หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


รองศาสตราจารย์ ดร. บรรพต ป้อมเพชร เกิดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2484 อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เป็นบุตรของนายเพิ่ม นางประไพ ป้อมเพชร

ทางด้านการศึกษา จบการศึกษามัธยมปลาย ม.8 จากโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม จังหวัดพิษณุโลก เมื่อ พ.ศ. 2501 แล้วสอบเข้าศึกษาในคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. 2501 เมื่อเรียนจบการศึกษาปีที่ 1 และเข้าเรียนปีที่ 2 แล้ว สอบได้ทุนภายใต้แผนโคลัมโบ (Colombo Plan) ของรัฐบาลอินเดียไปศึกษาต่อ ประเทศอินเดีย เมื่อ พ.ศ. 2502 แต่ที่อินเดียสมัยนั้นไม่มีการศึกษาถึงขั้นปริญญาบัตรวิชาวนศาสตร์ จึงเปลี่ยนไปเรียนทางวิชาการเกษตรศาสตร์ โดยเข้าเรียนครั้งแรกที่ Rajasthan College of Agriculture มหาวิทยาลัยราชาสถาน ได้รับอนุปริญญาทางการเกษตร (I.Sc.Agr.) เมื่อ พ.ศ. 2504 แล้วไปต่อปริญญาตรีที่ Punjab Agricultural University เมืองลุเดียน่า (Ludhiana) แคว้นปันจาบ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร (B.Sc.Agr.) วิชาเอกด้านกีและสัตววิทยาทางการเกษตร (Agricultural Entomology & Zoology) เมื่อ พ.ศ. 2507 โดยสอบได้เป็นที่ 1 ของ มหาวิทยาลัย ได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง และได้รับการจารึกชื่อไว้ใน Board of Honours (First in B.Sc.Agri.) ไว้ที่มหาวิทยาลัยด้วย

เมื่อกลับมาประเทศไทย ได้เข้ารับการทดลองปฏิบัติราชการในตำแหน่งอาจารย์ตรี ภาควิชากีฏวิทยาและโรคพืช คณะเกษตร เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2507 ซึ่งในขณะนั้นอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คือคุณหลวงอิงคศรีกสิการ หรือศาสตราจารย์อินทรี จันทรสถิตย์ ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นอาจารย์ตรี เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2508 และอาจารย์โทเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2509 ในสมัย ม.ล. ชูชาติ กำภู เป็นอธิการบดี

ต่อมาสอบได้ทุน The East-West Center เมื่อกลางปี 2509 เดินทางไปศึกษาต่อ University of Hawaii เมืองอนโนลูลู รัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา สำเร็จการศึกษาขั้นปริญญาโททางกีฏวิทยา (M.S.Entomology) เมื่อ พ.ศ. 2511 ต่อจากนั้นได้รับทุน Research Assistantship เพื่อไปศึกษาต่อขั้นปริญญาเอก University of Kentucky เมือง Lexington รัฐ Kentucky เมื่อ พ.ศ.2512 แต่เมื่อเรียนได้เพียงเทอมเดียวก็ขอลาออกเพื่อรับทุน Erhorn Scholarship และ Research Assistantship เพื่อกลับไปศึกษาต่อขั้นปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยฮาวาย ซึ่งได้ทำงานและศึกษาพร้อมกันไปจนจบการศึกษาขั้นปริญญาเอกทางกีฏวิทยา (Ph.D.Entomology) เมื่อ พ.ศ. 2516

ขณะที่ทำการศึกษาระดับปริญญาเอก มหาวิทยาลัยฮาวาย ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยเข้าร่วมประชุมวิชาการ เรื่อง Concepts of Pest Management หรือ แนวทางการบริหารศัตรูพืช ซึ่งเป็นการประชุมเรื่องการบริหารศัตรูพืชครั้งแรกของโลก มหาวิทยาลัย North Carolina State University เมือง Raleigh รัฐ North Carolina ระหว่างวันที่ 25-27 มีนาคม 2513 และ การประชุมวิชาการ เรื่อง Research Seminar on Agricultural Diversification กรุงมนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 5-9 มกราคม 2514 จากการที่ได้เข้าร่วมวิชาการเรื่อง แนวทางการบริหารศัตรูพืช จึงได้ร่วมมือกับคณะเกษตรเขตร้อน (College of Tropical Agriculture) มหาวิทยาลัยฮาวาย และสถาบันอาหารตะวันออก-ตะวันตก ของศูนย์ตะวันออก-ตะวันตก (The East-West Food Institute, The East-West Center) เมืองอนโนลูลู จัดการ อบรม การสัมมนา การประชุมเชิงวิชาการต่างๆ ทางด้านการบริหารศัตรูพืช (Pest Management) ตั้งแต่ พ.ศ. 2515 จนจบปริญญาเอกกลับมาทำงานในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2516 ต่อเนื่องกันไปจนถึง พ.ศ. 2521 เมืองอนโนลูลู รัฐฮาวาย

เมื่อกลับมาปฏิบัติราชการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลังจากสำเร็จการศึกษาขั้นปริญญาเอกเมื่อ พ.ศ. 2516 แล้ว ได้รับการแต่งตั้งเป็นอาจารย์เอก เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2518 เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2519 และเป็นรองศาสตราจารย์ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2539 จวบจนเกษียณอายุราชการ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2544 รวมเวลาการเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทั้งหมด 37 ปี

ในส่วนของงานบริหาร ได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าภาควิชากีฏวิทยาและโรคพืช (กีฏวิทยา) ระหว่าง พ.ศ. 2516-17 เลขานุการคณะกรรมการประจำคณะเกษตร ระหว่าง พ.ศ. 2517-2521 ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการวิจัย คณะเกษตร ระหว่าง พ.ศ. 2520-2522 และผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย คณะเกษตร ระหว่าง พ.ศ. 2521-2522

ในช่วงเดียวกันระหว่างการดำเนินการก่อตั้งศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินรีย์แห่งชาติ (National Biological Control Research Center - NBCRC) ซึ่งเป็นโครงการเครือข่ายโดยการร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ กับ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือสภาวิจัยแห่งชาติ และหน่วยงานร่วมอีก 13 หน่วยงาน ในมหาวิทยาลัยต่างๆ และกรมต่างๆ ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานอื่นๆ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการ ศูนย์ฯ ตั้งแต่ พ.ศ. 2521 จนต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2529 เมื่อศูนย์ฯ ได้มีการก่อตั้งศูนย์ฯส่วนภูมิภาค ภาคกลาง ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ศูนย์ฯภาคเหนือ ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์ฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น และศูนย์ฯ ภาคใต้ ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก็ได้รับการแต่งตั้งโดยสภาวิจัยแห่งชาติให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการบริหาร (Executive Director) ตั้งแต่ พ.ศ. 2529 จนเกษียณอายุราชการ เมื่อ พ.ศ. 2544 และหลังเกษียณแล้ว ยังได้รับแต่งตั้งโดยสภาวิจัยแห่งชาติ ให้เป็นที่ปรึกษาของศูนย์ฯ และในช่วงที่เป็นที่ปรึกษานี้ ได้ดำเนินการให้มีการก่อตั้งศูนย์ฯ ส่วนภูมิภาคเพิ่มเติมอีก 2 แห่ง คือ ศูนย์ฯ ภาคเหนือตอนล่าง มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก และศูนย์ฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี รวมแล้วนอกจากศูนย์ฯส่วนกลาง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน ศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินรีย์แห่งชาติ มีศูนย์ฯ ส่วนภูมิภาคอีก 6 แห่งทั่วประเทศ

งานบริหารสุดท้าย คือ ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระหว่าง พ.ศ. 2535-2539 ในสมัยศาสตราจารย์ ดร. กำพล อดุลวิทย์ ดำรงตำแหน่งเป็นอธิการบดี

ระหว่าง พ.ศ. 2522-2525 (ซึ่งเป็นสมัยที่ศาสตราจารย์ ดร. ไพฑูรย์ อิงคสุวรรณ ดำรงตำแหน่งเป็นอธิการบดี) รองศาสตราจารย์ ดร. บรรพต ป้อมเพชร ได้ขอลาออกจากมหาวิทยาลัยโดยคำสั่งคณะรัฐมนตรี เพื่อไปปฏิบัติงานในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการอารักขาพืช (Crop Protection Expert) ประจำอยู่ที่สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งภาคพื้นเอเซียและแปซิฟิกขององค์การสหประชาชาติ (UN Economic and Social Commission for Asia and the Pacific) หรือ UN ESCAP กรุงเทพฯ ปฏิบัติงานในประเทศ ปากีสถาน อินเดีย เนปาล ศรีลังกา บังคลาเทศ พม่า มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย แล้วกลับเข้ามารับราชการตามเดิมอีกในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่อจากนั้นในช่วง พ.ศ. 2527-2534 ได้รับการแต่งตั้งอยู่ในคณะกรรมการต่างๆ ขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization - WHO) เช่น Scientific and Technical Review Committee (STRC), Scientific and Technical Advisory Committee (STAC) และ Steering Committee (SC) ทางด้านการควบคุมแมลงพาหะนำโรคโดยชีววิธี ปฏิบัติงานหลักปีละ 2-3 ครั้ง กรุงเจนีวา และประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพโซเวียต สาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย เวียนาม และ ออสเตรเลีย กับเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการบริหารศัตรูพืช (Pest Management Consultant) และ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธี (Biological Control Consultant) ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization - FAO) ประเทศอิตาลี เวียนาม อินเดีย บังคลาเทศ เนปาล และแทนซาเนีย ระหว่าง พ.ศ. 2525-2535 ตลอดจนเป็นผู้เชี่ยวชาญของ The South Pacific - GTZ Biological Control Project ในประเทศฟิจิ ตองก้า โซโลมอนไอส์แลนด์ และ ปาปัวนิกินี ระหว่าง พ.ศ. 2535-2538

ในส่วนขององค์กรระดับภูมิภาค คือ SEAMEO หรือ South East Asia Ministry of Education Organization ได้ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการประสานงาศูนย์ชีววิทยาเขตร้อน (Southeast Asia Regional Center of Tropical Biology - BIOTROP) กระทรวงศึกษาธิการ และดำรงตำแหน่งเป็นทั้งกรรมการและประธานของ SEAMEO BIOTROP Governing Board ตั้งแต่ พ.ศ. 2537-2544 และปัจจุบันยังเป็นกรรมการที่ปรึกษาของคณะกรรมการประสานงาด้วย

ส่วนตำแหน่งหน้าที่ในวิชาชีพทางด้านกีฏวิทยาและการอารักขาพืชในระดับนานาประเทศรองศาสตราจารย์ ดร. บรรพต ป้อมเพชร ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นประธานองค์การควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธีนานาชาติ ภาคเอเชียและเอเชียตะวันออก (President, International Organization for Biological Control, South and East Asia Regional Section - IOBC/SEARS) ระหว่าง พ.ศ. 2526-2534 รองประธานองค์การควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธีนานาชาติระดับโลก (Global IOBC) ระหว่าง พ.ศ.2535-2539 กรรมการถาวร (Permanent Standing Committee) ของสมัชชาการอารักขาพืชนานาชาติ (International Plant Protection Congresses - IPPC) ตั้งแต่ พ.ศ. 2526 ถึงปัจจุบัน และมนตรี (Council Member) ของสมัชชากีฏวิทยานานาชาติ (International Congresses of Entomology - ICE) ตั้งแต่ พ.ศ. 2539 จนถึงปัจจุบัน

ในด้านการเป็นสมาชิกในสมาคมวิชาชีพ รองศาสตราจารย์ ดร. บรรพต ป้อมเพชร ได้เป็นสมาชิกในสมาคมวิชาชีพในต่างประเทศมากกว่า 15 สมาคม โดยเป็น Fellow ของ The Royal Entomological Society หรือ FRES ของประเทศอังกฤษ และ Fellow ของ The New York Academy of Science ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย และเป็นสมาชิกตลอดชีพของสมาคมวิชาชีพในประเทศไทยอีก 4 สมาคม รวมถึงสยามสมาคม (The Siam Society) ด้วยเช่นกัน

งานอื่นๆ ทางด้านวิชาการที่ รองศาสตราจารย์ ดร. บรรพต ป้อมเพชร รับผิดชอบในระดับนานาชาติ คือ เป็นบรรณาธิการจัดทำรายงานการประชุมวิชาการ เรื่อง New Frontiers in Breeding Researches ของการประชุม The Fifth International Congress, Society for the Advancement of Breeding Researches in Asia and Oceania (SABRAO) หนา 931 หน้า พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2529 หนังสือเรื่อง Management of Pests and Pesticides: Farmers Perception and Practices จัดพิมพ์โดย Westview Press, Boulder and London หนา 244 หน้า เมื่อ พ.ศ. 2530 หนังสือเรื่อง Leucaena Psyllid: Problems and Management จัดพิมพ์โดย Winrock International หนา 208 หน้า เมื่อ พ.ศ. 2533 หนังสือรายงานการประชุม XXI International Society of Sugar Cane Technologists (ISSCT) 1 ชุด 3 เล่ม รวม 1,524 หน้า เป็นสิ่งพิมพ์ภาษาอังกฤษเล่มแรกของสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (Kasetsart University Press) เมื่อ พ.ศ. 2538 และ หนังสือเรื่อง Soybean Feeds the World หนา 581 หน้า จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2540 เช่นกัน

นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ ดร. บรรพต ป้อมเพชร ได้รับเลือกให้ทำหน้าที่อยู่ในคณะกรรมการบรรณาธิการวารสารวิชาการนานาชาติ 2 ฉบับ คือ Biocontrol Science and Technology ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่เล่มที่ 1-10 ระหว่าง พ.ศ. 2532-2542 และ Bulletin of Entomological Research ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่เล่มที่ 73 เมื่อ พ.ศ. 2533 จนถึงปัจจุบัน

ทางด้านผลงานทางวิชาการมีผลงานตีพิมพ์เป็นภาษาไทยมากกว่า 120 เรื่อง ภาษาอังกฤษมากกว่า 100 เรื่อง เป็นบรรณาธิการจัดพิมพ์หนังสือและรายงานการประชุมวิชาการนานาชาติ เป็นภาษาอังกฤษ 5 เรื่อง มีผลงานได้รับการแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษารัสเซีย 1 เรื่อง และภาษาจีน 2 เรื่อง รับผิดชอบในการจัดประชุมนานาชาติทั้งภายในประเทศไทยและต่างประเทศมากกว่า 30 ครั้ง และ ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมวิชาการและการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศมากกว่า 150 ครั้ง

งานด้านการสอนในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รองศาสตราจารย์ ดร. บรรพต ป้อมเพชร รับผิดชอบการสอนวิชาการควบคุมแมลงศัตรูพืชและวัชพืชโดยชีววิธี (Biological Control of Insect Pests and Weeds) และวิชาหลักการบริหารศัตรูพืช (Principles of Pest Management) ในระดับบัณฑิตศึกษา เป็นประธานกรรมการที่ปรึกษาบัณฑิตที่จบการศึกษาระดับปริญญาเอกคนแรกของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์คือนายวิวัฒน์ เสือสะอาด เมื่อ พ.ศ. 2525

งานด้านการวิจัย มุ่งเน้นส่วนใหญ่ทางด้านการควบคุมแมลงศัตรูพืชและวัชพืชที่มีความสำคัญทางการเกษตรโดยชีววิธี เช่น การควบคุมแมลงศัตรูอ้อย แมลงศัตรูข้าว แมลงศัตรูไม้ผล และแมลงศัตรูพืชไร่ชนิดต่างๆ ตลอดจนการควบคุมวัชพืชโดยชีววิธี เช่น ผักตบชวา และ ไมยราบยักษ์ รวมถึงการวิจัยพื้นฐานในการบริหารศัตรูพืชแบบบูรณภาพ (Integrated Pest Management - IPM)

งานด้านบริการสังคมส่วนใหญ่เป็นการให้บริการด้านการปรึกษาและให้คำแนะนำ ตลอดจนบริการข่าวสารสนเทศในการควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธี และการบริหารศัตรูพืช กับเป็นวิทยากรให้แก่สถาบันต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งภายในประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับนานาประเทศ

ทางด้านรางวัลและเกียรติบัตรที่ รองศาสตราจารย์ ดร. บรรพต ป้อมเพชร ได้รับ มีอาทิรางวัลนักส่งเสริมการเกษตรที่ดีที่สุด (Best Extension Worker) ของมหาวิทยาลัย Punjab Agricultural University แคว้นปันจาบ ประเทศอินเดีย ประจำปี 2506 รางวัลเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง เมื่อจบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน เมื่อ พ.ศ. 2507 นักวิจัยดีเด่น พ.ศ. 2532 จากสมาคมวิทยาศาสตร์การเกษตรแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับการนำชื่อไปตั้งชื่อเพลี้ยไฟตัวห้ำชนิดใหม่ คือ Okajimaiella banpotti (Thysanoptera: Thripidae) เมื่อ พ.ศ.2536 ได้รับประกาศเกียรติคุณผู้สมควรได้รับการยกย่องเป็นบุคคลตัวอย่างทางด้านวิชาการ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2539 นักกีฏวิทยาดีเด่น สมาคมกีและสัตววิทยาแห่งประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2540 นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2540 สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา สภาวิจัยแห่งชาติ และ บุคคลดีเด่นของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2540

ถึงแม้ว่าจะเกษียณอายุราชการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2544 ก็ตาม รองศาสตราจารย์ ดร. บรรพต ป้อมเพชร ยังได้รับการแต่งตั้งโดยหน่วยงานอื่นนอกมหาวิทยาลัยให้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการหรือคณะทำงานต่างๆ ภายในประเทศอีก เช่น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะอนุกรรมการอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ประธานคณะกรรมการกลางด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ (National Biosafety Committee - NBC) ประธานคณะอนุกรรมการนโยบายแห่งชาติ ด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ ของคณะกรรมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพ ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ กรรมการในคณะกรรมการความปลอดภัยทางชีวภาพด้านการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ประธานคณะทำงานชนิดพันธุ์ต่างถิ่น อนุกรรมการในคณะอนุกรรมการนโยบายสินค้าเทคโนโลยีชีวภาพ ในคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) อนุกรรมการในคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจนกรณีร่างกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพ กรรมการที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงาศูนย์ชีววิทยาเขตร้อน องค์การซีมีโอ กระทรวงศึกษาธิการ ประธานคณะทำงานอนุสัญญาห้ามอาวุธชีวภาพ (Biological Weapons Convention - BWC) ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และผู้ประเมินภายนอกระดับอุดมศึกษา สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เป็นต้น

ทางด้านครอบครัวนั้น รองศาสตราจารย์ ดร. บรรพต ป้อมเพชร สมรสกับนางรัตนะ (ภัทนิรันตร์) ป้อมเพชร มีบุตร 2 คน คือนายไพรัชต์ ป้อมเพชร และนายพีระ ป้อมเพชร

แหล่งข้อมูล

บรรพต ป้อมเพชร. การทำงานของผมทางด้านการควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธี. ใน 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เหลียวดูหลังแลไปข้างหน้า. หน้า 262-267. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2530. (จัดพิมพ์เป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาส ครบ 50 ปี แห่งการสถาปนา (พ.ศ. 2486-2530).

รางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2540. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ, 2540.

บรรพต ป้อมเพชร. สมุดประวัติประจำตัวข้าราชการสำนักนายกรัฐมนตรี, 2508.