หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ ปรมาจารย์ทางการส่งเสริมการเกษตร เป็นผู้ที่ได้ริเริ่มและก่อตั้งแผนกวิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตรในคณะกสิกรรมและสัตวบาล (คณะเกษตร) และสำนักส่งเสริมและเผยแพร่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กว่า 40 ปี มาแล้ว ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่เปิดสอนสาขาวิชาส่งเสริมการเกษตรทั้งระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา และมีหน่วยงานโดยเฉพาะ ที่ให้บริการทางวิชาการอันเป็นประโยชน์แก่ประชาชน (สำนักส่งเสริมและฝึกอบรมในปัจจุบัน) ซึ่งต่อมาหลายๆ มหาวิทยาลัยได้นำแนวคิดไปเป็นแบบอย่างในการเสนอหลักสูตร และให้บริการทางวิชาการแก่ประชาชนในหลายรูปแบบ อันเป็นส่วนช่วยอย่างมากในการพัฒนาอาชีพและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น

ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ เป็นบุตรของพันโทพระจงสรวิทย์ (เพี้ยน สมิตานนท์) และนางน้อม (แท่งทอง) เกิดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2453 ที่กรุงเทพมหานคร สำเร็จชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 8 จากโรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์ พ.ศ. 2471 แล้วไปเรียนต่อที่ University of the Philippines at Los Banos สำเร็จปริญญา B.S. in Agr. พ.ศ. 2477 ได้รับปริญญา M.S. (พ.ศ. 2501) และ Ed.D. พ.ศ. 2503) จาก Cornell University สหรัฐอเมริกา สำเร็จจากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรรุ่นที่ 5 (พ.ศ. 2506)

หลังจากสำเร็จการศึกษาจากประเทศฟิลิปปินส์ ใน พ.ศ. 2477 ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ ได้เข้าทำงานในกระทรวงธรรมการและกระทรวงเกษตราธิการ เป็นเวลา 19 ปี (ระหว่าง พ.ศ. 2477-2496) ในตำแหน่งต่างๆ เช่น อาจารย์กรมศึกษาธิการ อาจารย์ใหญ่โรงเรียนเกษตรกรรมแม่โจ้ หัวหน้าสถานีทดลองและส่งเสริมภาค 5 หัวหน้าแผนกปฐพีวิทยา (กรมเกษตร) อาจารย์วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (2485-2486) ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเกษตรศาสตร์ และหัวหน้าสถานีทดลองแม่โจ้ และท้ายที่สุด ใน พ.ศ. 2495-2496 ได้เข้าประจำกรมศึกษาธิการ โดยเป็นผู้ประสานงาChachoengsao Educational Pilot Project, UNESCO ทำงานก่อตั้งยุวกสิกรเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

ต่อมาราวเดือนมกราคม 2497 คุณหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ขอโอน ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ มาเป็นอาจารย์เอกในคณะกสิกรรมและสัตวบาล มีที่ทำงานอยู่ที่ตึกวิทยาศาสตร์หรือชีววิทยา (เยื้องกับอนุสาวรีย์สามบูรพาจารย์) ซึ่งสำนักงานอธิการบดีตั้งอยู่ที่นั่นในขณะนั้น ศาสตราจารย์ ดร. พนม ได้รับมอบให้ทำงานด้านส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร โดยเฉพาะการอบรมวิชาชีพภาคฤดูร้อนสำหรับประชาชน ซึ่งคุณหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจได้เปิดขึ้นครั้งแรกใน พ.ศ. 2496 และช่วยงานตามสัญญาเกษตรศาสตร์-ออรีกอ(KU-OSU) ซึ่งมีการลงนามกัน สถานทูตไทยประจำกรุง Washington D.C. เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2497 มีสาระสำคัญคือให้ Oregon State University ช่วยเหลือปรับปรุงมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ภายใต้การช่วยเหลือสนับสนุนทางการเงินของ USOM (United States Operations Mission to Thailand) เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน 2497 จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2503 ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้มอบให้ ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ เป็นผู้ประสานงาโครงการหรือสัญญาดังกล่าว นอกจากนี้ ยังได้รับมอบงานเพิ่มขึ้นอีก คือ ใน พ.ศ. 2498 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าแผนกวิชาวิศวกรรมเกษตร และรักษาการหัวหน้าแผนกวิชาปฐพีวิทยา และในปีเดียวกันนี้ ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ ได้เสนอขอตั้งแผนกวิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตรขึ้นเป็นการภายใน ในคณะกสิกรรมและสัตวบาล ซึ่งสภามหาวิทยาลัยเห็นชอบ ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ บันทึกไว้ว่า คณะกสิกรรมและสัตวบาล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เริ่มเปิดสอนวิชาส่งเสริมฯ บางวิชามา 5 ปีแล้ว แต่เพิ่งจะเริ่มวางรูปแบบการศึกษาเป็นแผนกวิชาใน พ.ศ. 2498 โดยได้เปิดหลักสูตรปริญญาตรีสาขาวิชาส่งเสริมการเกษตร เป็นหลักสูตร 5 ปี คือ ใน 3 ปีแรกนิสิตเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป วิชาทางสังคมศาสตร์ ภาษา และวิชาพื้นฐานทางเกษตร จนจบอนุปริญญา แล้วจึงเรียนวิชาเอก (major) ทางส่งเสริมการเกษตร พร้อมกับทำวิทยานิพนธ์ใน 2 ปีหลัง จึงจะได้รับปริญญากสิกรรมและสัตวบาลบัณฑิต(กส.บ.)

เมื่อเริ่มเปิดแผนกวิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร ใน พ.ศ.2498 ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ ทำงานอยู่เพียงคนเดียว จึงต้องโอนและจ้างนิสิตฝึกงาน (trainee)มาช่วยคือ นายธรรมนูญ เปรมสุนทร และนายธรรมนูญ สิงคเชนทร์ เพื่อทำงานเกี่ยวกับห้องปฏิบัติการถ่ายภาพ และ นายชลจัดแจง รับผิดชอบงานโสตทัศนูปกรณ์ ขณะนั้น ที่ทำการแผนกวิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร อยู่ที่ชั้น 2 ของตึกชีววิทยา ในปีที่ได้รับอนุมัติให้ตั้งแผนกวิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร มีนิสิต (นายโชติ สุวิกิจ) ที่เรียนมาก่อนในปี 2497 เสนอวิทยานิพนธ์เพื่อขอจบการศึกษาเรื่อง การศึกษาเกี่ยวกับวิธีการส่งเสริมการเกษตร โดยมี ศาสตราจารย์ ทำนอง สิงคาลนิเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ถือว่าเป็นบัณฑิตคนแรกทางส่งเสริมการเกษตรที่จบการศึกษาในปี 2498

ด้านอาจารย์ผู้สอนของแผนกวิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร ก็ค่อยมีเพิ่มขึ้น คือในเดือนเมษายน 2499 รองศาสตราจารย์พร สุวรรณวาจกกสิกิจ จบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัย Utah State University ได้โอนจากแผนกวิชาวิศวกรรมเกษตรมาสังกัดแผนกวิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร ถัดมาอีก 1 เดือน ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ ซึ่งเป็นหัวหน้าแผนกวิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร ได้รับอาจารย์มณฑา ควรสมาคม (รศ. สุมนฑา กุลละวณิชย์) วุฒิ กส.บ. เป็นอาจารย์อีกหนึ่งคน ทำให้แผนกวิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร มีอาจารย์เพิ่มขึ้นเป็น 3 คน ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ จึงเปิดรับนิสิตรุ่นใหม่เข้าเรียนวิชาเอกใน สาขาวิชาส่งเสริมการเกษตรในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2499 ในช่วงที่เปิดรับสมัครนิสิตอยู่นี้ หอประชุมที่สร้างขึ้นด้านถนนพหลโยธินเพิ่งเสร็จใหม่ๆ สำนักงานอธิการบดีได้ย้ายจากตึกชีววิทยาไปอยู่ หอประชุม แผนกวิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร ก็ได้ย้ายตามไปด้วยเพราะต้องดูแลหน่วยประสานงาตามสัญญา KU-OSU โดยย้ายไปอยู่ที่ ชั้น 2

เมื่อแผนกวิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตรมาอยู่ที่หอประชุม รองศาสตราจารย์พร สุวรรณวาจกกสิกิจ ผู้สอนวิชาโสตทัศนศึกษาได้ขอจ้างนิสิตมาช่วยงานอีกหนึ่งคน คือ นายบุญธรรม จิตต์อนันต์ เพื่อช่วยเตรียมสื่อการสอนต่างๆ ให้ทันวันเปิดภาคเรียนในเดือนมิถุนายน 2499 ซึ่งมีผู้จบอนุปริญญามาสมัคเรียนในสาขาวิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร 5 คน ขณะนั้นหอประชุมชั้นล่างยังมิได้ติดตั้งเก้าอี้ จึงจัดให้นิสิตเรียนที่ชั้น 2 ของตึกชีววิทยา ซึ่งมีห้องเรียนพร้อมทั้งห้องปฏิบัติการถ่ายภาพ และฉายภาพยนตร์อยู่ที่นั่น ได้จ้างนายจรัสพงษ์ อรุณสิทธิ์ นิสิตปี 3 เป็นช่างภาพและ ดูแลงานธุรการต่างๆ ในเดือนกันยายนปีเดียวกัน แผนกวิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร ได้อาจารย์มาเสริมอีกหนึ่งคน คือ ศาสตราจารย์ ดร. นิพนธ์ คันธเสวี ซึ่งเพิ่งจบปริญญาโทจาก University of California at Davis ทำให้การสอนเข้มขึ้น และมีนิสิตมาเรียนวิชาเอกสาขาวิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร อีก 15 คน ใน พ.ศ. 2500

งานของแผนกวิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร ตอนนั้นมิได้มีเฉพาะเรื่องการสอนนิสิตเพียงอย่างเดียว แต่มีงานอื่นอีกหลายอย่างที่อาจารย์และนิสิตฝึกงานต้องช่วยกันทำ เช่น งานส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร หรืองานบริการทางวิชาการในปัจจุบัน ได้แก่ การเปิดอบรมวิชาชีพภาคฤดูร้อนสำหรับประชาชน การจัดทำเอกสารเผยแพร่ งานประชาสัมพันธ์ การรับแขกของมหาวิทยาลัย และประชาชนที่มาเยี่ยมชมกิจการมหาวิทยาลัยและเกษตรกลางบางเขน งานตามสัญญาเกษตรศาสตร์-ออรีกอตลอดจนงานอื่น ๆ ที่อธิการบดีมอบหมาย

ต่อมาใน พ.ศ. 2500 ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ ได้ไปศึกษาและดูงาน Comparative Extension ที่ Cornell University สหรัฐอเมริกา โดยมอบให้ รองศาสตราจารย์พร สุวรรณวาจกกสิกิจ รักษาการหัวหน้าแผนกวิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร และผู้ประสานงาแทน รองศาสตราจารย์พร สุวรรณวาจกกสิกิจ เห็นว่ามีอาจารย์เหลือปฏิบัติงานอยู่ 3 คน และนิสิตฝึกงานจบการศึกษาออกไป ส่วนที่เหลือไม่เพียงพอที่จะทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปได้ จึงได้จ้างนิสิตเพิ่มขึ้น ในช่วงนี้ได้จ้าง นายพุขำเกลี้ยง นิสิตปี 4 เข้ามาทำงานในปี 2500 และปีถัดมา รองศาสตราจารย์ มณฑาไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา รองศาสตราจารย์ พร จึงจ้างนิสิตปี 3 เพิ่มขึ้นอีก คือ นายวิจิตร อาวะกุล และ นายพจน์ บุญเรือง นิสิตที่กล่าวนามมา บางส่วนเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วก็สมัครงานเป็นอาจารย์ในแผนกวิชาฯ เริ่มต้นจากนายบุญธรรม จิตต์อนันต์ ที่สมัครเป็นอาจารย์คนที่ 5 ของแผนกวิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร ในปี 2501 และแผนกวิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร รับต่อๆ มาอีกหลายรุ่น

หลังจากเรียนครบหลักสูตรปริญญาเอกใน พ.ศ. 2502 แล้ว ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ ก็กลับมาทำงานในตำแหน่งเดิม และเป็นหัวหน้าแผนกวิชาพืชไร่ด้วย โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.พนม สมิตานนท์ ผู้มีความรู้และประสบการณ์หลายด้านเล็งเห็นว่า งานส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร ที่คุณหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจได้เริ่มไว้ และแผนกวิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร รับปฏิบัติและขยายงานมาอย่างต่อเนื่อง เป็นงานสำคัญของมหาวิทยาลัยต่อจาก งานสอน และ งานวิจัย สมควรที่จะตั้งขึ้นเป็นหน่วยงานเอกเทศเพื่อทำงานด้านการส่งเสริมและเผยแพร่โดยเฉพาะ ฉะนั้นโดยการสนับสนุนจากอธิการบดี ศาสตราจารย์อินทรี จันทรสถิตย์ สำนักส่งเสริมและเผยแพร่ จึงได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยให้ตั้งขึ้นเป็นหน่วยงานภายในที่ใช้อัตรากำลังของแผนกวิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร ไปก่อน ขึ้นตรงต่อสำนักงานอธิการบดีใน พ.ศ. 2502 โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ เป็นหัวหน้าอีกตำแหน่งหนึ่ง

เมื่อตั้งเป็นสำนักส่งเสริมและเผยแพร่ เสมือนเป็นหน่วยงานกลางของมหาวิทยาลัยแล้ว ก็สามารถประสานงากับคณะหรือหน่วยงานภายนอกได้คล่องตัวขึ้น เพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆ เช่น ด้านการฝึกอบรม นอกจากการฝึกอบรมวิชาชีพภาคฤดูร้อนสำหรับประชาชนแล้ว ยังสามารถจัดการอบรม สัมมนา นิทรรศการ หรือจัดประชุมต่างๆ ได้กว้างขึ้น การจัดรายการวิทยุ โทรทัศน์ ที่ต้องประสานงากับทางสถานีฯ และแผนกวิชาต่างๆ ที่จะเสนอรายการนั้นๆ ก็ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย อย่างไรก็ดีเกี่ยวกับการจัดรายการวิทยุ ศาสตราจารย์ ดร.พนม สมิตานนท์ ได้สนับสนุนการคิดค้นและทดลองส่งวิทยุจากมหาวิทยาลัยของ รองศาสตราจารย์ พร สุวรรณวาจกกสิกิจ มาตั้งแต่ต้นจนประสบความสำเร็จ สามารถตั้งเป็นสถานีวิทยุ ม.ก. บางเขน ได้เป็นสถานีแรกใน พ.ศ. 2504 ทำให้สำนักส่งเสริมและเผยแพร่ สามารถเผยแพร่ข่าวสาร ความรู้ ได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีงานอื่นที่มิใช่งานสอนก็ได้แยกออกมาจากแผนกวิชาส่งเสริมการเกษตร คือ งานประชาสัมพันธ์ การทำเอกสารเผยแพร่ การนำชมกิจการมหาวิทยาลัย และการจัดทำสื่อการส่งเสริม เป็นต้น

ช่วงนั้น หลายส่วนของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำลังพัฒนาขยายตัว ศาสตราจารย์ ดร. นิพนธ์ คันธเสวี ได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าแผนกวิชาภาษาอังกฤษใน พ.ศ. 2502 แต่ยังคงสอนให้กับแผนกวิชาส่งเสริมการเกษตร เช่นเดิม และต่อมาก็ได้รับทุนไปศึกษาต่อปริญญาเอกที่สหรัฐอเมริกาใน พ.ศ. 2504 ปีเดียวกันนี้กระทรวงศึกษาธิการได้ติดต่อให้มหาวิทยาลัยผลิตครูเกษตรให้เพื่อส่งไปประจำ โรงเรียนเกษตรกรรมหลายแห่ง โดยเสนอให้ทุนในปีนั้น 10 ทุน ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ จึงเปิดหลักสูตรปริญญาตรีสาขาวิชาครุศาสตร์เกษตรอีกหลักสูตรหนึ่ง รับผู้จบอนุปริญญามาเรียนต่ออีก 2 ปี แนวเดียวกับสาขาวิชาส่งเสริมฯ ต่างกันที่วิชาเอกและวิทยานิพนธ์ เปิดสอนในเดือนพฤศจิกายน 2504 และมีนิสิตจบเป็นรุ่นแรกในปี 2506 เป็นต้นมา

สำหรับหลักสูตรปริญญาโท ก็ได้เปิดขึ้นใน พ.ศ. 2506 เป็นหลักสูตร วท.ม. (เกษตรศาสตร์) สาขาส่งเสริมการเกษตร ครุศาสตร์เกษตร และสาขาพัฒนาชุมชน นิสิตรุ่นแรกที่มาเรียนเป็นชาวฟิลิปปินส์ เรียนในสาขาวิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร และสาขาครุศาสตร์เกษตร ด้วยทุน SEATO (Southeast Asia Treaty Organization) ซึ่งต้องสอนเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนสาขาพัฒนาชุมชนมีผู้เรียนรุ่นแรกเป็นคนไทยในปี 2509

จาก พ.ศ. 2506 เป็นต้นมา อาจารย์ที่เคยเป็นนิสิตฝึกงานทยอยกันไปศึกษาต่อต่างประเทศ/ในประเทศ ด้วยทุนของมหาวิทยาลัยบ้าง และทุนอื่นบ้าง โดยการสนับสนุนของ ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ เมื่อสำเร็จการศึกษากลับมาทำงานก็เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาแผนกวิชาส่งเสริมฯ สำนักส่งเสริมฯ และหน่วยงานอื่นของมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก

ต่อมาใน พ.ศ. 2509 ได้มีการปรับปรุงส่วนราชการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ใหม่ แผนกวิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร ได้เปลี่ยนชื่อเป็นแผนกวิชาเกษตรนิเทศ (Rural Education) และตั้งเป็นทางการในคณะเกษตร ตั้งแต่นั้นมา จนกระทั่ง พ.ศ. 2512 ได้มีการเปลี่ยนชื่อส่วนราชการจาก แผนกวิชา เป็น ภาควิชา และจัดตั้งคณะศึกษาศาสตร์ขึ้นอีกคณะหนึ่งในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (28 พฤศจิกายน 2512) ประกอบด้วยภาควิชาอาชีวศึกษา (ภาควิชาเกษตรนิเทศเดิมจากคณะเกษตร) ภาควิชาพลศึกษา (จากคณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์) ภาควิชาการศึกษา และสำนักงานเลขานุการ เป็นอันว่าภาควิชาเกษตรนิเทศถูกโอนไปอยู่คณะใหม่และเปลี่ยนชื่อใหม่ ถัดมาอีกปีหนึ่งก็ได้มีประกาศตั้งสำนักส่งเสริมและเผยแพร่เดิมขึ้นเป็นทางการมีชื่อใหม่ว่า สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม (21 สิงหาคม 2513) ดำเนินงานต่อเนื่องมาจนกระทั่งปัจจุบัน ส่วนทางคณะเกษตรก็ได้ตั้ง ภาควิชาส่งเสริมและนิเทศศาสตร์เกษตร (จากสาขาเดิมที่มีอยู่และการโอนหมวดวิชาส่งเสริมฯ จากภาควิชาอาชีวศึกษา) ขึ้นแทนภาควิชาเกษตรนิเทศ โดยประกาศของทบวงมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2527 งานของภาควิชาฯ ก็เจริญก้าวหน้ามาด้วยดี และมีหลักสูตรปริญญาโทใหม่ๆ เกิดขึ้นด้วย

ที่กล่าวมาเป็นประวัติและวิวัฒนาการของภาควิชาส่งเสริมฯ และสำนักส่งเสริมฯ ซึ่ง ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ ได้ริเริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2498 ในคณะกสิกรรมและสัตวบาล เริ่มจากการทำงานเพียงคนเดียวเมื่อตอนโอนเข้ามาใหม่ๆ มหาวิทยาลัยมอบงานให้ทำหลายอย่าง แต่ ศาสตราจารย์ ดร.พนม สมิตานนท์ ไม่เคยปฏิเสธ ไม่ย่อท้อ มีความมุ่งมั่นและเชื่อมั่นในตนเองสูง เพราะได้ผ่านงานอาจารย์และการบริหารงานที่ยากลำบากมาก่อนในกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงเกษตร ศาสตราจารย์ ดร.พนม สมิตานนท์ พยายามสร้างและพัฒนาคนเพื่อทำงานที่คิดไว้และตั้งใจไว้จนบรรลุผลสำเร็จ ทั้งภาควิชาส่งเสริมฯ และสำนักส่งเสริมฯ เป็นหน่วยงานสำคัญของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในปัจจุบัน และเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับหลายมหาวิทยาลัยในการผลิตหรือพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อพัฒนาการเกษตรและชนบทของประเทศ

แม้ว่า ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ ได้ชื่อว่าเป็นนักวิชาการ นักวิจัย นักส่งเสริม และนักบริหารเต็มตัวในสายตาของบุคคลทั่วไป แต่สำหรับลูกน้อง ลูกศิษย์ และผู้ใกล้ชิดแล้ว ย่อมทราบดีว่า ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ มีความเป็นครูที่เมตตาต่อศิษย์ เป็นนักกีฬาที่มีความสามารถ เพราะเคยเป็นหัวหน้าทีมฟุตบอลของมหาวิทยาลัยแห่งฟิลิปปินส์ ลอสบันโยและเคยเป็นผู้ที่โดดเด่นด้านกีฬาและการบริหารที่แม่โจ้มาก่อน เป็นผู้นำกีฬารักบี้ฟุตบอลเข้ามาเริ่มเล่นที่แม่โจ้และได้นำกีฬาโบว์ลิ่เข้ามาในประเทศไทยโดยเริ่มกีฬานี้ในงานฤดูหนาวจังหวัดเชียงใหม่ เคยเป็นประธานกรรมการกีฬาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์หลายสมัย จึงเป็นผู้บริหารที่มีใจเป็นนักกีฬาที่ให้สิทธิเสรีและความไว้วางใจแก่ลูกน้องในการทำงาน ช่วยให้รู้จักคิดและตัดสินใจ ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ เป็นผู้ที่ทำงานเป็นระเบียบ และเป็นแบบอย่างที่ดีของลูกน้องไม่เฉพาะแต่เรื่องการงาน แต่รวมถึงการมีครอบครัวที่อบอุ่นและเป็นปึกแผ่น

หลังจากทำงานที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มา 16 ปี หม่อมราชวงศ์จักรทอง ทองใหญ่ ได้ทาบทามไปทำงานกับมูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยที่จังหวัดชัยนาท ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ จึงลาออกจากราชการเมื่อ พ.ศ. 2512 สำหรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และรางวัลเกียรติยศที่ได้รับ คือ ประมาภรณ์มงกุฎไทย โล่เกียรติคุณจากคณะกรรมการกีฬามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะผู้มีอุปการะคุณแก่การกีฬา เป็นศิษย์เก่าดีเด่น (Best Alumnus Award) University of Philippines at Los Banos, Certificate of Appreciation Rotary District 330 ในฐานะนายกสโมสรโรตารี่ กรุงเทพฯ

ทางด้านครอบครัว ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ ได้สมรสกับ น.ส. บุญมี (อรุณสิทธิ์) มีบุตรและธิดา 6 คน คือ

1. นางเมธินี เชียงใหม่ กส.บ. อดีตนักวิจัยและหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ กองการข้าว(สถาบันวิจัยข้าว) กรมวิชาการเกษตร สมรสกับ นายอุทัย เชียงใหม่ กส.บ. กรมพัฒนาที่ดิน (ถึงแก่กรรม) ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษารองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสกลนคร

2. นายเทพพนม สมิตานนท์ B.A. อดีตปลัดอำเภอ กรมการปกครอง สมรสกับ ม.ล. ชวนโชค (นวรัตน์) B.A.

3. รศ. ดร. มณฑารพ จักกะพาก อนุปริญญากสิกรรมและสัตวบาล, B.Food Tech.,M.S.,Ph.D. ภาควิชา คหกรรมศาสตร์ คณะเกษตร ม.ก. สมรสกับนายจักร จักกะพาก ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเกษตร กรมวิชาการเกษตร

4. พ. อ. พิเศษ พนมน้อย สมิตานนท์ ปวส., ประกาศนียบัตรนายร้อยพิเศษ ปร., กศ.บ. กองบัญชาการทหารสูงสุด สมรสกับ น.ส. เสาณี (รัตนา)

5. นายพนมบุญ สมิตานนท์ ร.บ. พนักงาน โรงพิมพ์ธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย สมรส กับ น.ส. บุพรรณ (สุคันธชีพ)

6. นางมัทพัชลิพะสุต ประกาศนียบัตรธุรกิจการบิน และประกาศนียบัตรพาณิชยการ กรุงเทพโปลิเทคนิค พนักงานต้อนรับสายการบิน คาเธ่ย์แปซิฟิสมรสกับ นายนรชัญ ลิพะสุต หัวหน้าพนักงานต้อนรับ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)

ชีวิตหลังเกษียณ หลังจากที่ได้ทำงานกับมูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยแล้ว ต่อมาเริ่มจาก พ.ศ. 2518 ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ได้ทำหน้าที่นายกสโมสรโรตารี่ กรุงเทพฯ เป็นประธานอนุกรรมการการเกษตร โครงการพัฒนาชนบทบ้านเนินดินแดงตามพระราชดำริ อำเภอห้วยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เดินทางไปปฏิบัติงานกับ รองศาสตราจารย์พร สุวรรณวาจกกสิกิจ เป็นประจำ นอกจากนั้นยังเป็นอาจารย์พิเศษช่วยสอนวิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร ให้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ เป็นกรรมการสมาคมผู้ปกครองและครู โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ มักแวะเข้ามาที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นประจำทุกเดือน ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2522 อาจารย์ได้ล้มป่วยกะทันหัน ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช อยู่ในความดูแลของแพทย์ร่วม 3 เดือน ในที่สุด ก็ได้จากไปอย่างสงบในวันที่ 7 กรกฎาคม 2522 คงไว้แต่คุณงามความดีและผลงานที่สร้างไว้นานัปการให้ระลึกถึง ได้มีพิธีพระราชทานเพลิงศพ ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2522 สิริอายุได้ 69 ปี

แหล่งข้อมูล

อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ศาสตราจารย์ ดร. พนม สมิตานนท์. วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร วันที่ 13 ตุลาคม 2522.

แผนกวิชาส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. คู่มือนิสิต ปีการศึกษา 2499-2500. พระนคร : ไทยหัตถการพิมพ์, 2499 .

สำนักส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้ทางเกษตร. คู่มือนิสิต 2506. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ไทยเขษม, 2506.

สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม. 25 ปี สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมและฝึกอบรมการเกษตรแห่งชาติ, 2539.

สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ที่ระลึกวันเปิดตึก พนม สมิตานนท์ 29 ธันวาคม 2523. กรุงเทพมหานคร : งานสื่อการศึกษา สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม, 2523.

พนม สมิตานนท์. สมุดประวัติประจำตัวข้าราชการกระทรวงเกษตราธิการ, 2477.