หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


รองศาสตราจารย์บุญสม สุวชิรัตน์ เกิดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2475 ที่จังหวัดสุรินทร์ เป็นบุตรของ นายวิง นางลิว สุวชิรัตน์ เมื่อจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนสุรินทร์ สุรวิทยาคาแล้ว ได้ศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา (รุ่นที่ 13) ใน พ.ศ. 2493 ต่อจากนั้นสอบเรียนต่อที่โรงเรียนการชลประทาน (หลักสูตร 3 ปี) อาจารย์ให้เหตุผลว่า อยากเรียนที่โรงเรียนชลประทานเพราะเวลาปิดเทอมมีฝึกงาน ได้เบี้ยเลี้ยง หางานง่าย ค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายไม่สูง เพราะเมื่ออาจารย์เข้ามาศึกษาในกรุงเทพฯ ใหม่ๆ ต้องช่วยเหลือตนเอง ต้องมีความอดทน คุณสมบัติดังกล่าวนี้ นับเป็นประโยชน์ต่ออาจารย์ในภายหลังเป็นอย่างยิ่ง เมื่อสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนการชลประทาน ได้เข้ารับราชการที่กรมชลประทานประมาณ 3 ปี แล้วเข้าศึกษาต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่อมาได้สอบเข้าเรียนที่ AIT (Asian Institute of Technology) ซึ่งในขณะนั้นใช้ชื่อว่า SEA Graduate School of Engineering สำเร็จการศึกษาใน พ.ศ. 2507 และรับราชการที่กรมชลประทานจนถึง พ.ศ. 2509 จึงได้โอนมารับราชการในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยสังกัดภาควิชาวิศวกรรมโยธา ในระยะนั้นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีนโยบายที่จะย้ายการเรียนการสอนไปยังวิทยาเขตกำแพงแสน เนื่องจากมีพื้นที่กว้างขวางถึง 8,000 ไร่ แต่กว่าจะได้ขยายไปยังวิทยาเขตใหม่ ต้องใช้เวลาหลายปี เริ่มทยอยไปตั้งแต่ พ.ศ. 2522 โดยมีคณะเกษตรไปเฉพาะนิสิตชั้นปีที่ 3-4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ (ภาควิชาวิศวกรรมชลประทาน) และบางสาขาวิชาของคณะสัตวแพทยศาสตร์

รองศาสตราจารย์บุญสม สุวชิรัตน์ มีโอกาสปฏิบัติงานในฐานะผู้บริหารเป็นเวลาทั้งสิ้น 16 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2521 - 2537 โดยดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชา คณบดี และรองอธิการบดี 2 สมัย ได้รับเชิญให้ปฏิบัติงานต่ออีก 2 ปี หลังจากเกษียณอายุราชการแล้ว ด้วยระยะเวลายาวนานในการปฏิบัติงานทั้งในฐานะอาจารย์ผู้สอน ผู้บริหาร ส่งผลให้อาจารย์มีประสบการณ์มากมายทั้งในด้านวิชาการและการบริหาร

ในฐานะอาจารย์ผู้สอน รองศาสตราจารย์บุญสม สุวชิรัตน์ รับผิดชอบการสอนวิชาวิเคราะห์โครงสร้าง วิชาออกแบบอาคารชลประทาน อาจารย์ให้ความใกล้ชิดกับลูกศิษย์ เมื่อสอนเสร็จแต่ละครั้งจะตั้งคำถามแก่นิสิตตอนท้ายชั่วโมง เป็นการเช็คชื่อในตัว ทำให้นิสิตมีความสนใจในการเรียนดีขึ้น

ในฐานะผู้บริหาร รองศาสตราจารย์บุญสม สุวชิรัตน์ เป็นผู้เข้าถึงปัญหา เมื่อใดที่มีปัญหาเกิดขึ้น อาจารย์พยายามเข้าไปแก้ปัญหาต่างๆ ให้แก่หน่วยงานที่เข้าไปเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในระดับคณะที่พยายามปลูกฝังความคิดให้แก่บุคลากรว่า จะมาจากสถาบันใดก็ตาม ควรร่วมมือร่วมใจ มีความสามัคคีปรองดองในการทำงานให้เต็มที่ อันก่อให้เกิดความกว้างขวางในทางความคิด ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างยิ่งในสถาบันการศึกษา แนวทางการบริหารของอาจารย์ คือการสั่งงานต้องถูกต้อง มีการวางแผนการดำเนินงาน ประเมินผล หากไม่ถูกต้องจะรีบแก้ไข รองศาสตราจารย์บุญสม สุวชิรัตน์ ได้ใช้หลักการนี้กับทุกงานที่เข้าไปเกี่ยวข้อง

ในขณะดำรงตำแหน่งคณบดี มีงานที่ภูมิใจ คือการริเริ่มให้มีโคต้าพิเศษที่กำแพงแสน ใน 2 สาขาวิชา คือ สาขาวิศวกรรมเกษตร และวิศวกรรมชลประทาน โครงการดังกล่าวได้ให้โอกาสกับจังหวัดที่อยู่ในลุ่มน้ำแม่กลอง จังหวัดละ 2 คน จังหวัดนครปฐม 4 คน ระหว่างที่ดำรงตำแหน่งคณบดีวาระที่สอง (พ.ศ. 2532 - 2537) เป็นช่วงที่ประเทศต้องการวิศวกรเพิ่มขึ้น คณะวิศวกรรมศาสตร์ได้เปิดรับนิสิตภาคพิเศษ ซึ่งสามารถเก็บค่าบำรุงการศึกษาสูงขึ้นกว่าภาคปกติ เพราะการลงทุนด้านวิศวกรรมศาสตร์มีค่าใช้จ่ายสูง เมื่อรวมเข้าหลายปีทำให้สามารถมีทุนสร้างตึก 7 ชั้น ด้วยเงินรายได้ นอกจากนี้ยังเน้นการหาทุน และการตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนการเรียน การสอน ของคณะฯ หรือส่งเสริมกิจกรรมของนิสิต เช่น การจัดนิทรรศการในโอกาสวันครบรอบการสถาปนามหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ในหัวเรื่อง บนเส้นทางวิศวกรรมศาสตร์ ทำให้มีการจัดต่อเนื่องเป็นประจำ นอกจากการตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนทางด้านวิชาการแล้ว ยังได้ขยายภาควิชาเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของสังคม คือภาควิชาทรัพยากรน้ำ ภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ เป็นต้น

ในขณะที่ดำรงตำแหน่งคณบดี และรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต รองศาสตราจารย์บุญสม สุวชิรัตน์ มีโอกาสใกล้ชิดกับนิสิต โดยเฉพาะในระหว่าง พ.ศ. 2521 รัฐบาลพยายามส่งเสริมให้นิสิตทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวม นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์และนิสิตจากคณะอื่นๆ ได้ร่วมพัฒนาหลายโครงการในจังหวัดภาคเหนือ เช่น การสร้างโรงเรียนชั่วคราวในป่า โครงการแหล่งน้ำเพื่อการศึกษา เป็นต้น

ในการใช้ความรู้ทางวิชาการและวิชาชีพนั้น อาจารย์มีโอกาสออกแบบตึกหลายหลังในมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ แต่อาคารที่ภูมิใจมากที่สุด คือ การสร้างอาคารจักรพันธ์ เพื่อใช้เป็นที่รับปริญญา ซึ่งการออกแบบช่วงแรกเป็นอาคารชั้นเดียว แต่อาจารย์เสนอให้เป็น 2 ชั้น เพื่อให้มีที่จอดรถ หรือทำกิจกรรมอื่นๆ เพราะในแง่วิศวกรต้องถือหลักประหยัด และปลอดภัย

จากการใช้ความรู้ความสามารถในวิชาชีพ โดยคำนึงถึงความประหยัด อาจารย์จึงได้รับการยกย่องว่าเป็น ผู้ยึดมั่นในหลักวิชาการ บนพื้นฐานของความประหยัด ตัวอย่างการออกแบบตามแนวคิดของอาจารย์ เช่น ตึก 8 ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ อาจารย์เป็นผู้ออกแบบโดยคำนึงถึงความประหยัด คือตัดเหล็กไม่ให้มีเศษ สามารถใช้ได้เต็มที่ อาคารเรียนศูนย์เรียนรวม 1 มหาวิทยาลัยสามารถนำแบบอาคารไปปรับใช้ในการก่อสร้างที่วิทยาเขตอื่นๆ อีกด้วย เช่น ที่วิทยาเขตกำแพงแสน และที่วิทยาเขตสกลนคร เป็นต้น

เกี่ยวกับการตั้งชื่ออาคาร รองศาสตราจารย์บุญสม สุวชิรัตน์ ได้วางหลักเกณฑ์ว่า ควรเรียงเป็นหมายเลข เช่น ตึก 1 ตึก 2 ตึก 3 ฯลฯ มากกว่าตั้งเป็นชื่อคณบดี หรือเน้นว่าตึกนี้ใครสร้าง นอกจากงานในมหาวิทยาลัยแล้ว อาจารย์ยังได้รับเชิญให้ร่วมงานในวาระและโอกาสต่างๆ เช่น เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการติดตามงบประมาณ รวมทั้งได้รับเชิญให้เสนอแนะทางวิชาการแก่คณะกรรมการจราจรทางบก

ในช่วง พ.ศ. 2529 มีการตั้งชมรมนิสิตเก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ รองศาสตราจารย์บุญสม สุวชิรัตน์ ได้รับเลือกให้เป็นประธานชมรม และเมื่อยกฐานะเป็นสมาคมนิสิตเก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ รองศาสตราจารย์บุญสม สุวชิรัตน์ ก็ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมถึง 3 สมัย ปัจจุบันอาจารย์เป็นที่ปรึกษาของสมาคม

ความประทับใจของ รองศาสตราจารย์บุญสม สุวชิรัตน์ ในฐานะที่เป็นนิสิตเก่าของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ คือ การได้มีโอกาสใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ มีโอกาสเป็นผู้บริหารทั้งในตำแหน่งคณบดี 2 สมัย รองอธิการบดี 2 สมัย เป็นความสุขและความภาคภูมิใจ เพราะเมื่อเกษียณอายุราชการแล้ว ยังปฏิบัติงานต่ออีก 2 ปี หลังจากนั้น

เนื่องจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะต้องออกนอกระบบ หรือเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล รองศาสตราจารย์บุญสม สุวชิรัตน์ ได้ให้ข้อคิดเห็นว่า งบประมาณคงได้เช่นเดิม แต่จะมีค่าใช้จ่ายต่างๆ เพิ่มขึ้น มหาวิทยาลัยจะต้องมีภาระมากขึ้น เช่น ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ฯลฯ จึงต้องมีภาระจัดหาค่าใช้จ่ายที่เป็นส่วนเสริม นอกจากนี้มหาวิทยาลัยควรเป็นผู้นำในการชี้แนะสังคม เมื่อผลิตบัณฑิตแล้ว ควรให้นิสิตมีความรู้นำไปสร้างงานได้ ไม่จำเป็นต้องรับราชการ สิ่งที่อาจารย์ฝากไว้เพื่อบุคลากร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์คือ มีความรู้ คู่คุณธรรม ทั้งนี้เพื่อให้สังคมอยู่รอด

จากการที่ รองศาสตราจารย์บุญสม สุวชิรัตน์ ได้เป็นตัวอย่างที่ดีในทุกๆ ด้าน ทั้งนี้ในฐานะอาจารย์ที่ใส่ใจต่อลูกศิษย์ ในฐานะผู้บริหารที่ทุ่มเทโดยใช้ความรู้ทางวิชาการและวิชาชีพบริการต่อส่วนรวมและสังคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จึงได้เสนอต่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขอพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิศวกรรมโยธาให้แก่ รองศาสตราจารย์บุญสม สุวชิรัตน์ ใน พ.ศ. 2538

รองศาสตราจารย์บุญสม สุวชิรัตน์ ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุดคือมหาวชิรมงกุฎ

ด้านครอบครัว อาจารย์มีภรรยาชื่อ นางประไพ (คำทอง) สุวชิรัตน์ รับราชการเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนหอวัง มีบุตรคนเดียว ขณะนี้เป็นนาวาโท นายแพทย์ ของกองทัพเรือ

แหล่งข้อมูล

บุญสม สุวชิรัตน์. สัมภาษณ์, 5 มีนาคม 2544.

บุญสม สุวชิรัตน์. สมุดประวัติประจำตัวข้าราชการกระทรวงเกษตร, 2498.