หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ สถาปนิกผู้บุกเบิกการออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง อาคารของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เกิดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2467 ตำบลหลักเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา สำเร็จชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ ต่อจากนั้นเรียนต่อที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และศึกษาต่อ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่าง พ.ศ. 2485-2489 ได้รับอนุปริญญาสถาปัตยกรรมศาสตร์ แล้วออกไปประกอบอาชีพส่วนตัวระยะหนึ่ง ทางด้านการเกษตรและเหมืองแร่ กลับมาศึกษาต่อระหว่าง พ.ศ. 2501-2502 จนสำเร็จปริญญาตรี ได้รับปริญญาตรีสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ ได้รับการบรรจุในตำแหน่งอาจารย์ตรี แผนกวิศวกรรมเกษตร คณะกสิกรรมและสัตวบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2495 ปฏิบัติราชการตลอดมา จนกระทั่งเกษียณอายุราชการใน พ.ศ. 2528 เนื่องจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ได้ออกแบบอาคารเรียน หรืออาคารต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียน การสอน รวมทั้งปรับปรุงพื้นที่เพื่อการใช้สอน ดูแล ควบคุมการก่อสร้างทั้งที่วิทยาเขตบางเขน และวิทยาเขตกำแพงแสนด้วยความรู้ ความสามารถ กอด้วยความมีวิริยะ อุตสาหะอย่างต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จึงได้เชิญ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ ให้ทำงานต่อทั้งในฐานะสถาปนิก และอาจารย์พิเศษ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2545)

ผลงานของอาจารย์ ในฐานะผู้สอน และสถาปนิกของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สรุปโดยสังเขปดังนี้

ในฐานะอาจารย์ เมื่อรับราชการในแผนกวิศวกรรมเกษตร คณะกสิกรรมและสัตวบาล (คณะเกษตรในปัจจุบัน) อาจารย์ได้เปิดสอน 3 วิชา คือวิชาออกแบบอาคารไร่นา ซึ่งให้ความรู้ในการสร้างห้องทดลอง (lab nursery) ซึ่งอาจารย์ได้เสริมความรู้การออกแบบบ้านเพื่อให้นิสิตมีความรู้ หรือมีหลักในการออกแบบบ้านได้

วิชาต่อมาคือ การวิจัยโครงสร้าง เป็นวิชาที่ว่าด้วยการออกแบบโครงสร้างทั้งไม้ เหล็ก คอนกรีต วิชาที่สามคือ การประเมินราคาก่อสร้าง ซึ่ง 3 วิชานี้ เป็นวิชาบังคับ อาจารย์เล่าให้ฟังว่า เมื่อพบลูกศิษย์บางคนนั้น ได้เรียนให้อาจารย์ทราบว่า ได้นำความรู้ไปปรับใช้ในการปฏิบัติงาน เช่น ผู้อำนวยการสุราของไทย หรือหัวหน้าพัฒนาชุมชน ที่จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อเป็นอาจารย์พิเศษในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ อาจารย์สอนวิชาออกแบบร่าง ควบคุมวิทยานิพนธ์ วิชา Pencil Drawing ดูเรื่องหลักสูตรพิเศษคือ ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย และสอนวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม ซึ่งผู้ออกแบบจะต้องเรียนรู้ว่าคนรุ่นก่อนทำอะไร วิชาออกแบบได้พัฒนาอย่างไร จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นตึกระฟ้า

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณได้ยกตัวอย่างตึก World Trade ซึ่งเป็นแนวคิดของ Professor Mics Von de Rohe ชาวเยอรมัน ซึ่งมีแนวคิดว่า สิ่งที่มันน้อย จะให้ผลตอบแทนสูง เพราะเกี่ยวกับการใช้พื้นที่ แนวคิดคือ Which is less is more เพราะถ้าไปทำเรื่องใหญ่ๆ พื้นที่จะหด ถ้าเราทำให้น้อย ความต้องการน้อย จะมีพื้นที่รับใช้เราได้ดี ตรงกับความคิดของสถาปนิกชาวญี่ปุ่นคือ แนวคิดของ ยามาซากิ ซึ่งมีแนวคิดว่า ความงาม ไม่ใช่เรื่องของเงินทอง ไม่ใช่ราคา แต่เงื่อนไขในการเลือกใช้ของให้ถูกกาละเทศะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด beauty is not a matter of cost, it is a matter of discrimination of selection เมื่อสถาปนิก 2 คน มีความคิดตรงกัน จึงได้ออกแบบตึก World Trade ซึ่งเป็นระเบียบ สวยงาม และประหยัด ตึกระฟ้าร่วมสมัยทั้งหมด เป็นไปตามแนวคิดของสองปรมาจารย์

ในฐานะสถาปนิกของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ เป็นสถาปนิกคนเดียวในช่วงแรกๆ ทำให้อาจารย์ได้มีโอกาสรับใช้มหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการออกแบบอาคารเรียน หรืออาคารสำคัญในมหาวิทยาลัยมากมาย ทำให้ได้ใช้ความรู้ ความสามารถ ถ่ายทอดประสบการณ์อย่างเต็มที่ โดยมีโอกาสออกแบบอาคารต่างๆ ทั้งที่วิทยาเขตบางเขน และกำแพงแสน หรือในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีหน่วยงานอยู่

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ มีหลักในการทำงานว่า ต้องศึกษางานให้ตลอด ถ้ามัวรอผู้อื่นจะไม่สำเร็จ ไม่ทันเวลา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ จะคิดการณ์ล่วงหน้า หาข้อมูล เมื่อถึงเวลาก็สามารถลงมือได้ทันที ทำให้งานเสร็จเร็ว เนื่องจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ รับราชการเป็นระยะเวลานานจึงเห็นปัญหาในการใช้พื้นที่ของมหาวิทยาลัย ซึ่งได้มีการวางผังแม่บทในเวลาต่อมา

งานชิ้นแรกของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ คือ การออกแบบควบคุมการก่อสร้างโรงงานนำร่อง (Pilot Project) ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ของสหกรณ์การเกษตรผู้เลี้ยงไก่ ออกแบบคอกไก่ คอกสุกร คอกวัว บ่อเลี้ยงปลา หลังจากนั้น ได้มีโอกาสออกแบบอาคารเรียนหลายคณะ รวมทั้งศูนย์เรียนรวม หอสมุดกลางหลังแรก (ทุน Rockefeller Foundation) สำนักหอสมุด (ทุนธนาคารโลก) ตึกพักคนไข้ สนามกีฬา โรงอาหาร อนุสาวรีย์หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ กล่าวได้ว่า ช่วงรับราชการ จนเกษียณอายุราชการ (พ.ศ. 2498-2527) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ มีผลงานออกแบบอย่างสม่ำเสมอทุกปี

ความภาคภูมิใจ หลักการปฏิบัติงานของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ ในฐานะสถาปนิกคือ ความสวยงาม และประหยัด ตึกพิทยาลงกรณ์ เป็นอาคารรุ่นแรกที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ ได้ออกแบบควบคุมการก่อสร้าง โดยคำนวณการก่อสร้างได้ถูกกว่าที่สำนักงบประมาณตั้งไว้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ คิดราคาก่อสร้างตารางเมตรละ 660.00 บาท สำนักงบประมาณให้ค่าก่อสร้างตารางเมตรละ 1,200.00 บาท (พ.ศ. 2507) สำนักงบประมาณพอใจมากที่สามารถสร้างได้ในราคาถูกลงผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณเองก็เช่นเดียวกัน เพราะถือคติว่า บาทหนึ่งก็ต้องใช้ได้ร้อยสตางค์ จะไม่ให้หลวงขาดเลย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ ได้ออกแบบอาคารสำนักงานหลายหลัง แต่อาคารที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ ภาคภูมิใจมากคือ อาคารศูนย์เรียนรวมหลังแรก (ศร. 1) เพราะเป็นอาคารที่มีคุณค่าในวงการศึกษา ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ ก่อนมีการก่อสร้าง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ ไปดูงานที่ University of California, Los Angles สหรัฐอเมริกา ได้นำความรู้มาปรับใช้ในการออกแบบ อาคารศูนย์เรียนรวม 1 โดยศึกษาข้อมูลหลายด้าน เพื่อให้เป็นอาคารเรียนที่สบาย สวยงาม คุ้มค่าในการลงทุน ศึกษาตั้งแต่ขนาด รูปร่างของคนไทย (study human size) บรรยากาศ ให้ความสำคัญกับนิสิต โดยชั้นล่างเป็นที่โล่ง สำหรับนิสิตใช้เป็นมุมพักผ่อน มีแอ่งตรงกลางเป็นจุดทัศนียภาพ เพื่อความร่มรื่นสวยงาม ภายหลังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ซ่อมเทคอนกรีตปิดหมด ต่อเติมห้องชั้นล่าง ผิดจุดประสงค์การออกแบบ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ มีความเห็นว่า ไม่ควรทำเช่นนั้น เพราะทำให้นิสิตไม่มีที่พักผ่อน

ความภาคภูมิใจในการออกแบบล่าสุดคือ อาคารสารนิเทศ 50 ปี เป็นอาคารที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ ได้ใช้ความรู้ ความสามารถเต็มที่ เป็นอาคารสมัยใหม่ เน้นการใช้ประโยชน์ให้มาก แต่ได้เสริมศิลปะไทยเพื่อความสวยงาม ตรงซุ้มบันได ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ ใช้ลายก้ามปูของไทยเป็นโครงสร้าง (Structure) ซึ่งแข็งแรงมาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ เล่าว่า ยังไม่เห็นที่อื่นทำ บนตึกสารนิเทศ 50 ปี มีสัญลักษณ์ดอกบัว 3 ดอก ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งปัญญา ซึ่งหมายถึงการศึกษา พัฒนาจนได้ปริญญา มีปัญญา เมื่อเริ่มออกแบบ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ เขียนและขยายแบบเอง โดยเฉพาะการลงตัวหนังสือที่ยาก เพื่อความถูกต้อง และมั่นใจว่างานประณีตครบถ้วน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ ได้ให้ความรู้ทางสถาปัตยกรรมด้วยว่า อาคารที่สร้างเพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสต่างๆ การออกแบบจะต้องมีบริเวณด้านหน้าให้มาก จะเป็นสวนหรือสระน้ำก็ได้ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ต้องการให้เป็นสระน้ำ ให้ปฏิบัติตามธรรมเนียมที่เคยมีมา (หอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีสระน้ำหน้าอาคาร) นอกจากนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ ได้ออกแบบเสาธงเป็นพิเศษ ทั้งที่หอประชุม และตึกสารนิเทศ 50 ปี บนยอดเสาทำเป็นหยดน้ำเหมือนน้ำฝนไหลกระจายลงมา ถ้าทำเสาธงปลายแหลม หากธงขึ้นไปติดจะเอาไม่ลง และฉีกขาด เมื่อ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ ออกแบบเป็นหยดน้ำข้างบนแล้ว เส้นของเสาธงเหมือนกับกระแสน้ำลงมา การออกแบบเสาธงเป็นสิ่งหนึ่งที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ ภูมิใจ เพราะได้เสาธงที่สง่าและมีความหมายดี

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ ได้ปรารภว่า แม้อาจารย์จะมีผลงานมาก งานหลายชิ้นให้ความสุขและความภาคภูมิใจ แต่งานทุกชิ้นกว่าจะแล้วเสร็จได้ มีความยากลำบากมาก เพราะเมื่อเริ่มทำงาน จะไม่มีวิศวกรที่ปรึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไม่ได้จ้างใครมาช่วย งานทุกชิ้นยากลำบากมาก เพราะผมต้องทำงานด้านเอ็นจิเนียด้วย ต้องไปศึกษางานเอง ทำเองทางด้านถาปัตย์กับเอ็นจิเนีย เมื่อเรียนรู้ทั้งหมด ความยากก็จะลดลง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ มีประสบการณ์การออกแบบต่อเนื่อง และหลายบรรยากาศ โดยต้องแก้ไขปัญหาควบคู่ไปด้วย แต่รู้สึกภาคภูมิใจ โดยเฉพาะได้มีโอกาสออกแบบที่ประทับพักผ่อนพระอิริยาบทให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่สวนสองแสน ซึ่งเป็นอาคารหลังแรกของโครงการหลวง งบประมาณที่ได้น้อยมาก แต่ในที่สุดก็สำเร็จลงได้ เพราะผู้รับเหมายินดีสร้างถวายด้วย

นอกจากเป็นอาจารย์ เป็นสถาปนิกมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดังได้สรุปข้างต้นแล้ว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ มีความสนใจ ศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง โดยมีความรู้ ได้เห็นด้วยตนเอง โดยช่วงที่ไปประกอบอาชีพส่วนตัว 8-9 ปี ก่อนที่จะสำเร็จปริญญาตรี ด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ เล่าว่า ได้พบพระกรรมฐาน ซึ่งเป็นความปิติยิ่ง ทำให้เกิดกำลังใจว่า การที่จะต่อสู้ชีวิต ต้องทำงานให้หนัก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ มีความสนใจทั้งปฏิบัติธรรมและเขียนตำรา จนถึงปัจจุบันนี้

ความทรงจำและความประทับใจในรั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ ได้ตั้งปณิธานว่า จะไม่เลือกงาน แต่ขอให้เป็นงานสุจริต การที่มีโอกาสรับราชการที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อยู่ในแวดวงการศึกษาของชาติ จึงเป็นงานที่พอใจมาก หลักในการปฏิบัติงานคือ หนึ่ง จะทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด สอง ประหยัด มัธยัสถ์ ใช้เงินให้คุ้มค่า สาม ทำเฉพาะงานสร้างสรรค์ เท่านั้น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ เล่าให้ฟังว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีกำเนิดอย่างไม่พร้อม แต่มีพี่เลี้ยงชั้นดีคือ กรม กองต่างๆ ที่อยู่ในเกษตรกลางบางเขน ช่วยอนุเคราะห์ ทั้งด้านอาคาร สถานที่ และอาจารย์ (บุคลากรของกรมต่างๆ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ระยะแรกมีไม่กี่ตึก ตึกหลังแรกคือ ตึกสัตวบาล ตั้งอยู่ที่ประตูสอง ภายหลังใช้เป็นร้านสหกรณ์หลายปี (หอประวัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปัจจุบัน) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้สร้างตึกเพิ่มในเวลาต่อมา แต่เมื่อต้องใช้พื้นที่มาก ก็เริ่มมีปัญหาเพราะไม่ใช่ที่ของเรา อาคารต่างๆ กระจายทั่วไป มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เชิญชวนให้นิสิตทุกคนใช้จักรยาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ เล่าว่า ...จักรยานของเราแผ่ไปทั่วเกษตร ไปทางไหนจอดกันเกะกะไปหมด กรม กองต่างๆ เริ่มเบื่อหน่าย เพราะผู้อาศัยมีมากกว่าจำนวนเจ้าของ นิสิตจำนวนเป็นพันก็เบียดเบียนสถานที่เขา การที่มหาวิทยาลัยไม่มีพื้นที่เป็นของตัวเองผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ จึงได้เสนอมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ขอการสนับสนุนให้มีการแบ่งพื้นที่ ระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เป็นสัดส่วน ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ขณะนั้นคือ หลวงอิงคศรีกสิการ และศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ นคร ซึ่งได้เสนอต่อนายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์คือ จอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น โดยเสนอขอที่ดินเป็นสัดส่วน มีถนนสายกลางคือ ถนนหลวงสุวรรณใช้เป็นเส้นแบ่งเขต แต่ตึกทั้งของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ และของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บางตึกยังอยู่ชิดติดกัน บุคลากรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรม กองของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังคุ้นเคยกันเช่นเดิม การที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีที่ของตนเองนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ ได้ยกย่อง จอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งเห็นความสำคัญของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ เพราะสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนที่ดิน และส่งเสริมให้ขยายมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อีกด้วย

ความทรงจำในฐานะสถาปนิก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ เล่าว่า ในระยะแรกๆ หน่วยราชการไม่เห็นความสำคัญหรือคุณค่าของนักออกแบบ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ ต้องทำงานโดดเดี่ยว ต้องพยายามสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ เมื่อเสนอความคิดเห็นบางครั้ง มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ไม่เห็นด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ ปรารภว่า ...เขาตีคุณค่าความคิดเราน้อยไป ตรงนี้เจ็บปวด แต่ไม่เจ็บตัว มีหลายครั้งที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ ได้แก้ไขปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายในการก่อสร้าง ภาพเหล่านี้คือความทรงจำในอดีต แต่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ มิได้ติดใจหรือนำมาคิด เพราะมีความสุขและความภาคภูมิใจที่ได้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้แก้ไขปัญหาจนสำเร็จลุล่วงด้วยดี มีผลงานมากมายที่เกิดจากความมุ่งมั่น วิริยะ อุตสาหะ และอุทิศตนเพื่อวิชาชีพอย่างแท้จริง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุดคือ ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก

ด้านครอบครัว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ สมรสกับ รองศาสตราจารย์อนงค์ (ยมจินดา) พูนสุวรรณ ภาควิชาคหกรรมศาสตร์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีบุตรธิดา 2 คน คือ นายธานี พูนสุวรรณ ซึ่งทำงานด้านแปล อัดเสียง และร้องเพลง ทำงานบริษัทที่รับงานจาก Hollywood และนางธิดา วงศ์วิชิต ทำงานเป็นแอร์โฮเตบริษัท การบินไทย จำกัด

แหล่งข้อมูล

ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ. สัมภาษณ์, 17 กันยายน 2544.

ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ. สมุดประวัติประจำตัวข้าราชการกระทรวงเกษตร, 2498.