หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


ศาสตราจารย์เพ็ญศรี กาญจโนมัย เป็นชาวหัวหินโดยกำเนิด เกิดวันที่ 10 มิถุนายน 2484 ในครอบครัวใหญ่ของคุณพ่อบัญญัติ และคุณแม่หวย กาญจโนมัย โดยมีลูกถึง 11 คน เป็นชาย 5 คน เป็นหญิง 6 คน ศาสตราจารย์เพ็ญศรี กาญจโนมัย เป็นคนสุดท้อง แต่พ่อ-แม่ และพี่ๆ จึงดูแลให้เป็นเด็กที่เข้มแข็ง อดทน มีความรับผิดชอบ ทำอะไรทุกอย่างด้วยตนเอง และมีความมั่นใจในตัวเองสูง ศาสตราจารย์เพ็ญศรี กาญจโนมัย จบการศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษาจากโรงเรียนมัธยมสาธุการวิทยา และโรงเรียนวังไกลกังวล ตามลำดับ เนื่องจากเป็นเด็กที่เรียนหนังสือดีมาตลอด ทางโรงเรียนจึงคัดเลือกให้เป็นนักเรียนดีเด่นทั้งการเรียน การกีฬา ความประพฤติ และการบำเพ็ญประโยชน์ ได้เข้ารับรางวัลพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นประจำทุกปี ศาสตราจารย์เพ็ญศรี กาญจโนมัย ได้รับพระราชทานทุนการศึกษา ซึ่งมีเงื่อนไขว่า ผู้รับพระราชทานทุนสามารถเรียนจนจบการศึกษาระดับใดก็ได้ในชั้นเตรียมอุดมศึกษาและอุดมศึกษา และหลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว ต้องกลับไปสอนที่โรงเรียนวังไกลกังวล 5 ปี ปรากฏว่า ศาสตราจารย์เพ็ญศรี กาญจโนมัย สามารถผ่านการสอบคัดเลือกเข้าเรียนในแผนกวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาในกรุงเทพฯได้ และต่อมาได้สอบเข้าศึกษาในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนจบปริญญาตรี แล้วเข้าเรียนต่อในคณะครุศาสตร์อีก 2 ปี จึงได้รับปริญญาครุศาสตร์บัณฑิตเพิ่มขึ้นอีกสาขาหนึ่ง หลังจากนั้นก็ได้ทุนการศึกษาของ Kansas State University, U.S.A. และได้รับพระราชทานทุนของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ศึกษาจนจบระดับ Master of Arts ทางด้านประวัติศาสตร์ หลังจากนั้นศาสตราจารย์เพ็ญศรี กาญจโนมัย ก็กลับไปสอนที่โรงเรียนวังไกลกังวล หัวหิน จนครบ 5 ปี แล้วจึงย้ายเข้ามาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ เพื่อที่จะได้ใช้ประโยชน์จากความรู้ ประสบการณ์ที่ได้รับมาจากสหรัฐอเมริกาอย่างเต็มที่ ต่อมาเมื่อจัดตั้งคณะสังคมศาสตร์แล้ว อาจารย์ก็เข้าสังกัดภาควิชาประวัติศาสตร์ รับผิดชอบในการสอนวิชาประวัติศาสตร์ เอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อารยธรรมโลก ญี่ปุ่นสมัยใหม่ และอารยธรรมญี่ปุ่น อาจารย์ได้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาเอกที่ University of Northern Colorado, U.S.A. แต่สุขภาพไม่อำนวย จึงต้องยุติการศึกษาลงกลางคัน

ศาสตราจารย์เพ็ญศรี กาญจโนมัย มุมานะทำงานหนักอย่างหนัก ในช่วง พ.ศ. 2522-2528 สามารถสร้างผลงานทางวิชาการ ทำให้ได้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการเป็น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังได้รับทุนอุดหนุนในการทำวิจัยจากมูลนิธิญี่ปุ่น และสถาบัน IIST ของญี่ปุ่น ตลอดจนสถาบันอื่นๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศหลายครั้ง ผลงานวิจัย หนังสือตำรา บทความและงานอื่นๆ ที่ได้พิมพ์ออกเผยแพร่ คือ งานวิจัย 9 เรื่อง ตำรา 9 เล่ม บทความ 7 เรื่อง และงานอื่นๆ 4 เรื่อง

ศาสตราจารย์เพ็ญศรี กาญจโนมัย ได้เขียนตำราหลายเล่ม ซึ่งยังคงเผยแพร่อยู่ในตลาดวิชาการปัจจุบันนี้ บางเล่มก็วางขายในตลาดหนังสือของญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย (ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น) เช่น Hotoke no Kuni to Kami no Kuni, Thai Perceptions on Japanese Modernization ส่วนบทความก็มักเป็นบทความนำเสนอในสมาคมนักประวัติศาสตร์นานาชาติ (IAHA) และ Sagamihara's International Assoication เป็นต้น ชีวิตของอาจารย์ผูกพันอยู่กับการสอน การวิจัย การเขียนตำราและบทความ กิจกรรมพิเศษอื่นๆ ของคณะที่อาจารย์เป็นผู้ริเริ่มของ เช่น เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมประวัติศาสตร์ เพื่อให้ความช่วยเหลือนิสิตทั้งการเรียน การดำเนินชีวิต และการทำกิจกรรมพิเศษเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น กิตติศัพท์ของศาสตราจารย์เพ็ญศรี กาญจโนมัย ที่นิสิตบอกเล่าต่อๆ กันมาคือ เป็น คนดุ แต่ใจดี เพราะจะเข้งวดกับนิสิตเรื่องการเรียน ระเบียบวินัย แต่เมื่อนิสิตมีปัญหาก็จะทุ่มเทช่วยเหลือทุกอย่าง แม้แต่จัดกิจกรรมฝึกอบรมให้เป็นผู้นำที่ดีของสังคม นอกเวลาเรียนก็จะเป็นเหมือนแม่ พี่ และเพื่อนที่ดีของนิสิตในการทำกิจกรรมต่างๆ อาจารย์ต้องใช้แรงงานของอาจารย์ทั้งนอกและในเวลาราชการ แต่อาจารย์ก็มีความสุขและความพอใจกับการดำเนินชีวิตของอาจารย์มาก เพราะเป็นไปตามหลักการสร้างคนให้มีการพัฒนาที่ยั่งยืนว่า จะปลูกพืชต้องเตรียมดิน จะกินต้องเตรียมอาหาร จะพัฒนาการต้องเตรียมคน

ภารกิจอื่นๆ ของศาสตราจารย์เพ็ญศรี กาญจโนมัย มีมากมาย เช่น เป็นหัวหน้าคณะนักวิชาการแลกเปลี่ยนและดูงานด้านวิชาการ สาธารณรัฐประชาชนจีน หัวหน้าคณะนักวิชาการแลกเปลี่ยนและดูงานด้านวิชาการ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี หัวหน้านักวิชาการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แลกเปลี่ยนและดูงาน เสนอบทความด้านวัฒนธรรม กับ International Association of Sagamihara, Japan ( 3 ครั้ง ) บรรณาธิการหนังสือไทย - ญี่ปุ่นศึกษา, ประเทศไทย กรรมการ Japan Network จนถึงปัจจุบัน ทบวงมหาวิทยาลัยยกย่องให้เป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้าน Japan Studies

การเป็นนักวิชาการ รักที่จะเรียนตลอดเวลา และการยึดหลักมนุษยสัมพันธ์ ทำให้อาจารย์มีเพื่อนทั้งในและนอกประเทศ สามารถเพิ่มพูนแลกเปลี่ยน ถ่ายทอด สร้างสรรค์ ประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณค่าต่อสังคม อาจารย์จึงภาคภูมิใจมากที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย โดยเฉพาะได้เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นอกจากเป็นอาจารย์แล้ว ก็ยังมีโอกาสทำงานเป็นผู้บริหารในตำแหน่ง หัวหน้าภาควิชา ผู้ช่วยคณบดี และผู้ช่วยอธิการบดี ตามลำดับอีกด้วย งานชิ้นสุดท้ายที่ ศาสตราจารย์เพ็ญศรี กาญจโนมัย ได้มีโอกาสตอบแทนพระคุณของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ก่อนเกษียณอายุราชการก็คือ การเป็นหัวหน้าจัดการสัมมนานานาชาติ "The International Seminar on Sustainable Human Resources and Conmunity Development in Asia and the Pacific" ในระหว่างวันที่ 13-15 พฤษภาคม 2541 เพื่อให้มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์เป็นเลิศทางวิชาการและได้รับการกล่าขวัญถึงเช่นเดียวกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยมหิดล โดยใช้ชื่อการสัมมนานี้ว่า The International Seminar on Sustainable Human Resources and Conmunity Development in Asia and the Pacific ในระหว่างวันที่ 13-15 พฤษภาคม 2541 มีผู้เข้าร่วมการสัมมนาประมาณ 200 กว่าคน จากประเทศไทยและต่างประเทศอีกประมาณ 15 ประเทศ มีการถ่ายทอดทางโททัศน์ตลอดรายการ นับเป็นการสัมมนาที่ประสบความสำเร็จมาก

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับคือ ประมาภรณ์ช้างเผือก (พ.ศ. 2536) เหรียญจักรพรรดิมาลา (พ.ศ. 2538) มหาวชิรมงกุฎ (พ.ศ. 2539)

ความภาคภูมิใจของ ศาสตราจารย์เพ็ญศรี กาญจโนมัย คือ การได้รับความไว้วางใจจากนิสิตให้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมประวัติศาสตร์ เพราะเป็นโอกาสที่สร้างความปิติใจเมื่อช่วยเหลือกิจกรรม และแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งการเรียนและเรื่องส่วนตัวให้แก่นิสิต พร้อมกับเป็นที่พึ่งทางใจของนิสิตได้ ขณะเดียวกันก็ภาคภูมิใจที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ทางประวัติศาสตร์ เพราะตำแหน่งนี้ได้มาเพราะผลงาน ความสามารถ และความเป็นที่รู้จักกันทั้งในและต่างประเทศ การดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ทำให้ได้รับเกียรติ หรือรับเชิญเป็นวิทยากรในวงการวิชาการทั่วไปอย่างเต็มที่ และสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริม เผยแพร่ พัฒนาสาขาวิชาออกไปอย่างกว้างขวาง

หลังเกษียณอายุราชการใน พ.ศ. 2541 แล้ว ศาสตราจารย์เพ็ญศรี กาญจโนมัย ยังคงทำงานให้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ต่อไป พร้อมทั้งทำงานทางวิชาการให้กับสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ และทำงานด้านสังคมสงเคราะห์เป็นครั้งคราว

ศาสตราจารย์เพ็ญศรี กาญจโนมัย มีทัศนคติเกี่ยวกับการเรียน การสอนว่า คุณภาพของคนขึ้นอยู่กับผู้สอนเป็นสำคัญ ดังนั้น ทางมหาวิทยาลัยต้องจัดสิ่งแวดล้อมที่สำคัญให้ โดยเฉพาะจัดให้มีการฝึกอบรม ทั้งเนื้อหา วิชา เทคโนโลยี การสอนใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพราะวิชาการต่างๆ จะมีการเคลื่อนไหวไม่หยุดยั้ง เราต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต ส่วนการขยายวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ออกไปยังภาคต่างๆ นั้น ก็เป็นสิ่งดี เป็นการเปิดโอกาสให้คนท้องถิ่นมีการเรียนรู้ แต่มหาวิทยาลัยต้องสร้างบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับคนท้องถิ่นด้วย

ศาสตราจารย์เพ็ญศรี กาญจโนมัย ดำเนินชีวิต "ตามรอยบาทพระพุทธองค์" เสมอมา กล่าวคือ 1. ทำดี 2. ไม่ทำชั่ว 3. ทำจิตใจให้ผ่องใส บริสุทธิ์ ทั้งหมดมุ่งสู่การ ละ-ลด-เลิก กิเลส โลภ โกรธ หลง อันก่อให้เกิดความสุขสูงสุดในบั้นปลายชีวิต

ศาสตราจารย์เพ็ญศรี กาญจโนมัย มีพี่น้อง 11 คน คือ 1. นายวิวัฒน์ กาญจโนมัย (ถึงแก่กรรม) 2. นายจรูญ กาญจโนมัย (ถึงแก่กรรม) 3. นางเจริญศรี สีดอกบ4. นางสาวผ่องศรี กาญจโนมัย 5. นายประชุม กาญจโนมัย (ถึงแก่กรรม) 6. นางประมวลศรี เจริญพงศ์ 7. นายประเชิญ กาญจโนมัย 8. นางสาวสุดศรี กาญจโนมัย 9. นายจรัญ กาญจโนมัย 10. นายรินทร์ กาญจโนมัย (ถึงแก่กรรม) และ 11. ศาสตราจารย์เพ็ญศรี กาญจโนมัย

แหล่งข้อมูล

เพ็ญศรี กาญจโนมัย. สัมภาษณ์, 27 สิงหาคม 2544.

เพ็ญศรี กาญจโนมัย. สมุดประวัติประจำตัวข้าราชการสำนักนายกรัฐมนตรี, 2512.