หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


รองศาสตราจารย์วิฑูรย์ หงษ์สุมาลย์ เกิดที่ตำบลวังบูรพาภิรมย์ อำเภอพระนคร จังหวัดพระนคร (ชื่อเรียกกรุงเทพมหานครในขณะนั้น) เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2471 เป็นบุตรคนที่ 3 ในจำนวน 6 คนของนายยืนยง และนางริ้ว หงษ์สุมาลย์ จบการศึกษามัธยมปีที่ 6 ในปีการศึกษา 2485 ที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ และจบระดับเตรียมอุดมศึกษาปีที่ 2 จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาในปีการศึกษา 2488 (เนื่องจากภาวะสงครามจึงทำให้เรียนช้าไป 1 ปี) จากนั้นก็เข้าเรียนในคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้วุฒิ วศ.บ. (ไฟฟ้า) ในปีการศึกษา 2492 เมื่อจบแล้วเข้าทำงานเป็นวิศวกรประจำโรงไฟฟ้าสามเสน ใช้เวลาว่าง (เนื่องจากทำงานเป็นกะ) กลับไปเรียนที่คณะวิศวกรรมศาสตร์อีกครั้ง ได้วุฒิ วศ.บ. (เครื่องกล) ในปีการศึกษา 2494

พ.ศ. 2495 ได้อ่านพบประกาศรับสมัครผู้มีวุฒิวิศวกรรมศาสตร์เข้าเป็นอาจารย์ในแผนกวิศวกรรมเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงเกษตร จึงมีความสนใจ ประกอบกับเคยมีเพื่อนที่เรียนวิศวะด้วยกัน แต่ตอนหลังเปลี่ยนมาเรียนที่เกษตร จึงคิดว่าน่าจะมีอะไรที่ดีๆ ที่เกษตรเป็นแน่ อีกทั้งการทำงานที่โรงไฟฟ้าสามเสนนั้นอยู่ในฐานะลูกจ้าง ไม่ได้บรรจุเป็นข้าราชการ ทั้งหมดนี้เป็นแรงดลใจ จึงได้เดินทางมาสมัคงานกับท่านอธิการบดีคือ คุณหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ ท่านอธิการบดีถามคำถามเพียงไม่กี่คำก็รับเข้าเป็นอาจารย์และให้ทำงานทันที ตอนนั้นต้องบรรจุในตำแหน่งนายช่างตรี แผนกโรงงานกองช่างกล กรมชลประทานซึ่งอยู่ในสังกัดกระทรวงเดียวกัน ปีถัดมาจึงมีตำแหน่งรับโอนมาเป็นอาจารย์ตรี วิชาที่สอนขณะนั้นคือ Farm Electricity และ Farm Building

ใน พ.ศ. 2498 ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นอาจารย์โท และได้รับทุนความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ และ Oregon State University ไปศึกษาระดับปริญญาโท จบใน พ.ศ. 2501 ได้ M.S. สาขา Electrical Engineering เมื่อกลับมาถึงเมืองไทยก็เริ่มสอนวิชาฟิสิกส์พื้นฐานให้แก่คณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัย ซึ่งได้แก่ คณะกสิกรรมและสัตวบาล คณะวนศาสตร์และคณะประมง ในขณะที่รองศาสตราจารย์วิฑูรย์ หงษ์สุมาลย์ ไปเรียนที่สหรัฐอเมริกานั้น มีอาจารย์จาก Oregon State University ชื่อ Dr. Bolinger มาช่วยสอนวิชาฟิสิกส์อยู่ก่อนแล้ว เมื่อสำเร็จการศึกษากลับมาจึงรับหน้าที่สอนต่อ เป็นอาจารย์คนไทยคนแรกในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่สอนวิชาฟิสิกส์ ถึงแม้จะจบด้านวิศวกรรมศาสตร์มาทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการสอนวิชาฟิสิกส์แต่ประการใด เพราะผู้ที่เรียนวิศวกรรมศาสตร์นั้นต้องมีพื้นความรู้ทางวิชาฟิสิกส์เป็นอย่างดี และสามารถนำเอาวิชาฟิสิกส์ไปประยุกต์ในสาขาวิชาของตนได้ โดยเฉพาะด้านวิศวกรรมไฟฟ้าต้องใช้ความรู้ทางฟิสิกส์มาก

พ.ศ. 2502 รัฐบาลได้ย้ายมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไปสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี และมีการปรับระบบภายในมหาวิทยาลัย การสอนวิชาฟิสิกส์จึงถูกเปลี่ยนสังกัดไปขึ้นกับแผนกวิศวกรรมเกษตร คณะกสิกรรมและสัตวบาล ใน พ.ศ. 2502 ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นอาจารย์เอกสังกัดหน่วยงานเดิม

พ.ศ. 2515 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เปลี่ยนสังกัดอีกครั้งไปขึ้นกับทบวงมหาวิทยาลัย มีการปรับปรุงโครงสร้าง และแบ่งหน่วยงานโดยขยายเป็นคณะต่างๆ มากขึ้น วิชาในสายวิทยาศาสตร์ถูกจัดรวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่เรียกว่า แผนกวิชา ขึ้นอยู่กับคณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะก่อตั้งใหม่ นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนการสอนวิชาฟิสิกส์ที่เป็นหน่วยงานเอกเทศ และเป็นรากฐานมาจนถึงปัจจุบัน รองศาสตราจารย์วิฑูรย์ทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าแผนก เป็นผู้บุกเบิกจัดวางหลักสูตร ฯลฯ ถือว่าเป็นผู้ก่อตั้งภาควิชาฟิสิกส์ขึ้นมา ในสมัยนั้นมีอาจารย์ในแผนกวิชาฟิสิกส์เพียงไม่กี่คน ทุกคนจึงต้องรับภาระงานหนักคือ เกินกว่า 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ วิชาฟิสิกส์ที่เคยสอนมาในอดีตได้แก่ วิชาฟิสิกส์ทั่วไป I วิชาฟิสิกส์ทั่วไป II วิชาไฟฟ้าและแม่เหล็ก วิชาทฤษฎีไฟฟ้าแม่เหล็กเบื้องต้น วิชาอิเล็กทรอนิกส์ วิชาอิเล็กทรอนิกส์ II และวิชาเทอร์โมไดนามิ

พ.ศ. 2512 หน่วยงานในคณะวิทยาศาสตร์ถูกเปลี่ยนชื่อจาก แผนกวิชา เป็น ภาควิชา จึงได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์ พ.ศ. 2514 เลื่อนตำแหน่งเป็นอาจารย์ชั้นพิเศษ และใน พ.ศ. 2517 มีตำแหน่งทางวิชาการเป็นรองศาสตราจารย์

ใน พ.ศ. 2524 คณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์ได้ถูกแยกเป็นสองคณะคือ คณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์คณะหนึ่ง และคณะสังคมศาสตร์อีกคณะหนึ่ง จึงได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ตั้งแต่นั้นมา จนถึง พ.ศ. 2530 มาจนเกษียณอายุราชการ ใน พ.ศ. 2532

เนื่องจากจบมาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยจึงมอบหมายให้ดูแลงานอื่นๆ อีกหลายเรื่อง ตั้งแต่เริ่มเข้ารับราชการจนถึง พ.ศ. 2528 เช่น งานด้านไฟฟ้า และโทรศัพท์ส่วนกลางของมหาวิทยาลัย รับผิดชอบด้านการติดตั้ง เดินสายไฟฟ้าและโทรศัพท์ ทั้งในเวลาปกติและเมื่อมหาวิทยาลัยจัดงานประจำปีต่างๆ เช่น วันเกษตรแฟร์ งานพระราชทานปริญญาบัตร งานกาชาด เป็นต้น ทำให้งานเหล่านั้นดำเนินไปได้โดยไม่ติดขัด หรือขัดข้องในด้านสาธารณูปโภคแต่ประการใด นอกจากนั้นยังรับมอบหมายงานด้านอาคารสถานที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือต่อเนื่องกับงานไฟฟ้า และยังได้เป็นกรรมการดำเนินงานของสถานีวิทยุมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ระหว่าง พ.ศ. 2511-2530 โดยได้ออกสำรวจการรับส่งคลื่นวิทยุ ชนิดคลื่นพื้นดินในย่าน AM ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งนี้เพราะมีสถานีวิทยุ มก. กระจายอยู่ทั่วทุกภาค ภาคกลางอยู่ที่หนองแขม ภาคเหนืออยู่ที่เชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ขอนแก่น ภาคใต้อยู่ที่สงขลา จึงต้องออกวัดความแรงของคลื่นจากสถานีส่งเหล่านี้ เป็นงานวิจัยไปในตัว ต้องเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งบางแห่งทุรกันดาร บางแห่งเป็นพื้นที่อันตรายจากผู้ก่อการร้าย แต่เป็นงานที่ต้องทำติดต่อกันทุกๆ ปี จึงต้องเสี่ยงภัยเรื่อยมา

นอกจากนั้นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยังได้มอบหมายให้เป็นประธานอนุกรรมการฝ่ายหารายได้ในงานกาชาดหลายปี เพราะเห็นความสามารถที่หารายได้ให้แก่สภากาชาดได้มาก โดยเป็นอนุกรรมการกลุ่มแรกที่ได้จัดให้มีสลากกาชาด โดยมีรางวัลสูงเป็นเครื่องจูงใจ เช่น บ้านพร้อมที่ดิน รถยนต์ เป็นต้น ทั้งยังได้ระดมบุคลากรให้ร่วมมือร่วมใจช่วยงานกุศลนี้อย่างเต็มความสามารถ ได้ออกตรวจงานด้านไฟฟ้าและดูแลร้านสลากกาชาดด้วยตนเองทุกวัน โดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก เป็นการเสริมสร้างกำลังใจและความสามัคคีในการทำคุณประโยชน์แก่สังคมของบุคลากร

มหาวิทยาลัยยังได้มอบหมายงานด้านอื่นๆ ให้ตามโอกาสอันควร เช่น เป็นที่ปรึกษาหน่วยบริการกลางระหว่าง พ.ศ. 2519-2520 เป็นคณะทำงานโครงการศึกษาและพัฒนาด้านพลังงานของมหาวิทยาลัย เป็นกรรมการจัดสอบไล่ส่วนกลางของมหาวิทยาลัย เป็นกรรมการออกข้อสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการของมหาวิทยาลัย ในสมัยแรกๆ เคยรับผิดชอบงานจัดทำตารางเรียนรวมทุกคณะ

ในฐานะหัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์คนแรก ได้เป็นผู้วางรากฐานและหลักสูตรวิชาฟิสิกส์มาตั้งแต่ต้นรวมทั้งงานสอน ควบคุมการฝึกงานของนิสิต งานปกครองบุคลากร แก้ไขปัญหาต่างๆ ในภาควิชา เสริมสร้างความรักสามัคคีในหมู่คณะ รวมทั้งเป็นกรรมการออกข้อสอบคัดเลือกเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยของทบวงมหาวิทยาลัย รวม 15 ปี และยังมีงานวิจัยหลายเรื่อง ได้แก่

1. เครื่องหุงต้มด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ จัดแสดงเป็นผลงานวิชาการในงานเกษตรแฟร์ โดยสาธิตการย่างไก่ และอบขนมเค้กเป็นส่วนใหญ่ มีผู้สนใจแวะเวียนเข้ามาชมและชิมไก่ย่าง ขนมเค้กตลอดเวลา

2. ฟืนอัดจากใบไม้กิ่งไม้แห้ง โดยใช้กิ่งไม้ใบไม้แห้งที่หน้าตึกฟิสิกส์ เป็นวัสดุทดลอง

3. สำรวจการเคลื่อนที่ของคลื่นวิทยุชนิดคลื่นพื้นดิน ในย่านความถี่ AM ของสถานีวิทยุมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทั่วประเทศ

ในฐานะหัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์ยังได้ทำหน้าที่เป็นพระอาจารย์ที่ปรึกษาของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ระหว่าง พ.ศ. 2521-2522 และทำหน้าที่คัดเลือกอาจารย์ผู้ถวายความรู้ทั้งภาคบรรยายและภาคปฏิบัติการ กับทั้งคอยดูแลให้คำปรึกษาแก่อาจารย์ผู้สอนเพื่อให้การถวายความรู้นั้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ปรัชญาหรือแนวคิดในการทำงานก็คือ สำนึกในหน้าที่และรับผิดชอบในหน้าที่ เมื่อมหาวิทยาลัยมอบหมายงานใดให้ทำ ก็จะรีบปฏิบัติทันที ถือว่าเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำนึกเสมอว่ามีพระองค์ท่านเป็นเจ้านายสูงสุด

หลักในการถ่ายทอดความรู้ให้กับนิสิตเพื่อให้วิชาฟิสิกส์ซึ่งเป็นวิชาที่ยากทำให้ดูง่ายและเข้าใจง่ายก็คือ ทุ่มเทเวลาและใกล้ชิดนิสิต ให้โอกาสแก่นิสิตได้พบนอกชั้นเรียนเพื่อซักถาม ในระยะต้นนิสิตสาขาฟิสิกส์นั้นมีจำนวนไม่มากนักจึงทำได้สะดวก ถึงแม้ในระยะหลังจะมีผู้เรียนมากขึ้นก็ยังคงใช้หลักการเดียวกันในการถ่ายทอดวิชาความรู้

มีความประทับใจในการทำงานในตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์ เพราะได้รับใช้ประเทศชาติในหลายๆ ด้าน หลายๆ วงการ และหลายๆ อาชีพ เนื่องจากวิชาฟิสิกส์นั้นต้องสอนให้กับนิสิตหลายคณะ นิสิตสังกัดภาควิชาฟิสิกส์ที่จบไปแล้วประกอบอาชีพหลากหลายมาก และส่วนใหญ่ก็ได้นำวิชาฟิสิกส์ไปประยุกต์ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เช่น เป็นผู้จัดการโรงงาน เป็นนักธุรกิจเสื้อผ้าส่งออก เป็นผู้ทำงานด้านคอมพิวเตอร์ เป็นนายธนาคาร บางคนไปเป็นคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ บางคนได้ไปศึกษาต่อในคณะแพทยศาสตร์ได้เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เป็นต้น จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าผู้ที่จบทางฟิสิกส์ไม่ได้อยู่ในวงแคบๆ ของฟิสิกส์เท่านั้น แต่สามารถกระจายไปเรียนต่อในสาขาอื่นๆ หรือประกอบอาชีพอื่นได้มากมาย และล้วนแต่ประสบความสำเร็จในชีวิตทั้งสิ้น

ส่วนความประทับใจต่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น เริ่มตั้งแต่ก้าวเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัยใน พ.ศ. 2495 เป็นต้นมา ย้อนไปในอดีตสมัยนั้นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เปรียบเสมือนฟาร์มปศุสัตว์ขนาดใหญ่ เพราะภายในบริเวณรั้วมหาวิทยาลัยจะได้ยินเสียงไก่ เสียงหมู วัว และสัตว์เลี้ยงอื่นๆ รวมทั้งยังได้สัมผัสกลิ่นของสัตว์เหล่านั้น ทั้งยังมีบ่อปลา และพืชสวนครบวงจร สำนักงานอธิการบดีเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวหลังย่อมๆ เท่านั้น อาคารเรียนก็เป็นเรือนไม้ บางวิชาต้องไปอาศัยห้องของกระทรวงเกษตรเป็นห้องเรียน บุคลากรในมหาวิทยาลัยขณะนั้นมีไม่มาก ส่วนใหญ่รู้จักคุ้นเคยทุกคน อาจารย์ของมหาวิทยาลัยแท้ๆ มีเป็นจำนวนนับสิบคนเท่านั้น นอกจากนั้นเป็นข้าราชการของกรมกองต่างๆ ในกระทรวงเกษตร แต่บัดนี้มหาวิทยาลัยเติบโตรุ่งเรืองขึ้นมาก มีบุคลากรหลายพันคน สภาพภายในมหาวิทยาลัยก็เปลี่ยนแปลงไปมาก เกิดตึกเรียนสูงหลายๆ ชั้นขึ้นมากมาย ผู้คนก็ไม่คุ้นหน้ากัน

จากประสบการณ์ที่ได้เคยสัมผัสกับบุคลากรรุ่นหลังๆ พบว่ามีช่องว่างระหว่างวัย เข้าใจว่าชนรุ่นหลังไม่ต้องการผูกพันกับอดีตหรือประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย และไม่เห็นความจำเป็นในการเรียนรู้เรื่องราวความเหนื่อยยากหรือความเสียสละของผู้เริ่มก่อตั้งมาในอดีต

เนื่องจากเกษียณอายุราชการไปแล้วประมาณ 14-15 ปี จึงไม่สามารถคาดหมายอะไรได้จากนิสิตของมหาวิทยาลัย แต่หวังจะเห็นว่ามีลูกศิษย์ของเราได้ไปสอบแข่งขันโอลิมปิกได้เหรียญ ได้รางวัลกลับมาเป็นที่เชิดหน้าชูตา ในส่วนภาพรวมหวังจะเห็นบัณฑิตของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไปสร้างชื่อเสียงทำคุณประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมในระดับชาติ หรือระดับนานาชาติ ส่วนเรื่องอาคารสถานที่ตึกรามที่เจริญพัฒนาขึ้นมานั้นความสำคัญรองลงมา

เครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุดที่ได้รับคือ มาภรณ์ช้างเผือก และมหาวชิรมงกุฎ นอกจากนั้นยังได้รับพระราชทานเหรียญกาชาดสรรเสริญสูงสุด

ในด้านครอบครัว รองศาสตราจารย์วิฑูรย์ หงษ์สุมาลย์ ได้สมรสกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุธี หงษ์สุมาลย์ (ประเสริฐวงศ์) ซึ่งเป็นอาจารย์ในสังกัดภาควิชาฟิสิกส์ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2508 มีธิดา 1 คน ขณะนี้กำลังศึกษาระดับปริญญาโท ที่ภาควิชาคหกรรมศาสตร์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

แหล่งข้อมูล

วิฑูรย์ หงษ์สุมาลย์. สัมภาษณ์, 26 มีนาคม 2545.

วิฑูรย์ หงษ์สุมาลย์. สมุดประวัติประจำตัวข้าราชการกระทรวงเกษตร, 2495.