หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


นายแพทย์ภิญโญ กัลยาณมิตร เกิดเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2473 ที่ตำบลบุ่ง อำเภออำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี บิดาชื่อนายเกษม กัลยาณมิตร มารดาชื่อนางข่ายทอง (อรจันทร์) กัลยาณมิตร

นายแพทย์ภิญโญ กัลยาณมิตรสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาจากโรงเรียนราษฎร์มิชั่น จังหวัดอุบลราชธานี ระดับเตรียมอุดมศึกษาจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาเภสัชศาสตร์บัณฑิตและปริญญาแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ประกาศนียบัตรวิชาโรคจิตและประสาทจากโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา นิติศาสตร์บัณฑิตและรัฐศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัย สุโขทัยธรมาธิราช และเนติบัณฑิตจากเนติบัณฑิตสภา

นายแพทย์ภิญโญ กัลยาณมิตร เป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่ศึกษา สนใจในสาขาวิชาต่างๆ มีผลการเรียนดีมาโดยตลอด มีความเป็นอยู่เรียบง่าย สมถะ เป็นผู้รักการอ่านและรักหนังสือมาก ชอบค้นคว้าหาความรู้ จึงมีความรอบรู้ในเรื่องต่างๆ มากมาย ทั้งเรื่องภาษา การแต่งโคลงกลอน

ภายหลังสำเร็จการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ ได้เข้าทำงานที่แผนกอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข เมื่อเก็บเงินได้ระยะหนึ่งก็มาสมัคเข้าเรียนต่อที่คณะแพทยศาสตร์ เริ่มเข้ารับราชการที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2503 ในตำแหน่งนายแพทย์โท สำนักงานเลขานุการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่อมาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นนายแพทย์เอก (วันที่ 31 ตุลาคม 2510) รักษาการในตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต (วันที่ 14 กรกฎาคม 2518) เป็นนายแพทย์ 7 กองกิจการนิสิต สำนักงานอธิการบดี (22 มกราคม 2522) และเป็นรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต 2 ช่วง (วันที่ 1 ตุลาคม 2519 ถึงวันที่ 22 มกราคม 2522 และวันที่ 17 มีนาคม 2523 ถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2525)

นอกจากนี้ ยังปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ของมหาวิทยาลัย เช่น สมาชิกสภาคณาจารย์ กรรมการสภามหาวิทยาลัย กรรมการบริหารวิทยาเขตกำแพงแสน ประธานกรรมการพิจารณาแก้ไขระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับนิสิต บ้านพักของทางราชการ กองทุนสวัสดิการเพื่อนิสิต เป็นหัวหน้าฝ่ายแพทย์และอนามัยสระว่ายน้ำจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ แม้เมื่อเกษียณอายุราชการแล้ว ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษด้านการแพทย์และเภสัชของมหาวิทยาลัย (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2534 จนถึง พ.ศ. 2545)

นายแพทย์ประจำคนแรกและผู้ก่อตั้งสถานพยาบาล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ก่อนปี 2500 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีสถานพยาบาลเป็นเพียงห้องปฐมพยาบาลเพื่อดูแลนิสิตที่อยู่หอพัก ในปี 2503 เมื่อนายแพทย์ภิญโญ กัลยาณมิตรเข้ามารับราชการ จึงนับเป็นนายแพทย์ประจำคนแรกของมหาวิทยาลัย ได้พยายามปรับปรุงและขยายงานของสถานพยาบาลเพื่อรองรับนิสิตและบุคลากรของมหาวิทยาลัยที่เพิ่มมากขึ้น ในปี 2510 จึงได้รับงบประมาณขยายห้องทันตกรม โดยมีทันตแพทย์สมิต ทันปาลิต เป็นแพทย์ประจำคนที่สอง

ใน พ.ศ. 2513-2514 นายแพทย์ภิญโญ กัลยาณมิตร ได้ขยายงานสถานพยาบาลให้กว้างขวางขึ้นอีก โดยดำริจัดตั้งคณะแพทย์ โดยได้ติดต่อกับโรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลกลาง และโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เพื่อเป็นสถานที่ฝึกงานแก่นิสิตแพทย์ จัดทำเป็นแผนการจัดตั้งเสนอ แต่ไม่สำเร็จ เพราะติดขัดเรื่องนโยบาย ต่อมาใน พ.ศ. 2524 จึงได้อาคารสถานพยาบาลใหม่ จากเงินกู้ธนาคารโลกเพื่อพัฒนามหาวิทยาลัย เพราะมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นหลายเท่า และตั้งชื่อว่า Health Care

สถานพยาบาลของมหาวิทยาลัยจึงมีแพทย์ประจำพร้อมทั้งพยาบาลหลายคน บริการทั้งนิสิตและบุคลากรของมหาวิทยาลัย เป็นสวัสดิการที่ช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยประเภทคนไข้นอก และมีแพทย์พิเศษจากโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชและโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามาช่วยรักษาโรคต่างๆ ด้วย

คุณหมอโญ ของชาวเกษตร

นายแพทย์ภิญโญ กัลยาณมิตร เป็นผู้อุทิศตนเพื่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อย่างแท้จริง เนื่องจากสมัยแรกเริ่มนั้น การมาอยู่ที่เกษตรกลางบางเขน ก็เหมือนการมาอยู่ป่า สองชั่วโมงจึงจะมีรถผ่านมาคันหนึ่ง บริเวณบางเขนไม่มีโรงพยาบาล ซึ่งทันตแพทย์สมิต ทันปาลิตเล่าว่า

นิสิตอยู่หอพักเป็นส่วนใหญ่ อาจารย์ประจำก็อยู่บริเวณบางเขน ไม่มีโรงพยาบาล อยู่ห่างไกลเป็นบ้านอก เมื่อนิสิตมีกิจกรรมด้านกีฬา มีกีฬาทางน้ำ รักบี้ และฟุตบอล ต้องดูแลนักกีฬาทั้งหมด นักกีฬาอยู่คลุกคลีกับคุณหมอภิญโญตลอด คุณหมอดูแลทุกอย่างเป็นผู้เสียสละจริงๆ ไม่ทำคลินิกเลย พอตกเย็นอยู่ในมหาวิทยาลัย ดึกๆ ดื่นๆ เที่ยงคืนนิสิตไปเคาะเรียกที่บ้านพักเพราะไม่สบาย ใครมาชวนไปอยู่คลินิก คุณหมอก็ไม่ยอมไป

นายแพทย์ภิญโญ กัลยาณมิตร มิใช่เป็นแพทย์ประจำตัวนิสิตเท่านั้น บรรดาอาจารย์ ข้าราชการ ตลอดจนสมาชิกในครอบครัวของข้าราชการก็ได้เป็นคนไข้ของคุณหมอ ช่วยดูแลสุขภาพรักษาพยาบาลและให้คำปรึกษาทั้งช่วยเหลือในเรื่องอื่นๆ เมื่อเดือดร้อน ชาวเกษตรศาสตร์จึงรู้จักและขนานนามว่า คุณหมอโญ

พ่อพระของคนจน แม้เกษียณอายุราชการก็ไม่มีบ้านเป็นของตนเอง

นายแพทย์ภิญโญ กัลยาณมิตร เป็นอายุรแพทย์ จิตแพทย์ และเภสัชกร ฉะนั้นชาวเกษตรที่มาปรึกษาจึงมีทุกประเภท ดังที่อาจารย์จุไร กัลยาณมิตร ภรรยาของคุณหมอเล่าว่า

สมัยก่อน สถานพยาบาลมีหมอเพียงคนเดียว ต้องรักษาได้ทุกโรค นอกจากอาการหนักมากก็ส่งโรงพยาบาล ไม่ได้รักษาแต่คนที่มารักษาเท่านั้น พ่อ แม่ ลูกๆ ของข้าราชการ ถ้ารู้ว่าไม่สบายก็จะฝากยาไปให้ ดึกดื่น เที่ยงคืน คนป่วย คนตาย ก็มาเคาะประตูเรียกขอใบรับรองแพทย์ได้ เพราะบ้านพักอยู่ในมหาวิทยาลัย ไม่เคยโกรธหรือโมโห นอกจากรักษาทางยาแล้ว ทางจิตใจก็รักษาได้ ให้คำแนะนำปรึกษาได้ทุกเรื่อง เป็นพ่อพระของคนจนด้วย

เรื่องยา หมอเก่งมาก เพราะรู้ว่าใครๆ ก็พูดถึงตลอด เช่น ยาแก้แพ้แมลง ยาธาตุ ใครมีอะไรก็มาหารักษาและปรึกษาได้ทุกเรื่อง เพราะหมอเรียนวิชาโรคจิตและประสาทจากโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาด้วย

เนื่องจากนายแพทย์ภิญโญ กัลยาณมิตรอยู่ในบ้านพักของมหาวิทยาลัยมาตลอด จนเกษียณอายุราชการ และไม่มีรายได้จากที่อื่น เพราะอุทิศตนให้กับงานของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาโดยตลอด ทันตแพทย์สมิต เล่าว่า

คุณหมอทุ่มเทหมดตัว เงินไม่มีเหลือ เงินเดือนไม่พอทุกเดือน ต้องกลับไปขอคุณพ่อคุณแม่ที่บ้าน เงินเดือนแทบไม่พอใช้ เมื่อเกษียณอายุราชการจึงไม่มีบ้านเป็นของตนเอง

ริเริ่มสอนวิชาสุขศาสตร์ในภาควิชาพลศึกษา

เมื่อเริ่มเปิดสอนวิชาสุขศาสตร์ในภาควิชาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์นั้น ภาควิชายังหาอาจารย์ผู้สอนไม่ได้ นายแพทย์ภิญโญ กัลยาณมิตรได้รับเชิญให้เป็นผู้สอนนิสิตชั้นปีที่ 1 ของภาควิชาพลศึกษา สอนอยู่นานกว่า 10 ปี จึงมีอาจารย์ของภาควิชาพลศึกษามาสอนแทน

ผู้พัฒนางานกิจการนิสิต

นอกจากปฏิบัติงานแพทย์แล้ว นายแพทย์ภิญโญ กัลยาณมิตร ยังปฏิบัติงานในด้านกิจการนิสิตมาโดยตลอด เช่น เป็นที่ปรึกษาชมรมกีฬา งานปกครองนิสิต งานแนะแนวนิสิต งานอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและบันเทิง งานฝึกฝนการรวมกลุ่มเพื่อการบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม เป็นต้น

1. ในด้านการพัฒนางานกิจกรรมนิสิตนั้น นายแพทย์ภิญโญ กัลยาณมิตร เป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทในการริเริ่มสร้างสรรค์เพิ่มบทบาทและโอกาสการพัฒนางานกิจกรรมนิสิตให้ผ่านพ้นวิกฤตในยุคการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมือง โดยดำเนินงานรูปพัฒนาที่เหมาะสมเข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เพิ่มความสำคัญของการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันด้วยความคิดสร้างสรรค์พึ่งพา เห็นคุณค่าของความหลากหลายในความคิด เป็นแบบอย่างที่ดีของการพัฒนากิจการนิสิต

2. การพัฒนาสภาพแวดล้อมและเสริมสร้างบรรยากาศเพื่อเพิ่มโอกาสแห่งการเรียนรู้ โดยจัดมุมในบริเวณหอพักให้เป็นสถานที่เกื้อกูลบรรยากาศการศึกษาเรียนรู้ จัดตั้งชมรมนิสิตข้ามคณะและสาขาวิชาพร้อมกลุ่มอาจารย์ที่ปรึกษา ช่วยเพิ่มศักยภาพและคุณภาพการศึกษา

3. การส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนางานแนะแนวนิสิตโดยให้ความสำคัญต่อการศึกษาปัญหาและแนะแนวทางแก้ไขปัญหาแก่นิสิตเป็นรายบุคคล โดยพัฒนาระบบงานและเจ้าหน้าที่แนะแนวการศึกษา และแนวทางการประกอบอาชีพให้แก่นิสิต

4. การพัฒนางานด้านสุขภาพอนามัยและสวัสดิการของมหาวิทยาลัย เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพในการดูแลและรักษาสุขภาพพลานามัยของอาจารย์ ข้าราชการ นิสิต ตามหลักการแพทย์ และตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬา โดยสนับสนุนการกีฬาทุกประเภทตามความถนัดและความสนใจของนิสิตทุกแขนง

5. งานอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและบันเทิง (ดนตรีไทยและสากล) การจัดงานไหว้ครู การรดน้ำดำหัวในเทศกาลสงกรานต์ การจัดงานวันลอยกระทง

6. การฝึกฝนการรวมกลุ่มเพื่อการบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม โดยจัดกลุ่มนิสิตอาสาพัฒนาสู่ท้องถิ่นต่างๆ

ศาสตราจารย์ ดร. ศุภมาศ นิศักดิ์พัฒนา อดีตประธานชุมนุมวรรณศิลป์ อ.ม.ก. ได้กล่าวถึงนายแพทย์ภิญโญ กัลยาณมิตร ไว้ว่า

อาจารย์ในเกษตรไม่มีผู้ใดผูกพันใกล้ชิดกับนิสิตมากเท่ากับอาหมไม่มีใครที่ให้ทั้งการสอนหนังสือ การสอนงานวรรณศิลป์ การดูแลรักษาพยาบาลยามเจ็บไข้ แม้อุทิศตนให้กับงานกิจกรรมนิสิตได้เท่ากับอาหมจนอาหมได้เป็นรองอธิการบดี อาหมจึงเกิดมาเพื่อเป็นหมอของชาวเกษตรโดยแท้

คุณหมอรักสีเขียวยิ่งกว่าลูกเกษตรแท้ๆ

ศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ นคร ได้เขียนคำไว้อาลัยคุณหมอภิญโญ กัลยาณมิตรไว้ความตอนหนึ่งว่า

เมื่อนึกถึงคุณหมอภิญโญครั้งใด ก็จะมองเห็นแต่ความดีความงามในรั้วเกษตรหรือรั้วสีเขียว คุณหมอภิญโญมิใช่ลูกสีเขียว แต่รักสีเขียวยิ่งกว่าลูกเกษตรแท้ๆ เสียอีก คุณหมอภิญโญจะไปเชียร์ให้กำลังใจนักกีฬามหาวิทยาลัยเกษตรตลอดเวลา คุณหมอเพียบพร้อมไปด้วยความรักเกษตร ความรักกีฬาและความรักกวีนิพนธ์โดยได้ประพันธ์บทกวีในงานพิธีเกษตรไว้มากมาย

นายแพทย์ภิญโญ กัลยาณมิตร ได้มีคุณูปการต่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ต่างๆ มากมาย จนเกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2534

นายแพทย์ภิญโญ กัลยาณมิตรได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เหรียญทวีติยาภรณ์ช้างเผือก เหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ 4 และเหรียญจักรพรรดิมาลา ได้สมรสกับอาจารย์จุไร (แต่สกุล) กัลยาณมิตร มีบุตรธิดา 2 คน

นายแพทย์ภิญโญ กัลยาณมิตร ได้ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2545 สิริอายุได้ 72 ปี

แหล่งข้อมูล

สมิต ทันปาลิต และจุไร กัลยาณมิตร. สัมภาษณ์, 23 มกราคม 2545.

ภิญโญ กัลยาณมิตร. สมุดประวัติประจำตัวข้าราชการสำนักนายกรัฐมนตรี, 2503.