หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


รองศาสตราจารย์ นาวาตรี นฤดม บุญ-หลง เกิดวันที่ 5 มกราคม 2471 ที่พระนคร เป็นบุตรของ พล.ต. วิบูลชีพ และนางบุญนาค บุญ-หลง เรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนไตรมิตรวิทยาลัย มัธยมปีที่ 6 ที่โรงเรียนวัดเทพศิรินทราวาส และจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 8 ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แล้วเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ในคณะกสิกรรมและสัตวบาล เป็นนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รุ่น 9 (KU. 9) เป็นรุ่นสุดท้ายที่มีแต่ชายล้วน ขณะนั้นมหาวิทยาลัยยังเป็นเขตรอบนอกของเมืองอยู่ นิสิตต้องอยู่หอพักกันเพราะการเดินทางมามหาวิทยาลัยนั้นนับว่าไกลและค่อนข้างลำบาก แม้แต่สำนักอธิการบดี ก็เป็นเพียงอาคารไม้ 2 ชั้น ที่เรียกกันว่า เรือนเขียว การรับประทานอาหารต้องอยู่ในลักณะ ผูกข้าว คือจ่ายอาหารเป็นเดือน

รองศาสตราจารย์ นาวาตรี นฤดม บุญ-หลง เป็นอาจารย์ผู้หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้เจริญก้าวหน้า บุคลิกลักษณะของอาจารย์นั้น เป็นผู้นำตั้งแต่แรกคือ ได้เป็นทั้งหัวหน้าหอ 7 จากการเลือกตั้ง และเป็นนายกองค์การนิสิตอีกด้วย หลังจากสำเร็จการศึกษาโดยมีประสบการณ์ขณะยังเป็นนิสิตอยู่คือ ได้เข้าทำงานที่องค์การเกษตรกรรมทหารผ่านศึก ได้ยศเรือตรี เพราะขณะนั้นได้วุฒิอนุปริญญาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้ว และได้รับการอนุญาตให้มาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จนจบชั้นปีที่ 5 แล้วได้ทุนกองทัพเรือไปศึกษาวิชาอาหารและการเกษตรที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากกองทัพเรือได้จัดตั้งองค์การอาหารสำเร็จรูป (อสร.) อยู่ขณะนั้น นับว่าอาจารย์มีพื้นฐานด้านวิชาการและชำนาญการมาอย่างดี จนเมื่อโอนกลับมาสังกัดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ซึ่งมี ศาสตราจารย์อินทรี จันทรสถิตย์ เป็นอธิการบดี อาจารย์จึงเป็นกำลังสำคัญในการวางแผนและก่อตั้งสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร หลังจากจัดตั้งภาควิชาวิทยาศาสตร์การอาหารขึ้นในคณะกสิกรรมและสัตวบาล ใน พ.ศ. 2509 โดยมี รองศาสตราจารย์ นาวาตรี นฤดม บุญ-หลง รักษาการหัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์การอาหาร อาจารย์ทำงานหนักในการพัฒนาภาควิชาที่นับว่าใหม่ที่สุดในประเทศไทย ทั้งการเลือกนิสิตวิชาเอก ซึ่งมีเพียง 3 คน เท่านั้นที่เกลี้ยกล่อมมาเป็นรุ่นแรกได้ จนถึงรุ่นที่ 4 ต่างก็ได้ทุนไปศึกษาต่างประเทศ และกลับมาเป็นกำลังที่สำคัญของประเทศ ความก้าวหน้าต่อมาก็คือ รองศาสตราจารย์ นาวาตรี นฤดม บุญ-หลงได้ร่วมดำเนินการจัดตั้งคณะอุตสาหกรรมเกษตร ขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศไทย โดยการสนับสนุนของท่านอธิการบดี อินทรี จันทรสถิตย์ และรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการคือ ศาสตราจารย์ ดร. สุธรรม อารีกุล นอกจากดำเนินงานด้านพัฒนาวิชาการที่ทันสมัยขณะนั้นแล้ว อาจารย์ยังช่วยเหลือ สนับสนุนสวัสดิการข้าราชการ และอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ด้วย เพื่อเป็นการผูกใจคนให้ผูกพันกับหน่วยงานของตนที่สังกัดอยู่ ในทำนองป้องกันสมองไหลนั่นเอง เนื่องจากในระยะต่อมาได้มีการก่อตั้งมหาวิทยาลัยกันหลายแห่ง

บทบาทสำคัญที่รองศาสตราจารย์ นาวาตรี นฤดม บุญ-หลง ประทับใจ และภาคภูมิใจในการเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ดีของท่าน คือการได้มีโอกาสเป็นทั้งผู้บริหารที่ดีและผู้ทำงานที่ดี ที่ได้รับโอกาสสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชา งานในหน้าที่ของอาจารย์จึงเจริญก้าวหน้ารวดเร็ว นอกเหนือจากนั้น อาจารย์ยังมีส่วนร่วมสำคัญที่ทำให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่เป็น แมวนอกสายตา หรือ ม้าเถื่อน หรือ หมูสนาม ที่มีแต่แรง สามารถชนะเลิศ รักบี้ฟุตบอลระหว่างมหาวิทยาลัยได้ โดยเฉพาะชนะจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยการเน้นความสำคัญของ โค้ และความสามัคคีในทีนักกีฬามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงขึ้นชื่อมากในด้าน ระเบียบวินัย ระบบอาวุโส ความมีน้ำใจ ความรักความสามัคคี จากกิจกรรมทัศนศึกษา และการสร้างวงดนตรี KU. BAND เรื่องอื่นๆ ที่อาจารย์ระลึกถึงด้วยความรัก และความภาคภูมิใจมากคือ การจัดงานตลาดนัดที่อาจารย์หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ กรุณาให้เป็นงานที่เปิดโอกาสให้นิสิตแสดงผลงานของตัวเอง (ปัจจุบันเรียกเกษตรแฟร์ ซึ่งมีนโยบายแตกต่างๆ ไปจากเดิมมาก) เริ่มประมาณ พ.ศ. 2495 หรือ พ.ศ. 2496ขณะที่อาจารย์เป็นนายกองค์การนิสิต โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินชมงานด้วย ในงานตลาดนัดนี้ยังริเริ่ม ลีลาศโต้รุ่งทุ่งบางเขน ของทั้งนิสิตเก่าและใหม่ โดยช่วยกันทำงานเองทุกอย่าง เป็นที่สนุกสนานและรอคอยกันมาน่าเสียดายที่ปัจจุบันไม่เห็นความสำคัญของการเป็นน้อง-พี่ ช่วยกันทำงานส่วนรวมกันไปแล้ว

ปรัชญาในการทำงานของอาจารย์นั้น อาจารย์เน้นความสำคัญไปที่ การพัฒนาคน อาจารย์จึงพยายามหาทุนจากแหล่งต่างๆ อย่างเต็มที่ และเน้นการให้ทุนแบบเป็นทีม เพื่อจะได้กลับมาทำงานได้เลย โดยเฉพาะสามารถได้ทุนการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร นอกจากสร้างทีมอาจารย์ที่เข้มแข็งแล้ว อาจารย์ก็เน้นการสร้างนิสิตที่มีคุณภาพ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จึงมีอาจารย์ระดับปริญญาเอกมากขึ้น และต่างก็แยกย้ายไปทำงานในแหล่งต่างๆ การทำงานอย่างอุตสาหะของอาจารย์ และหลักการสร้างคนของอาจารย์จึงบรรลุผลที่ว่าได้ทั้งคนดีและคนเก่ง

อาจารย์ยังแบ่งเวลาที่มีค่าส่วนหนึ่ง ไปทำการเขียนหนังสือและตำราเพื่อการพัฒนาทั้งในปัจจุบันและในอนาคตด้วย เช่น หนังสือเรื่อง อุตสาหกรรมเกษตรเพื่อความหวังใหม่ วิชาอุตสาหกรรมเกษตรเบื้องต้น วิชาการออกแบบควบคุมคุณภาพ นับว่าอุตสาหกรรมเกษตรของอาจารย์ มีบทบาทสำคัญต่อนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงของประเทศในปัจจุบัน

รองศาสตราจารย์ นาวาตรี นฤดม บุญ-หลง เป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลอย่างแท้จริง เมื่อหาเงินทุนสำรองให้แก่มูลนิธิที่ตั้งขึ้นในนามของอาจารย์เพื่อช่วยเหลือนิสิตที่ขาดแคลนเงินการศึกษา ทั้งยังเขียนหนังสือ อยากเล่าให้นิสิตฟัง โดยมีวัตถุประสงค์ให้เห็นความสำคัญของการเพิ่มงานเพื่อให้เพิ่มรายได้ ด้วยการประหยัด อดออม มีน้ำใจ และ รู้จักคิด คิดให้ถูก คิดให้เป็น โดยยึดหลักของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่รับสั่งในวันปีใหม่ว่า คิดก่อนพูด พูดแล้วทำ ทำแล้วคิด

นอกจากประสบความสำเร็จในชีวิตทำงานแล้ว รองศาสตราจารย์ นาวาตรี นฤดม บุญ-หลง ยังเป็นหัวหน้าครอบครัวที่อบอุ่นอีกด้วย มีบุตรธิดา 2 คน คนโตเป็นผู้ชายจบการศึกษาสาขา MBA คนที่สองเป็นผู้หญิงจบภาควิชาศิลปนิเทศ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิชาเอกด้านขับร้องสากล และได้เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง เป็นบุคคลที่รู้จักกันทั่วไปในฐานะเป็นดารานักร้อง และนักแสดงของชาติด้วยก็คือ คุณนันทนา บุญ-หลง อาจเป็นเพราะตัวอาจารย์เองมีลักษณะศิลปิน มีดตรีในหัวใจ และใช้ศิลปะเข้าไปในการทำงานด้านวิทยาศาสตร์การอาหารด้วย

รองศาสตราจารย์ นาวาตรี นฤดม บุญ-หลง ได้ให้คตินิยมสำหรับข้อห้ามที่คนสูงอายุไม่ควรจะทำหรือที่ควรจะทำ คือ

1. อย่าสร้างความรำคาญและรบกวนผู้อื่น

2. ต้องเจียมตัวเพราะไม่มีหัวโขนให้ใส่แล้ว

3. ไม่ทวงบุญคุณกับใคร

4. ต้องอดทน อดกลั้น และวางเฉย

สิ่งที่ผู้สรุปการสัมภาษณ์เห็นด้วยกับอาจารย์เป็นอย่างมาก ในฐานะเป็นที่ข้าราชการเกษียณด้วยกันก็คือ การทำตัวเป็นชาวเกาะ ไม่ใช่ชาวเกาะจริง ๆ แต่ให้ยอมรับว่าเป็นคนแก่ล้มง่าย ฉะนั้น เวลาเดินให้เสาะแสวงหาที่เกาะเอาไว้ อย่ามัวคิดว่ายังเก่งอยู่ เพราะถ้าหกล้มไปแล้วจะเป็นเรื่องใหญ่ และคำนึงว่า บทบาทคนแก่ควรจะเป็น แจกวิชาความรู้ และส่องทางให้คนรุ่นหลังเดิน อย่าไปบังคับขู่เข็ญให้คนอื่นทำตาที่เราชอบ ยกตัวอย่างเช่น การเลี้ยงลูกของรองศาสตราจารย์ นาวาตรี นฤดม บุญ-หลง จะไม่บังคับ แต่จะสนับสนุนให้เขาได้เรียนตามความพอใจ และตามพรสวรรค์ของแต่ละคน การดำเนินชีวิตในช่วงท้าย จึงเป็นไปด้วยดี และมีความสุขเป็นที่ยิ่ง

แหล่งข้อมูล

นฤดม บุญ-หลง. สัมภาษณ์, 29 มกราคม 2544.

นฤดม บุญหลง. สมุดประวัติประจำตัวข้าราชการกระทรวงกลาโหม, 2496.