาร่วม

ศาสตราจารย์ ดร. นิพนธ์ ตั้งธรรม อาจารย์ภาควิชาอนุรักษ์วิทยา คณะวนศาสตร์ คณะเดียวกันกับ ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ได้กล่าวถึงการที่ได้เรียนพร้อมกับ ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้วว่า ตอนเรียนปริญญาโทด้วยกันนั้นวิชาที่เรียนเป็นวิชาใหม่ทั้งหมด อาจารย์ผู้สอนให้เราร่วมกันคิด ร่วมกันทำ แต่ละคนมีแนวคิดอย่างไรก็นำมาแลกเปลี่ยนกัน พี่สนิทเป็นคนสนุกสนาน เรียนหนังสือไม่เครียด มีอะไรไม่เข้าใจก็มาแลกเปลี่ยน ไม่ถือพี่ถือน้อง ขยันขันแข็ง

หลังจากจบปริญญาโทนอกเหนือจากงานการสอนแล้ว ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ได้เริ่มทำงานอย่างจริงจัง โดยมีศาสตราจารย์ ดร. สง่า สรรพศรี และ ดร. เกษม จันทร์แก้ว เป็นผู้ชี้นำและสนับสนุน ในช่วงแรก ได้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับนิเวศวิทยาด้านป่าบก นอกจากได้ทำงานวิจัยร่วมกับอาจารย์ในประเทศแล้ว ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ยังได้มีโอกาสได้ร่วมทำงานกับนักวิจัยจากต่างประเทศอีกหลายประเทศทั้งจากอเมริกา ญี่ปุ่น และในแถบภูมิภาคเอเชียด้วยกัน โดยการสนับสนุนจากศาสตราจารย์ ดร. สง่า สรรพศรี ซึ่งศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว เล่าให้ฟังว่า การที่ได้มีโอกาสได้ทำงานวิจัยร่วมกับนักวิจัยที่มีชื่อเสียงจากต่างประเทศทำให้เรามีโอกาสได้เรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบวิธีการวิจัย และการเสนอผลงานทางวิชาการได้อย่างดีและเรียนรู้ในระยะสั้น เราต้องรีบกอบโกยความรู้จากผู้เชี่ยวชาญให้มาก โอกาสอย่างนี้ไม่มีบ่อยนัก

ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว เล่าว่า ชีวิตได้เริ่มเบี่ยงเบนและให้ความสนใจเรื่อง ป่าชายเลนเป็นกรณีพิเศษตั้งแต่ พ.ศ. 2514 ขณะนั้นมีคณะผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐอเมริกาเดินทางมาวิจัยเกี่ยวกับป่าชายเลนในประเทศไทย เพื่อนำความรู้กลับไปฟื้นฟูป่าชายเลนที่สาธารณรัฐเวียดนาม เนื่องจากป่าชายเลนของประเทศเวียดนามถูกทำลายโดยสารพิษเป็นพื้นที่จำนวนมากในช่วงภาวะสงคราม ศาสตราจารย์ ดร. สง่า สรรพศรี ได้ให้ ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว นำนักวิจัยกลุ่มนี้ไปศึกษาวิจัยเกี่ยวกับป่าชายเลนซึ่งเป็นป่าชายเลนที่สมบูรณ์มากในขณะนั้น คือที่ อำเภอ ขลุง จังหวัดจันทบุรี ศาสตราจารย์ ดร. สง่า สรรพศรี ได้ร่วมวิจัยครั้งนี้ด้วย แต่ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ได้รับมอบหมายให้เก็บข้อมูลการวิจัยร่วมกับ ศาสตราจารย์ ดร. วิเลียม รูว์ จาก Michigan State University และ ศาสตราจารย์ ดร. พอซิกี้ จาก University of California, Berkeley ในช่วงระยะเวลาศึกษาวิจัยนิเวศวิทยาป่าชายเลนอย่างละเอียดกับอาจารย์ทั้งสองท่านนี้ ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ได้เล่าอย่างประทับใจว่า เมื่อได้ลงไปศึกษาวิจัยและได้สัมผัสกับป่าชายเลนอย่างใกล้ชิด รู้สึกสนุกดี ทำงานไปแช่น้ำไป ลักณะต้นไม้ก็แตกต่างไปจากป่าบกมาก น่าสนใจ ทำไมมันขึ้นได้ในน้ำเค็ม รากก็ประหลาด มีฝักห้อยโตงเตง ดูลงไปในน้ำเห็นมีกุ้ง หอย ปู ปลา ทั้งขนาดเล็กและใหญ่มากมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เลยประทับใจและคิดว่าหากมีโอกาสจะไปเรียนปริญญาเอกด้านป่าชายเลนซึ่งยังไม่มีผู้ใดได้เรียนอย่างจริงจังเลยในประเทศไทย

ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว สอบชิงทุนธนาคารโลกได้ และมีโอกาสไปเรียนต่อขั้นปริญญาเอกที่ Michigan State University โดยมีศาสตราจารย์ ดร. วิเลียม บี รูว์ ซึ่งเคยทำวิจัยด้านป่าชายเลนร่วมกันที่จังหวัดจันทบุรีเป็นประธานที่ปรึกษา และในขณะที่เรียนปริญญาเอกอยู่ที่รัฐมิชิแกน ศาสตราจารย์ ดร. รูว์ ส่งให้เรียนวิชาด้านป่าชายเลนในช่วงภาคฤดูร้อนกับอาจารย์ที่มีชื่อเสียงด้านนี้หลายท่าน เช่น ศาสตราจารย์ ดร. เนดาเกอร์ (Professor Dr. Snedaker) ที่ University of Miami และ ศาสตราจารย์ ดร. เอเรียลูโก (Professor Dr. Ariel Lugo) University of Puerto Rico เป็นต้น และกลับมาทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกด้านนิเวศป่าชายเลนที่อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ในที่สุด ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ได้เรียนจบปริญญาเอกด้านนิเวศวิทยาป่าชายเลนจาก Michigan State University ใน พ.ศ. 2518 ซึ่งเป็นคนแรกของประเทศไทย

หลังจากจบการศึกษาขั้นปริญญาเอก ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ได้ทำงานเกี่ยวกับด้านป่าชายเลนมาโดยตลอดทั้งงานการสอน งานวิจัย งานนโยบาย ในด้านงานสอนหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับด้านป่าชายเลน ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว จะเป็นผู้สอนเกือบทุกมหาวิทยาลัยที่มีวิชาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้รวมถึงระดับโรงเรียน เพราะเห็นว่าถ้านิสิตหรือนักเรียนเข้าใจและเห็นความสำคัญของป่าชายเลนแล้ว ผู้เรียนกลุ่มนี้เองจะเป็นกำลังและขยายผลในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนในอนาคตต่อไป เรื่องงานวิจัยนั้น ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ได้ทำงานวิจัยด้านป่าชายเลนมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่องทำให้รู้เรื่องเข้าใจและเห็นความสำคัญของป่าชายเลนอย่างชัดเจนขึ้น ถ้าไม่มีป่าชายเลนทรัพยากรทุกสิ่งทุกอย่างบริเวณชายฝั่งทะเลจะสูญหายไป รวมทั้งสิ่งมีชีวิต นานาชนิดรวมถึง กุ้ง หอย ปู ปลา และสิ่งไม่มีชีวิต และหากย้อนอดีตประมาณ 15-20 ปี พบว่าคนไทยส่วนใหญ่ให้ความสนใจหรือเข้าใจป่าชายเลนน้อยมาก ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ได้ร่วมกับนักวิจัยหลายท่านจัดการประชุมเกี่ยวกับป่าชายเลนหลายครั้งเพื่อยกระดับความสนใจ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติโดยเฉพาะการประชุมระดับนานาชาติ และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นทางกลุ่มนักวิจัยทั้งในและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องช่วยกันจัดทำโครงการระยะยาว 8 ปี เพื่อศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลนใน 4 กลุ่ม หลักคือ กลุ่มสิ่งแวดล้อม กลุ่มทรัพยากรป่าไม้ กลุ่มทรัพยากรประมง และกลุ่มสังคมเศรษฐกิจ ภายใต้การสนับสนุนจากองค์การ UNDP และ UNESCO ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว เล่าให้ฟังว่าโครงการนี้ได้ผลิตนักวิจัยป่าชายเลนทั้งระดับนานาชาติ แถบเอเซียแปซิฟิและนักวิจัยระดับนานาชาติซึ่งมาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รวมทั้งสถาบันที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมป่าไม้ และกรมประมง หลายท่าน โดยมีศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว เป็นหัวหน้าทีม

ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว มีวิธีทำงานกับผู้ร่วมงานเป็นจำนวนมากและแต่ละท่านล้วนมีความคิดเห็นเป็นของตนเองและทำงานด้วยกันเป็นระยะเวลานานอย่างสำเร็จได้ราบรื่น และที่สำคัญก็คือ ได้นำความรู้ที่ได้เรียนมาเรื่องพื้นฐานนิเวศวิทยาซึ่งเป็นเรื่องของธรรมชาติมาปรับใช้ในการทำงานด้วย ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว กล่าวว่า สังคมป่าไม้ไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์ จะอยู่ด้วยกันแบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันจะอยู่โดดเดี่ยวไม่ได้เช่นเดียวกับสังคมของเรา เราเป็นหัวหน้าก็ต้องนำวิถีทางหรือกลไกธรรมชาติของระบบนิเวศป่าไม้มาพิจารณาประกอบในการทำงาน โดยประการแรกสำคัญมากคือ ต้องเสียสละ ประการที่สองต้องรับฟังปัญหาและช่วยแก้ไข ประการที่สามต้องมีความรู้มากพอที่จะให้คำแนะนำแก่ผู้ร่วมงานและทำให้พวกเขายอมรับได้ ประการที่สี่ต้องเชื่อและไว้ใจผู้ร่วมงานทั้งเรื่องผลงานและเรื่องการเงิน และประการสุดท้ายต้องสนับสนุนให้ผู้ร่วมงานมีชื่อเสียง เช่นเดียวกันเหมือนกับธรรมชาติที่ต้นไม้ใหญ่ต้องยอมให้เถาวัลย์พันเพื่อสร้างความแข็งแรงและต้องเป็นร่มเงาให้ไม้เล็กบ้าง หากมีปัญหาต้องร่วมมือ ช่วยกันคิด และช่วยกันแก้ไข ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว กล่าวว่า จะภูมิใจมากเมื่อผลงานวิจัยได้สร้างประโยชน์และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ชุมชน นั่นคือจุดมุ่งหมายหลักของงานวิจัย

รองศาสตราจารย์ณิฐารัตน์ ภาสิทธิ์ จากภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำงานวิจัยกับ ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว มาตั้งแต่ พ.ศ. 2521 จนถึงปัจจุบันได้กล่าวถึงวิธีการทำงานของ ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ว่า มีจุดเด่นที่การให้เกียรติและให้โอกาสผู้ร่วมงาน โดยศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว จะเป็นผู้ประสานงาวิจัยกลุ่มต่างๆ ให้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทำให้นักวิจัยแต่ละคนมีความรู้ที่ลึกซึ้ง และกว้างขวาง ที่สำคัญคือ ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ทำงานโดยมีการวางแผนงานและตรงเวลาเมื่อถามปัญหาจะได้คำตอบเสมอ ฟังผู้ร่วมงานและปรึกษาหารือกันตลอด เป็นคนเขียนรายงานวิจัยและอ่านรายงานวิจัยและให้คำแนะนำได้รวดเร็ว

ส่วนงานบริการการศึกษานั้น ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ตั้งใจที่จะเป็นวิทยากร ทุกครั้งที่มีโอกาสโดยมีแนวคิดว่าการเผยแพร่ความคิดไปสู่ประชาชนหรือนักเรียน ซึ่งถือเป็นระดับรากหญ้าก็จะเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติหรือรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน รวมถึงการเขียนหนังสือ การเป็นวิทยากรทั้งในรายการทางวิทยุโทรทัศน์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมหรือป่าชายเลน นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว มีแนวคิดว่าการจัดการอนุรักษ์ป่าชายเลนต้องร่วมมือกันหลายฝ่าย ถึงแม้ว่าจะได้เตรียมนักวิจัย ประชาชน ผู้สนใจไว้พร้อมที่จะช่วยงานแล้วก็ตาม หากขาดนโยบายที่ชัดเจนงานก็จะดำเนินไปได้ยาก และศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ได้มีโอกาสไปร่วมจัดทำนโยบายป่าชายเลนของประเทศ ในช่วงเวลาที่ได้เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงเป็นผู้วางนโยบายการวิจัยและการจัดการด้านป่าชายเลนระดับโลกร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากอีกหลายประเทศ โดยเขียนแผนการพัฒนา การอนุรักษ์การใช้ประโยชน์ป่าชายเลนอย่างยั่งยืนเป็นแผน 5 ปี ของโลกเพราะทุกประเทศจะพึ่งพาและเชื่อมโยงกันตลอดเวลา หากป่าชายเลนส่วนใดส่วนหนึ่งของโลกถูกทำลาย ประชากรโลกจะมีปัญหาร่วมกันคือ จะมีอาหารจากทะเล กุ้ง หอย ปู ปลา ปริมาณน้อยลง และเกิดปัญหาของความเสื่อมคุณภาพสิ่งแวดล้อมชายฝั่งทะเล ดังนั้นการวางนโยบายจึงต้องสอดคล้องทั้งระดับโลก ระดับภูมิภาค ระดับประเทศ ลงไปถึงระดับหมู่บ้าน

ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ได้อุทิศตนเพื่องานมาโดยตลอด และเป็นการทำงานที่มีความสุข ผลงานของท่านทั้งที่เป็นตำรา งานวิจัย และเอกสารวิชาการ เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้รับรางวัลและเกียรติที่สำคัญคือ ศิษย์เก่าดีเด่นจากบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปี 2534, รางวัล 1993 BIWAKO PRIZE FOR ECOLOGY ประเทศญี่ปุ่น, เมธีวิจัยอาวุโส สกว. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย) พ.ศ. 2539, นักวิทยาศาสตร์การเกษตรดีเด่น สาขาพืช สมาคมวิทยาศาสตร์การเกษตรแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. 2540, Honorary Membership ของ Society of American Foresters ประเทศอเมริกา พ.ศ. 2540, บุคคลตัวอย่างด้านวิชาการ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2540-2544, นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ พ.ศ. 2542, รับรางวัล TTF Award หนังสือดีเด่น สาขาสิ่งแวดล้อมจากมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2543 และวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานิเวศวิทยา จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2543 ตามลำดับ

ป่าชายเลนเป็นเสมือน ธนาคารไม้ ที่นำมาใช้ทำฟืน ทำถ่าน และก่อสร้าง เป็นบ้านของสิ่งมีชีวิตทั้งพันธุ์ไม้และสัตว์น้ำเพื่อหลบภัยและขยายพันธุ์ และอนุบาลตัวอ่อน เป็น ครัว สำหรับปรุงอาหารแก่ต้นไม้และสัตว์น้ำคือ ซากไม้ใบไม้ที่ร่วงหล่นจะสลายตัวให้ธาตุอาหารเพื่อการเจริญเติบโต เป็น โรงบำบัดน้ำเสีย เพราะพันธุ์ไม้ป่าชายเลนจะช่วยดูดซับสิ่งปฏิกูลต่างๆ และฟอกน้ำเสียให้เป็นน้ำสะอาด เป็น โรงงานฟอกอากาศ เพราะสามารถลดคาร์บอนไดออกไซด์และเพิ่มปริมาณออกซิเจนให้กับบรรยากาศ เป็น โรงพยาบาล เพราะมีพันธุ์ไม้ใช้เป็นสมุนไพรหลายชนิดเป็นเสมือน กำแพงชายฝั่ง ช่วยป้องกันดินพังทลายและลมพายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็น สะพานเชื่อมระหว่างบกกับทะเล เพื่อสร้างความสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่งและที่สำคัญคือ เป็น อู่ข้าวอู่น้ำ ของผู้คนชุมชนป่าชายเลน ดังนั้นป่าชายเลนจึงเป็น ขุมทรัพย์ชายฝั่งทะเล ที่มีคุณค่ามหาศาลและมีความสำคัญต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

ในด้านชีวิตครอบครัว ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ได้สมรสกับอาจารย์ ศรีลักษณ์ (วิสูญ) อักษรแก้ว ซึ่งจบปริญญาตรีจากคณะอักษรศาสตร์ และปริญญาโทจากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษที่คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีธิดา 2 คน คือ นางสาวการัณยา อักษรแก้ว จบปริญญาตรีจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และจบปริญญาโททางด้านราฟิดีไซน์ จาก Syracuse Universityประเทศสหรัฐอเมริกา และขณะนี้ทำงานอยู่ที่บริษัทโฆษณาที่รัฐนิยอร์ประเทศสหรัฐอเมริกา คนที่สองชื่อ นางสาวนภาสินี อักษรแก้ว จบปริญญาตรีจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาเอกทางด้านเภสัชศาสตร์ จาก University of Tennesse ประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะนี้ทำงานที่โรงงานผลิตยาที่รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา

ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดคือ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก หลังจากศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว เกษียณอายุราชการ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2544 แล้ว ยังได้ทำงานสอนหนังสือในมหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นวิทยากรในการประชุมและตามโรงเรียนต่างๆ และทำงานวิจัยในด้านป่าชายเลนต่อไป ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ให้ข้อคิดหลังจากเกษียณอายุราชการไว้ว่า ต้องฝึกจิตใจ ร่างกายให้แข็งแรง อย่าทำตัวเป็นผู้ชราที่ไร้ค่า และทำความเสื่อมเสีย ใช้ความรู้ประสบการณ์ที่มีในงานที่ถนัด ทำประโยชน์ให้แก่สังคม และประเทศชาติจนกว่าจะหมดแรง นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ยังได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการด้านป่าชายเลนและชายฝั่งทะเลทั้งระดับประเทศและต่างประเทศอีกหลายชุด

แหล่งข้อมูล

สนิท อักษรแก้ว. สัมภาษณ์, 17 ตุลาคม 2544.

สนิท อักษรแก้ว. สมุดประวัติประจำตัวข้าราชการสำนักนายกรัฐมนตรี, 2509.