หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


ศาสตราจารย์เต็ม สมิตินันทน์ เกิดวันที่ 27 มิถุนายน 2463 เป็นบุตรคนที่ 6 ของคุณพระวิจารณ์นาก(ต่าน สมิตินันทน์) และนางวิจารณ์นาก(ตุ้ม สมิตินันทน์) มีพี่น้องร่วมมารดาเดียวกัน 8 คน ภูมิลำเนากรุงเทพฯ สำเร็จชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนมัธยมโฆสิสโมสร เมื่อ พ.ศ. 2477 สำเร็จชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายแผนกภาษา จากโรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์ เมื่อ พ.ศ. 2480 สำเร็จวิชาการป่าไม้ จากโรงเรียนวนศาสตร์ จังหวัดแพร่ เมื่อ พ.ศ. 2482 ปริญญาวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ สาขาวนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2512 ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาชีววิทยา จากมหาวิทยาลัยศรีนครินรวิโรเมื่อ พ.ศ. 2523 และปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาชีววิทยา จากมหาวิทยาลัยศิปากเมื่อ พ.ศ. 2523

เมื่อเยาว์วัย เป็นเด็กไม่ซุกซน ขี้งอน แต่ไม่งอแง เริ่มเรียนหนังสือครั้งแรกกับบิดา บิดาเป็นคนสอนหนังสือให้ลูกๆ เอง ทั้งสอนเลขบวก-ลบ-คูณ-หาร ให้ตามลำดับ มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ชอบเรียน ชอบเขียน ชอบอ่าน จนอายุได้ 6 ขวบ จึงได้เข้าโรงเรียนมัธยมโฆสิสโมสร (วัดระฆังชาย) เป็นผู้ที่ชอบอ่านหนังสือมาก หนังสือในตู้ของบิดามีเท่าไรจะเอามาอ่านหมด เมื่อจบการศึกษาได้เข้าทำงานที่กรมป่าไม้ จนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ไปเป็นทหารอยู่ 1 ปี 6 เดือน ความที่เป็นคนอดทน ไม่เคยบ่นว่าลำบาก ไม่ว่าเรื่องอาหารการกิน หรือที่อยู่อาศัย บิดามารดาเป็นห่วงมาก

ศาสตราจารย์เต็ม สมิตินันทน์ได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิกงานทางพฤกษศาสตร์ในยุคปัจจุบัน ทั้งงานด้านสำรวจ และวิจัยพรรณไม้ ที่สำคัญคืองานโครงการพรรณพฤกษชาติของประเทศไทย (Flora of Thailand) ท่านได้ใช้ความรู้ ความสามารถของท่านดำเนินการ และขอความร่วมมือกับบรรดานักพฤกษศาสตร์ต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ เป็นคณะทำงานขึ้น อาทิเช่น นักพฤกษศาสตร์ของสถาบันพฤกษศาสตร์เมืองออร์ฮุหอพรรณไม้มหาวิทยาลัยโคเปเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก หอพรรณไม้ไลเดน ประเทศเนเธอร์แลนด์ หอพรรณไม้กรุงปารีประเทศฝรั่งเศส หอพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์คิว หอพรรณไม้มหาวิทยาลัยเอดินเบเรอ สหราชอาณาจักร หอพรรณไม้กรุงเกียโต ประเทศญี่ปุ่น หอพรรณไม้กรุงนิยอร์ประเทศสหรัฐอเมริกา อีกทั้งมีนักพฤกษศาสตร์ จากสถาบันอื่นๆ อีก จำนวนหลายท่านที่ยินดีให้ความร่วมมือในโครงการนี้ ทำให้การสำรวจและการวิจัยพรรณไม้ของไทยได้ดำเนินการไปอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น มีผลการวิจัยปรากฏออกมามากมาย จนเป็นที่รู้จักและยอมรับในวงการพฤกษศาสตร์สากล จากความสามารถที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิปากและมหาวิทยาลัยศรีนครินรวิโรจึงได้มอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ให้ นับเป็นข้าราชการกรมป่าไม้คนแรกที่ได้รับเกียรติอันนี้ ทั้งยังได้รับเกียรติให้เป็นสมาชิกของ Linnean Society แห่งกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เป็นราชบัณฑิตประเภทวิทยาศาสตร์ชีวภาพ และเป็นประธานสำนักวิทยาศาสตร์ราชบัณฑิตสถาน จากความเชี่ยวชาญทางด้านพฤกษศาสตร์และมีมนุษยสัมพันธ์อันดีเลิศ บรรดานักพฤกษศาสตร์จึงตั้งชื่อพรรณไม้ให้เป็นเกียรติมากมายกว่า 20 ชนิด อาทิเช่น Eulalia Smitinandiana Bor, Smitinandiana helferi Houltum เป็นต้น ส่วนพรรณไม้ที่ท่านพบใหม่และตั้งชื่อไว้ก็มีอยู่หลายชนิด เช่น ปรง หรือมะพร้าวเต่า (Cycas Micholitzii Dyer var. Simplicipinna Smitinand) การทุ่มเททั้งกำลังกาย กำลังใจ และกำลังความคิดของท่านทำให้งานด้านพฤกษศาสตร์ของประเทศไทยเจริญขึ้นทัดเทียมกับวงการพฤกษศาสตร์สากล

ตลอดชีวิตที่รับผิดชอบงานทางพฤกษศาสตร์ ท่านได้ทำการส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาฝึกอบรมด้านพฤกษศาสตร์ให้แก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาและผู้ร่วมงาน ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกพฤกษศาสตร์และสัตวศาสตร์ จนถึงภายหลังเกษียณอายุราชการ ท่านยังห่วงใยช่วยติดต่อประสานงาหาแหล่งเงินทุนจากต่างประเทศในการศึกษาขั้นสูงให้กับนักพฤกษศาสตร์ของกรมป่าไม้ โดยได้สนับสนุนให้ นายธวัชชัย สันติสุข นักพฤกษศาสตร์รุ่นแรกๆ ของหอพรรณไม้ ศึกษาต่อทางด้านพฤกษศาสตร์อนุกรมวิธาน จนจบปริญญาเอกจาก University of Copenhagen ประเทศเดนมาร์ก เป็นคนแรกด้วย ตามด้วย ดร. ชวลิต นิยมธรรม จบจาก Aurhus University ประเทศเดนมาร์ก ดร. วีระชัย นคร จบจาก State University of New York ประเทศสหรัฐอเมริกา ดร. ดวงใจ ศุเฉลิม จบจากโตเกียประเทศญี่ปุ่น และ ดร. ก่องกานดา ชยามฤต จบจากโตเกียประเทศญี่ปุ่น เมื่อบัณฑิตเหล่านี้จบการศึกษากลับมาแล้ว ได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่คณะวนศาสตร์และแก่วงการป่าไม้เป็นจำนวนมาก บัณฑิตหลายคนมีผลงานจนเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ จนต่างประเทศยอมรับในความสามารถของบัณฑิตที่จบจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

นอกจากการสนับสนุนด้านการศึกษาและฝึกอบรมแล้ว ท่านยังฝึกฝนและสั่งสมประสบการณ์ให้นักพฤกษศาสตร์และผู้ร่วมงานออกสำรวจพรรณไม้ในป่า โดยจัดเป็นคณะใหญ่ มีท่านเป็นหัวหน้าคณะ ท่านจะเดินนำหน้าอธิบายไปเรื่อยๆ ต้นไม้ชื่ออะไร วงศ์ใด สังเกตได้อย่างไร ลูกทีมก็เดินบ้าง วิ่งบ้าง เพื่อจะตามทำงานให้ทัน และจดตามที่ท่านอธิบาย นี่คือการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับนักพฤกษศาสตร์รุ่นใหม่

ทางด้านวิชาการ ท่านเป็นกำลังสำคัญในการทำอนุกรมวิธานพืชและบัญญัติศัพท์พฤกษศาสตร์เป็นภาษาไทยซึ่งใกล้จะสำเร็จอยู่แล้ว แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ที่ท่านไม่สามารถอยู่เห็นผลงานของท่านที่ได้เพียรพยายามทำไว้ โดยถึงแก่กรรมเสียก่อน

นับว่าชีวิตจิตใจของท่านผูกพันอยู่กับงานพฤกษศาสตร์อย่างยากที่จะแยกจากกัน ได้ดังรากผลงานมากมายด้านพฤกษศาสตร์ และนิเวศวิทยาป่าไม้ นอกจากนี้ยังมีผลงานอีกหลายเรื่องที่ได้ทำค้างไว้ ได้แก่การศึกษาพรรณไม้วงศ์ก่อ (Fagaceae) พรรณไม้วงศ์ยาง (Dipterocarpaceae) พรรณไม้วงศ์กล้วยไม้ (Orchidaceae) และผลงานในตำแหน่งบรรณาธิการร่วมหนังสือ Flora of Thailand

ศาสตราจารย์เต็ม สมิตินันทน์ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ คือ ประมาภรณ์ช้างเผือก เมื่อ พ.ศ. 2521 ดุษฎีมาลาเข็มศิลปวิทยา เมื่อ พ.ศ. 2524 มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก เมื่อ พ.ศ. 2534 และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากต่างประเทศ คือ Danebrog ชั้น 4 จากประเทศเดนมาร์ก เมื่อ พ.ศ. 2507 Danebrog อัศวิน (Riddes) ชั้นที่ 1 จากประเทศเดนมาร์ก เมื่อ พ.ศ. 2509

หลังจากเกษียณอายุราชการแล้ว ได้เดินทางไปปฏิบัติงานทางพฤกษศาสตร์อีกหลายครั้ง หอพรรณไม้ต่างประเทศ เช่น หอพรรณไม้กรุงปารีประเทศฝรั่งเศส หอพรรณไมUniversity of Copenhagen ประเทศเดนมาร์ก ฯลฯ นอกจากนี้ยังร่วมประชุมความก้าวหน้าในการจัดทำหนังสือพรรณพฤกษชาติของไทยทั้งในและต่างประเทศทุกครั้ง ท่านจึงดำรงตำแหน่งสำคัญๆในการพัฒนางานพฤกษศาสตร์ เช่น ที่ปรึกษา วิทยากร กรรมการ ในระดับแต่ละระดับนานาชาติ ตลอดมาจนถึงแก่อนิจกรรมในวันที่ 18 มีนาคม 2538

แหล่งข้อมูล

อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ ศาสตราจารย์เต็ม สมิตินันทน์. วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร วันที่ 27 มิถุนายน 2538.