หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


ศาสตราจารย์พิเศษ บุญ อินทรัมพรรย์ (เดิมชื่อ บุญช่วย) นักวิชาการประมงผู้ก่อตั้งคณะประมงและรณรงค์เพื่อภาษาไทย เกิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2450 ที่ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นบุตรรองอำมาตย์เอก เชย อินทรัมพรรย์ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดอุทัยธานี และนางน่วม อินทรัมพรรย์ มีพี่น้องร่วมบิดามารดารวม 5 คน ท่านเป็นบุตรคนที่ 2

การเปลี่ยนชื่อของท่านเกิดในสมัย เชื่อผู้นำชาติพ้นภัย คือสมัยที่จอมพลแปลก พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี มีเหตุผลตามรัฐนิยมว่าชื่อเดิมแสดงความไม่เป็นตัวของตัวเองหรือไม่เข้มแข็ง และเยิ่นเย้อ

ท่านได้อุปสมบทที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร มีสมเด็จพระอริยวงศาญาณฯ สมเด็จพระสังฆราชญาโณยมหาเถระ (อยู่ ญาโณทัย) เป็นพระอุปัชฌาย์ และสมรสกับนางสาวประไพ รัยวิเชียร บุตรีของนายแห และนางผะอบ รัยวิเชียร มีบุตร 4 คน และหลาน 6 คน

ภายหลังจากสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยม 8 จากโรงเรียนวัดเทพศิรินทร์เมื่อ พ.ศ. 2467 แล้วศาสตราจารย์พิเศษ บุญ อินทรัมพรรย์ได้เข้าศึกษาวิชาเตรียมแพทย์ ในคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อมาได้รับพระราชทานทุนของสมเด็จพระมหิลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ให้ไปศึกษาวิชาบำรุงและรักษาสัตว์น้ำในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ Cornell University ท่านได้รับปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ สาขาชีววิทยาประมง เมื่อ พ.ศ. 2472 หลังจากนั้นได้อยู่ศึกษาและฝึกงานในการควบคุมของกรมประมงสหรัฐอเมริกา กับแวะศึกษาดูงานในประเทศอังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และสิงคโปร์ ก่อนกลับประเทศไทยใน พ.ศ. 2473

การได้รับพระราชทานทุนการศึกษาในครั้งนั้นส่งผลอันยิ่งใหญ่และยั่งยืนต่อศาสตราจารย์พิเศษ บุญ อินทรัมพรรย์ ท่านตั้งปณิธานไว้ว่า ...จะกระทำทุกสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศชาติอย่างเต็มกำลังความสามารถตราบเท่าที่มีลมหายใจอยู่เพื่อเป็นการแสดงกตัญญูกตเวทีต่อพระองค์ท่าน ซึ่งท่านก็ได้กระทำจริงตามปณิธานที่ตั้งไว้ อีกทั้งท่านไม่เพียงแต่จะยึดพระราชกระแสในพระบรมราชชนกที่ว่า ขอให้ถือผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ลาภทรัพย์และเกียรติยศจะตกมาแก่ท่านเองถ้าท่านทรงธรรมแห่งอาชีพไว้ให้บริสุทธิ์ เป็นแนวทางในการทำงานและการดำรงชีวิตของตัวท่านเองเท่านั้น หากแต่ท่านยังได้เผยแผ่ความคิดนี้ไปสู่สมาชิกครอบครัว ผู้ใต้บังคับบัญชาและศิษยานุศิษย์ของท่านอย่างกว้างขวางอีกด้วย

ศาสตราจารย์พิเศษ บุญ อินทรัมพรรย์ เป็นข้าราชการในกรมรักษาสัตว์น้ำ กระทรวงเกษตราธิการ (ปัจจุบันคือกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) ตั้งแต่ พ.ศ. 2473 เป็นต้นมา โดยได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมประมงเมื่อ พ.ศ. 2487 ในช่วงเวลาหลังจากการสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 1 ปี ซึ่งมีคณะประมงเป็น 1 ใน 4 คณะแรกของมหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์พิเศษ บุญ อินทรัมพรรย์ผู้เล็งเห็นว่าการศึกษาระดับอุดมศึกษาทางวิชาการประมงเป็นเรื่องจำเป็นและมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อประเทศไทยเป็นหลักในการวางแผนและจัดตั้งคณะนี้ ภาระหนักจึงตกแก่ท่านเนื่องจากต้องรับเป็นคณบดีกิตติมศักดิ์ของคณะประมงอีกตำแหน่งหนึ่ง

ศาสตราจารย์พิเศษ บุญ อินทรัมพรรย์จึงเป็นทั้งผู้ก่อตั้งและเป็นคณบดีคนแรกของคณะประมง และเป็นคณบดีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดรวม 18 ปี คือตั้งแต่ พ.ศ. 2487 ถึง พ.ศ. 2505

แม้จะมีหน้าที่รับผิดชอบมากมายแต่ท่านก็เข้าสอนนิสิตเช่นเดียวกับอาจารย์คนอื่น ๆ วิชาที่ท่านสอนคือ วิชาการอนุรักษ์ทรัพยากรประมง ซึ่งเป็นวิชาพื้นฐานเบื้องต้นของคณะที่นิสิตชั้นปีที่ 1 จะต้องเรียน ในการสอนท่านจะผนวกเรื่องระเบียบวินัยที่นิสิตควรประพฤติและประสบการณ์ต่าง ๆ ในทั้งแง่วิชาการประมงและการบริหารงาน ท่านเน้นเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติด้วยการ ฉลาดใช้ (wise use) ซึ่งเป็นแนวคิดในการอนุรักษ์ที่ก้าวหน้า ท่านได้ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูกศิษย์ที่ได้เล่าเรียนกับท่านทุกรุ่น ศาสตราจารย์ ดร. ทศพร วงศ์รัตน์ แห่งพิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตสถาน ได้รำลึกถึงท่านว่า แต่งตัวเรียบร้อยมาก ผูกเนไทเสมอ และพูดจาสำเนียงอ่อนโยนรับกับใบหน้า เรียกตนเองว่า ครู แต่บางครั้งก็ใช้ ผม และมักมีคำว่า ครับ ให้พวกเราได้ยิน… ท่านมีส่วนไม่น้อยที่ทำให้พวกเราเป็นคนดีและผู้ดีด้วยตลอดมา…

เมื่อพ้นหน้าที่อธิบดีกรมประมงและคณบดีคณะประมง สังกัดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้ว ศาสตราจารย์พิเศษ บุญ อินทรัมพรรย์ได้รับเชิญให้เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารของสำนักงานองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคตะวันออกไกล กรุงเทพมหานคร ระหว่าง พ.ศ. 2505 - 2513 และด้วยความเป็นคนรักวิชาการ ชอบอ่าน ชอบเขียนเป็นชีวิตจิตใจ ท่านได้มีบทบาททั้งเป็นผู้ริเริ่ม ผู้สนับสนุน และผู้ดำเนินการในกิจกรรมเพื่อประโยชน์ของประเทศชาตินานัปการ เห็นได้จากการที่ท่านรับทำงานให้แก่องค์กรต่างๆ มากมายทั้งในระดับชาติและนานาชาติ เช่น

พ.ศ. 2496 - 2504 เป็นกรรมการองค์การสะพานปลาที่ท่านมีส่วนสำคัญในการจัดตั้งขึ้น

พ.ศ. 2504 - 2531 เป็นกรรมการในคณะกรรมการแผนกเกษตรศาสตร์ มูลนิธิอานันทมหิดล

พ.ศ. 2513 - 2516 เป็นกรรมการโครงการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติด้วยดาวเทียม ของคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ อันเป็นแนวทางใหม่ที่ท่านเห็นความสำคัญและเป็นผู้ประสานงานคแรก

พ.ศ. 2514, 2517 และ 2522 เป็นผู้เชี่ยวชาญการประมงในคณะผู้เชี่ยวชาญของธนาคารโลก ทำการศึกษา ประเมินผลกระทบและการแก้ไขปัญหาต่อภาวะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรการเกษตรและการประมงในบังคลาเทศรวม 3 ครั้ง

เป็นราชบัณฑิตสำนักวิทยาศาสตร์ ประเภทวิทยาศาสตร์ประยุกต์ สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2518 จนถึงแก่อนิจกรรม

พ.ศ. 2518 - 2519 เป็นรองผู้ตรวจการและผู้ตรวจการลูกเสือ สำนักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ผู้ริเริ่มก่อตั้ง ลูกเสือบำรุงพันธุ์ปลา ขึ้น ได้รับการยกย่องจากผู้แทนจากสำนักงานลูกเสือโลกแห่งกรุงเจนีวาว่าท่าน เป็นผู้ให้กำเนิดการฝึกอบรมลูกเสือบำรุงพันธุ์ปลาคนแรกของโลกในกิจการลูกเสือด้านพัฒนาชุมชน….

พ.ศ. 2525 - 2526 เป็นที่ปรึกษาคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เจรจาจัดทำโครงการความร่วมมือทางวิชาการด้านอาร์ทีเมียระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลเบเยี่ยม อันเป็นที่มาของการจัดตั้งศูนย์อาร์ทีเมียแห่งชาติหรือศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีอาหารสัตว์น้ำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในปัจจุบัน

คุณสมบัติเด่นอีกประการหนึ่งก็คือท่านเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่สนใจเรื่องของภาษา ท่านตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้เครื่องหมายวรรคตอนว่า ....การใช้เครื่องหมายวรรคตอนช่วยส่งเสริมความแม่นยำ และความกระจ่างอย่างได้ผล ป้องกันความสงสัยและเข้าใจผิด ควรยึดถือเป็นอุปกรณ์สำคัญยิ่งของเอกสาร ท่านจึงเริ่มเขียนบทความชักชวนให้ผู้มีความรู้ในทุกสาขาอาชีพใช้เครื่องหมายวรรคตอนตั้งแต่ พ.ศ. 2510 เป็นต้นมา และพยายามทุกทางที่จะให้ผู้ซึ่งมีหน้าที่ได้ดูแลการใช้ภาษาให้ถูกต้องตามแบบแผน ท่านแสดงเจตจำนงอันแน่วแน่ในการนี้ไว้ในบทความ ประวัติการใช้เครื่องหมายวรรคตอนแบบคำถาม-คำตอบ (ราว พ.ศ.2527) ว่า

ข้าพเจ้าขอบันทึกเป็นกิตติกรรมประกาศไว้ที่นี่ว่า การที่ข้าพเจ้ามีกำลังใจที่ได้เขียนบทความชักชวนให้ใช้เครื่องหมายวรรคตอนตามรอยพระยุคลบาท ล้นเกล้าฯ สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า มาเป็นเวลาได้ถึง 17 ปี, ข้าพเจ้าไม่ท้อถอยเลย ทั้งนี้ก็เพราะพระบารมีของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 และพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว. ทั้งสองพระองค์ได้ทรงเตือนว่า ภาษาไทยอยู่ในระยะเริ่มวิบัติ และ กำลังวิบัติ จนทำให้เราร่วมกันตัดสินใจให้มีการทำนุบำรุง และพัฒนาภาษาไทยในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี. นับเป็นประทีปทำให้เครื่องหมายวรรคตอนแจ่มใสขึ้นในอนาคต, สอดคล้องกับนโยบายทำนุบำรุงภาษาไทย; นับว่าเราได้ร่วมกันส่งเสริมให้พระบรมราชาธิบายรัชกาลที่ 6 เป็นราชมรดกของชาติที่นานาชาตินิยมยิ่งขึ้น

จนเมื่อ พ.ศ. 2528 ราชบัณฑิตสถานจึงได้จัดพิมพ์เอกสารว่าด้วยหลักเกณฑ์การใช้เครื่องหมายวรรคตอนออกเผยแพร่เป็นครั้งแรก และจัดพิมพ์ต่อมาอีกหลายครั้งเป็นจำนวนพิมพ์นับแสนเล่ม และในเดือนสิงหาคม 2535 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ราชบัณฑิตสถานแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทยเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การเขียน การอ่าน และการใช้ภาษาไทย และส่งเสริมการใช้ภาษาไทยให้เป็นเอกภาพเดียวกัน

ที่น่าทึ่งก็คือบทความด้านการรณรงค์เรื่องการใช้เครื่องหมายวรรคตอนของท่านมีจำนวนมากพอที่จะรวมพิมพ์เป็นหนังสือได้เล่มเขื่องทีเดียว

ความเป็นนักวิชาการประมงที่มีประสบการณ์และความสามารถสูงเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศของศาสตราจารย์พิเศษ บุญ อินทรัมพรรย์เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้ที่อยู่ในวงการต่าง ๆ ที่ท่านเกี่ยวข้อง ท่านได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุดคือชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (พ.ศ. 2527) และได้รับการยกย่องจากหน่วยงานต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการประมง จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (พ.ศ. 2506) และปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ Doctor of Humane Letters, National College of Education, Evanston, Illinois สหรัฐอเมริกา (พ.ศ.2506) ตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษ จากคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (พ.ศ. 2517) และตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์อาวุโสประจำปี 2529 ของสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

อีกทั้งเกียรติยศอันยืนยงในวงวิชาการประมงของ ศาสตราจารย์พิเศษ บุญ อินทรัมพรรย์ คือการที่ ดร. เอเอ็มิ(H.M. Smith) ที่ปรึกษาทางการประมงของไทยในยุคริเริ่มด้านการประมง ที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ 6 ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ของปลาไทยที่เพิ่งจับได้เป็นครั้งแรกจากแอ่งน้ำบนเกาะสมุยในอ่าวไทย เมื่อ พ.ศ. 2477 ตามนามสกุลของท่านว่า Cirripectes indrambaryae และต่อมาใน พ.ศ. 2524 ศาสตราจารย์ ดร. ทศพร วงศ์รัตน์ ก็ได้ตั้งชื่อปลาโบราณที่พบในทะเลอันดามัน เขตตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะภูเก็ต เป็นเกียรติแก่ท่านอีกคำรบหนึ่งว่า Eptatretus indrambaryai

ศาสตราจารย์พิเศษ บุญ อินทรัมพรรย์ ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2537 ที่โรงพยาบาลพร้อมมิตร กรุงเทพมหานคร สิริอายุได้ 87 ปี 1 เดือน 3 วัน

แหล่งข้อมูล

อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ นายบุญ อินทรัมพรรย์. วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานคร วันเสาร์ที่ 7 กันยายน 2539.