หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


ศาสตราจารย์ ดร. ทวี ญาณสุคนธ์ เกิดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2460 เป็นบุตรของนายตา นางสมบุญ ญาณสุคนธ์ ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยบิดามีอาชีพครู ได้รับการศึกษาระดับการศึกษามาตลอด หลังจากนั้นจึงมาศึกษาต่อระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และได้ศึกษาเพิ่มเติมที่โรงเรียนราชบุรีวิทยาลัยอีกหนึ่งปี ซึ่งเป็นโอกาสให้ได้เรียนวิชาภาษาไทยกับขุนสุนทรภาษิต ซึ่งท่านมีความประทับใจกับการสอนของอาจารย์ท่านนี้เป็นอย่างมาก จากนั้นจึงได้สอบชิงทุนเล่าเรียนหลวง เพื่อไปศึกษาระดับปริญญาตรีด้านเกษตรศาสตร์ที่ University of the Philippines at Los Banosประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อจบการศึกษาใน พ.ศ. 2487 จึงได้กลับมารับราชการที่กระทรวงเกษตราธิการ (กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในปัจจุบัน) ต่อมาได้ย้ายสังกัดไปอยู่กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรับทุนคุรุสภาไปศึกษาต่อในสาขาวิทยาศาสตร์ผลิตภัณฑ์นม (Dairy Science) ที่ Utah State University ประเทศสหรัฐอเมริกาจนจบปริญญาโท จึงได้ย้ายมาศึกษาที่ Southern California University และได้จบการศึกษาระดับปริญญาเอกในสาขาจุชีววิทยาที่ มหาวิทยาลัยแห่งนี้เมื่อ พ.ศ. 2521 หลังจากนั้นได้ทำการวิจัยหลังปริญญาเอกต่ออีกประมาณหนึ่งปี จึงเดินทางกลับประเทศไทยและโอนสังกัดมาเป็นอาจารย์ที่ภาควิชาชีววิทยา คณะกสิกรรมและสัตวบาล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และได้รับราชการที่ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ จวบจนเกษียณอายุราชการเมื่อ พ.ศ. 2498 โดยได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประมาภรณ์มงกุฎไทย เป็นระดับสูงสุด

ศาสตราจารย์ ดร. ทวี ญาณสุคนธ์ มีประสบการณ์การทำงานอย่างหลากหลาย โดยที่ในขณะรับราชการที่กระทรวงเกษตราธิการ ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าสถานีทดลองที่อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีสาขาย่อยอยู่ในความรับผิดชอบอีกหลายสาขา ซึ่งท่านจะต้องเดินทางไปตรวจราชการที่สาขาเหล่านี้เป็นประจำทุกเดือน ที่สถานีทดลองแห่งนี้นอกจากจะได้นำความรู้ที่ได้ศึกษามาพัฒนางานด้านวิชาการแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นนักบริหารตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สำหรับการเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น ในระยะแรกๆ ได้ทำการสอนทั้งวิชาสัตววิทยาและพฤกษศาสตร์ ต่อมาเมื่อคณะกสิกรรมและสัตวบาล บรรจุวิชาจุชีววิทยาไว้ในหลักสูตร ศาสตราจารย์ ดร. ทวี ญาณสุคนธ์ ได้เป็นกำลังสำคัญในการจัดให้มีการเรียนการสอนวิชานี้ นอกจากวิชาจุชีววิทยาเบื้องต้นแล้ว ยังได้สอนวิชาจุชีววิทยาทางดิน และเมื่อมีการจัดตั้งภาควิชาวิทยาศาสตร์การอาหาร ท่านได้เป็นผู้สอนวิชาจุชีววิทยาทางอาหารให้กับนิสิตรุ่นแรกๆ นอกจากนั้นยังได้รับเชิญให้ทำการสอนวิชาด้านจุชีววิทยาที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เมื่อตั้งคณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์ใน พ.ศ. 2509 ท่านได้นำหลักสูตรจุชีววิทยาบรรจุไว้เป็นวิชาเอกสาขาหนึ่งของภาควิชาชีววิทยา จนต่อมาได้พัฒนาเป็นภาควิชาจุชีววิทยาในปัจจุบัน นอกจากหลักสูตรปริญญาตรีแล้ว ยังได้มีนโยบายให้จัดทำหลักสูตรระดับปริญญาโทขึ้นพร้อมๆ กัน ซึ่งเป็นผลให้สาขาวิชาจุชีววิทยา พัฒนาได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านงานวิจัยซึ่งอาจารย์จะต้องควบคุมนิสิตทำวิทยานิพนธ์ โดยที่ ศาสตราจารย์ ดร. ทวี ญาณสุคนธ์ ได้มีลูกศิษย์ อยู่ในความดูแลเป็นจำนวนมาก และได้ผลงานที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ และยังเป็นการวิจัยที่นำหลักการทางวิทยาศาสตร์มาใช้กับภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การศึกษาจุลินทรีย์ในอาหารหมักดองของไทย นอกจากนั้นยังได้มีการร่วมมือกับต่างประเทศ กล่าวคือได้ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานคแรกของโครงการวิจัยร่วมด้านจุชีววิทยาระหว่างสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และ Japanese for The Promotion of Science ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งโครงการดังกล่าวได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ศาสตราจารย์ ดร. ทวี ญาณสุคนธ์ ได้มีโอกาสไปดูงานและประชุมวิชาการในต่างประเทศหลายครั้ง และเป็นประธานจัดการฝึกอบรมระดับนานาชาติของยูเนโก โดยสาขาวิชาจุชีววิทยาเป็นเจ้าภาพ ซึ่งนับได้ว่าเป็นการประชุมนานาชาติสาขาจุชีววิทยาเป็นครั้งแรกของประเทศไทย จึงกล่าวได้ว่า ศาสตราจารย์ ดร. ทวี ญาณสุคนธ์ เป็นผู้บุกเบิกงานด้านจุชีววิทยา ไม่ใช่เพียงเฉพาะภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เท่านั้น หากแต่ยังเป็นผู้บุกเบิกงานด้านนี้ของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุชีววิทยาในด้านที่ไม่เกี่ยวกับการแพทย์ เช่น จุชีววิทยาทางการเกษตร อุตสาหกรรม และอาหาร

การก่อให้เกิดหลักสูตรจุชีววิทยาในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และการเป็นผู้บุกเบิกงานด้านนี้ นับว่าเป็นความภูมิใจของท่านงานหนึ่ง ผมก็ดีใจในเรื่องจุชีววิทยามันได้ดั่งใจผม รู้ว่าเริ่มสอนเราควรสอนอะไร เพื่อให้นักเรียนเข้าใจถึงสิ่งมีชีวิตธรรมชาติ โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ มันมีนะข้อสังเกตที่บอกว่ามันมีจริงๆ นะ…

อาจกล่าวได้ว่า ศาสตราจารย์ ดร. ทวี ญาณสุคนธ์ เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับคนรุ่นหลัง ในการสนองราชการอย่างเต็มความสามารถโดยไม่เลือกงาน โดยที่เมื่อมารับราชการใน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในระยะแรกๆ มหาวิทยาลัยฯ ยังขาดแคลนอาจารย์วิชาภาษาอังกฤษ ท่านจึงได้รับมอบหมายให้สอนวิชานี้นอกเหนือจากวิชาในสายงานโดยตรง โดยรับภาระงานด้วยความเต็มใจ และสนุกกับงานสอนดังกล่าว

ศาสตราจารย์ ดร. ทวี ญาณสุคนธ์ เป็นทั้งนักวิชาการและนักบริหาร ตั้งแต่เริ่มเข้ารับราชการในตำแหน่งหัวหน้าสถานีทดลอง หัวหน้าภาควิชาชีววิทยา เป็นผู้ก่อตั้งคณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์ โดยเป็นคณบดีคนแรกของคณะนี้และดำรงตำแหน่งต่อมาอีกหลายสมัย จนเกษียณอายุราชการ ระหว่างดำรงตำแหน่งคณบดี ท่านได้มีความคิดริเริ่มและดำเนินการให้สำเร็จลุล่วงในหลายๆ เรื่อง ที่สำคัญได้แก่การพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัยและเหมาะสมกับประเทศ ได้เล็งเห็นความสำคัญของวิชาภาษาไทย จึงได้มีนโยบายให้บรรจุวิชานี้ไว้เป็นวิชาบังคับของหลักสูตรคณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์ ทั้งนี้เพื่อมุ่งหวังให้บัณฑิตที่จบจากคณะนี้สามารถพูดและเขียนภาษาไทยได้ถูกต้อง ซึ่งเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของการเป็นคนไทย

ด้วยคุณูปการที่มีต่อ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดังได้กล่าวแล้ว สภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้มีมติอนุมัติให้ ศาสตราจารย์ ดร. ทวี ญาณสุคนธ์ รับพระราชทานปริญญาวิทยาศาสตร์ดุฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาจุชีววิทยา เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2524

จากชีวิตในวัยเด็กที่อยู่ในชนบท ศาสตราจารย์ ดร. ทวี ญาณสุคนธ์ มักกล่าวเสมอๆ ว่า ผมเป็นคนบ้านนอก และทั้งๆ ที่หลังจากเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่หกแล้ว ได้ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ มาตลอด และได้ไปศึกษาต่างประเทศเป็นเวลากว่าสิบปี ท่านก็ยังมีความผูกพัน และเห็นถึงคุณค่าของวิถีชีวิตของคนชนบทเป็นอย่างมาก ผมอยากจะพูดว่าการอยู่ชนบทนั้น ถึงเวลาเขาไถนาเราเคยเห็นเขาทำ เราเคยเก็บข้าว ตัดต้นไม้ ผ่าฟืน ฯลฯ ถือเป็นการฝึกฝนอย่างหนึ่ง มองเห็นน้ำหนักหรือนึกในด้านฟิสิกส์ว่า ของต้องตกจากฟ้ามาลงดินเพราะโลกดึงดูด หรือหน้าฝนเราไปจับกบ ถลกหนังกบและแกงกบ เรียกว่าเรียนรู้ไปในตัว เวลาผมเข้าเรียนในโรงเรียน แล้วเข้ามหาวิทยาลัย เขาให้ผมเรียนชีววิทยา สัตววิทยา และพฤกษศาสตร์ ผมรู้สึกว่าง่าย แม้แต่การให้ผมฟันดิน ปลูกต้นไม้ก็ง่ายมาก เพราะผมเคยเห็นและเคยทำมามากแล้ว ฉะนั้นการฝึกเบื้องต้นที่บ้านเป็นเรื่องดี นอกจากนั้นท่านยังมีความปรารถนาเป็นอย่างยิ่งที่จะให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาชนบท ซึ่งเป็นการพัฒนาเพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ โดยยังคงรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้ได้ นอกจากนั้นท่านยังสนใจปัญหาสังคมด้านอื่นๆ ได้แก่การให้การศึกษาด้านเพศศึกษากับเยาวชนอย่างถูกต้อง ปัญหาความไม่ยุติธรรมในสังคม และปัญหาบ้านเมืองด้านอื่นๆ ดังเห็นได้จากการที่ได้มีบทบาทเป็นนายกชมรมไทยอาสาสมัคร สมัยที่ประเทศไทยมีปัญหาการปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์

ศาสตราจารย์ ดร. ทวี ญาณสุคนธ์ สมรสกับ อาจารย์บุณย์ศิริ สาตพันธ์ เมื่อ พ.ศ. 2503 ได้ใช้ชีวิตที่อบอุ่นหลังเกษียณอายุราชการกับครอบครัว ซึ่งมีทั้งภรรยา บุตร ธิดา และหลานปู่หลานตา เนื่องจากความอบอุ่นและความสุขของครอบครัวญาณสุคนธ์นี้เอง ที่ทั้งบุตรและธิดา ซึ่งได้มีครอบครัวและมีที่อยู่อาศัยของตนเองแล้ว ยังสมัครใจที่จะอยู่ร่วมกับท่านเป็นครอบครัวใหญ่ในบ้านที่ร่มรื่นไปด้วยไม้นานาพรรณ ในวัยแปดสิบสองปี ท่านยังมีสุขภาพแข็งแรง มีความคิดทันสมัย ติดตามความก้าวหน้าทางวิชาการ สนใจปัญหาสังคมและบ้านเมือง มีความห่วงใยและติดตามตามการเปลี่ยนแปลงของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ตลอดมา และได้ให้แง่คิดที่มีประโยชน์ไว้หลายประการดังคำให้สัมภาษณ์ ผมมามหาวิทยาลัยครั้งแรก เพราะมีนักเรียนต้องเตรียมแปลงปลูก ผมก็ดีใจนะที่อยู่เกษตร ประทับใจในขณะนั้นว่าเป็นกิจกรรมที่ดี ประทับใจที่ว่าเวลาเราปลูกผักก็ดี ปลูกข้าวก็ดี ปลูกฝ้ายก็ดี เวลาที่เราเดินเข้าไปในแปลง ไปพรวนดินหรือเก็บหนอนหรือใส่ปุ๋ย ความรู้สึกในการเดินมันเป็นเหมือนกับบ้านเรา เป็นโรคหรือเปล่า เหี่ยวแห้งยังไง มันเป็น natural habitat คุณเดินเข้าไปในสวนหรือไม่ก็นาข้าว สิ่งแวดล้อมมันไม่เหมือนกัน มันเปลี่ยนแปลง คุณจะมองอะไร ข้าวที่ออกรวงหรือดินที่เน่า สายตามันบอกเรา ประมาณได้ว่าข้าวนี่นาดี หรือแมลงเยอะแล้ว และ เมื่อกี้คำถามมีว่า มหาวิทยาลัยควรจะมีปรับปรุงหรือไม่ ผมตอบว่า มี มีการตั้ง มหาวิทยาลัยสาขาขึ้นหลายแหล่เสียงประมาณเพิ่มขึ้นด้วย เราควรที่จะทำประโยชน์ได้หลายอย่าง การทำหลักสูตรน่าจะเปิดช่องให้มีการค้นคว้าการจัดหลักสูตรเสรี บางครั้งการจัดหลักสูตรนั้นมันอาจไม่เหมือนกับมหาวิทยาลัยอื่น เราอย่าไปกลัว ไปแคร์ ทำเลผมคิดอย่างนี้นะ เรามัวแต่ไอ้นี่ธรรมศาสตร์เขาไม่ทำ จุฬาเขาไม่ทำ เราต้องเป็นตัวของตัวเอง

การสรุปย่อบทสัมภาษณ์ ศาสตราจารย์ ดร. ทวี ญาณสุคนธ์ เป็นเรื่องที่ยากยิ่ง เนื่องจากเกือบทุกถ้อยคำที่ให้สัมภาษณ์ นอกจากจะเป็นข้อมูลด้านประวัติชีวิตแล้ว ยังแฝงด้วยปรัชญา แนวคิด และวิสัยทรรศน์ที่ท่านมีต่อการดำเนินชีวิต สังคมไทย การทำงาน การเรียนการสอน และหลักการทางวิทยาศาสตร์ ตลอดจนได้เชื่อมโยงแนวคิดเหล่านี้อย่างผสมกลมกลืน โดยที่การย่อไม่สามารถนำมากล่าได้ทุกสาระหรือถ่ายทอดได้ลึกซึ้งเท่าคำให้สัมภาษณ์

แหล่งข้อมูล

ทวี ญาณสุคนธ์. สัมภาษณ์, 20 ตุลาคม 2543.

ทวี ญาณสุคนธ์. สมุดประวัติประจำตัวข้าราชการกระทรวงเกษตราธิการ, 2483.