หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณ เกิดเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2466 บ้านเริงวรรณ ถนนสีลม กรุงเทพฯ เป็นบุตรชายคนที่สองของหม่อมเจ้าวัลภากร วรวรรณ คุณแม่ชื่อหม่อมชั้น จากสกุลบุนนาค

ในระดับประถมศึกษา (พ.ศ. 2470-2471) ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนผดุงดรุณี และย้ายไปเข้าโรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์ จนจบมัธยมศึกษา (มัธยมปีที่ 6) ใน พ.ศ. 2480 ในระยะนี้เองที่ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณเกิดความสนใจในวิชาการเกษตร โดยเห็นตัวอย่างที่หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร (ท่านลุง) ออกไปทำฟาร์มอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ฟาร์มบางเบิดอันมีชื่อเสียง) และได้อ่านบทความต่างๆ ของท่านในหนังสือพิมพ์กสิกร ซึ่งหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร ทรงเป็นผู้ก่อตั้งขึ้น ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณมีความชื่นชม และหลงไหลชีวิตการทำฟาร์มของท่านลุงมาก และหลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์แล้ว จึงได้ไปศึกษาต่อที่โรงเรียนเกษตรกรรมแม่โจ้ (ในปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยแม่โจ้) ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในขณะนั้น (พ.ศ. 2483) แม่โจ้ยังมีสภาพเป็นป่า หอนอนเป็นโรงเรียนไม้ยาใต้ถุนสูง ฝาเป็นไม้ไผ่ขัดแตะ หลังคามุงด้วยใบตองตึง แต่ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณก็มีความบากบั่นอดทน และสามารถเรียนอย่างได้ผลดี จนกระทั่งจบการศึกษา ใน พ.ศ. 2484 หลังจากนั้นได้มาเข้าเรียนที่วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใน พ.ศ. 2485 (ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ใน พ.ศ. 2486) และจบการศึกษาได้รับปริญญากสิกรรมและสัตวบาล (เกียรตินิยม) ใน พ.ศ. 2489 นับเป็น มก. รุ่น 1

ด้วยความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อเรียนจบแล้วจะต้องออกไปเป็นเกษตรกร ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณจึงไปทำฟาร์มอยู่ที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ปลูกผักเมืองหนาว เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอกเป็นหลัก ทำฟาร์มอยู่ประมาณ 2 ปี แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จนัก จนกระทั่งวันหนึ่งคุณหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ (อธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในขณะนั้น) ได้มาเยี่ยมที่ฟาร์ม และทาบทามให้เข้ารับราชการเป็นอาจารย์เพื่อช่วยกันสร้างงานของมหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณจึงได้ตัดสินใจรับงานดังกล่าว และมาทำงานที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2492 เป็นต้นมา จนกระทั่งเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายน 2526

ใน พ.ศ. 2495 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ส่งศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณไปศึกษาและฝึกงานด้านการเลี้ยงโคนม ที่ประเทศออสเตรเลีย และเมื่อถึงเวลาเดินทางกลับประเทศไทยนั้นศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณได้นำโคนมพันธุ์เจอร์ซี่เข้าประเทศเป็นครั้งแรก เป็นโคพ่อพันธุ์ 2 ตัว และโคแม่พันธุ์ 5 ตัว เป็นการเริ่มต้นการทดลองเลี้ยงโคนมของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และทำให้เกิดการเรียนการสอนวิชาการเลี้ยงโคนม และผลิตภัณฑ์นมของภาควิชาสัตวบาลนับตั้งแต่นั้นมา

ใน พ.ศ. 2502 ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณได้รับทุนไปศึกษาต่อที่ Oregon State University สหรัฐอเมริกา จบการศึกษาได้รับปริญญา Master of Science in Dairy and Animal Husbandry ใน พ.ศ. 2503

นอกจากเป็นผู้นำเข้าโคนมพันธุ์ต่างประเทศมายังประเทศไทยเป็นครั้งแรกดังกล่าวแล้ว ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณยังได้ริเริ่มงานไว้อีกหลายเรื่อง เช่น เป็นหัวหน้าแผนกสัตวบาล (ภาควิชาสัตวบาลในขณะนี้) เป็นคนแรกใน พ.ศ. 2498 เป็นผู้ก่อตั้งห้องปฏิบัติการวิเคราะห์อาหารสัตว์ และห้องสมุดภาควิชาสัตวบาล เป็นผู้ริเริ่มการใช้ผลพลอยได้ทางการเกษตร และวัสดุเหลือทิ้งมาทดลองใช้เป็นอาหารสัตว์ เช่น ใบแค ฝักก้ามปู ผักตบชวา ใบกระถิน เมล็ดยางพารา เมล็ดนุ่น เมล็ดฝ้าย เปลือกสับปะรดสดและแห้ง ซังข้าวโพด กากน้ำตาล กากตะกอนนม กากเบียร์ กากวุ้นเส้น ส่าเหล้า เป็นต้น

ทางด้านการเรียนการสอนนั้น ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณได้ให้ความเอาใจใส่เป็นพิเศษ ทุกครั้งที่เข้าห้องสอน ก็จะเตรียมการสอนเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นนักอ่าน และค้นคว้าหาความรู้ที่ทันสมัยมาสอนอยู่เสมอ ทุกวิชาที่สอนก็จะเขียนเป็นตำรา นับว่าเป็นตำราภาษาไทยทางด้านสัตวบาลเล่มแรกๆ ทีเดียว ตำราที่สำคัญคือ การเลี้ยงสัตว์ทั่วไป การให้อาหารสัตว์ การเลี้ยงโคนม การเลี้ยงแพะนม การเลี้ยงกระต่าย นอกจากตำราแล้ว ยังมีเอกสารประกอบการสอนวิชาต่างๆ อีกหลายวิชา เช่น วิชาการผลิตสัตว์และวิชาการจัดฟาร์มโคนม ตลอดจนเอกสารประกอบการฝึกอบรมประชาชน เช่น การเลี้ยงดูแม่วัวนม การเลี้ยงดูลูกโคนม อาหารสำหรับวัวนม เทคนิคในการรีดนม ตำราและเอกสารวิชาการต่างๆ เหล่านี้ นับได้ว่าเป็นพื้นฐานของการพัฒนาการเลี้ยงสัตว์ของประเทศไทยที่สำคัญยิ่ง

มีเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับการเรียนการสอน ซึ่งศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณเป็นผู้ริเริ่มขึ้น นั่นคือ การฝึกงานของนิสิต แต่เดิมนั้น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะรับผู้จบจากวิทยาลัยเกษตรกรรมแม่โจ้มาเข้าเรียน ซึ่งนักเรียนดังกล่าวนี้ จะได้รับการฝึกหัดภาคสนามเป็นอย่างมากมาแล้ว ต่อมาใน พ.ศ. 2492 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ขยายการรับนิสิตให้ครอบคลุมผู้จบชั้นเตรียมอุดมศึกษา (มัธยม 8) ทั่วไปด้วย นักเรียนประเภทหลังนี้จะขาดประสบการณ์ทางการเกษตร ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณจึงมีดำริให้นิสิตต้องมีการฝึกงาน โดยในระยะแรกได้ติดต่อกรมปศุสัตว์ และหัวหน้าสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ทับกวาง จังหวัดสระบุรีให้ช่วยฝึกงานให้แก่นิสิต และหลังจากนั้นก็ได้ติดต่อขอใช้ที่ดินจากกระทรวงมหาดไทยเพื่อก่อตั้งสถานีฝึกนิสิตขึ้นที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี สถานีหรือไร่ฝึกนิสิตที่ศรีราชา (ขณะนี้คือวิทยาเขตศรีราชา) ได้เริ่มทำการฝึกนิสิตได้ตั้งแต่ พ.ศ. 2498 แต่ด้วยเหตุที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับนิสิตมากขึ้นทุกปี สถานีบำรุงพันธุ์ทับกวาง และสถานีฝึกนิสิตศรีราชาก็ไม่เพียงพอต่อการฝึกนิสิต ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณจึงเริ่มเสาะแสวงหาสถานีใหม่เพิ่มเติม จนในที่สุดก็ได้ที่ดินของนิคมสร้างตนเองทับกวาง จังหวัดสระบุรี มาตั้งสถานีฝึกนิสิตใหม่ขึ้น ทั้งนี้โดยได้รับความช่วยเหลือของทางนิคมสร้างตนเองทับกวาง กรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย สถานีฝึกนิสิตทับกวางนี้เปิดทำการฝึกนิสิตรุ่นแรกตั้งแต่ พ.ศ. 2504

ใน พ.ศ. 2504 ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณเป็นผู้ผลักดันให้เกิดการประชุมวิชาการสาขาสัตวบาลขึ้นเป็นครั้งแรก ทำให้เกิดประโยชน์ในการปรับปรุงและแก้ปัญหาต่างๆ ในการเลี้ยงสัตว์ของประเทศไทย และเป็นเหตุที่ทำให้มีการประชุมอย่างต่อเนื่องมาทุกปี จนกระทั่งถึงปัจจุบัน

งานเพื่อส่วนรวมที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ขึ้นใน พ.ศ. 2497 และดำรงตำแหน่งนายกสมาคมเป็นคนแรกตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง จนถึง พ.ศ. 2504 ได้ปูพื้นฐานให้แก่สมาคมฯ ไว้เป็นอย่างดี จนกระทั่งเกิดความเป็นปึกแผ่นมั่นคงมาจนถึงทุกวันนี้

ในเรื่องของการค้นคว้าวิจัย และการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมอันเป็นความสนใจอย่างยิ่งของศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณนั้น นอกจากจะมีการทดลองในมหาวิทยาลัยแล้ว ยังได้ขยายงานไปที่สถานีทับกวาง สถานีศรีราชา และสถานีกำแพงแสนอีกด้วย ในระหว่างที่มีการค้นคว้าทดลองอยู่นั้น ก็ได้ดำเนินการส่งเสริมให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปได้รู้จักวิธีการเลี้ยงโคนม คุณประโยชน์และการบริโภคนมสด และยังได้ออกไปช่วยแนะนำการเลี้ยงโคนมในเขตจังหวัดพระนคร-ธนบุรี และจังหวัดอยุธยาให้ถูกต้องตามหลักวิชาการอีกด้วย

ในสมัยนั้น คนไทยยังดื่มนมสดกันน้อยมาก คือพออดนมแม่ เด็กก็จะรู้จักแต่นมข้นหวาน เด็กบางคนมาเริ่มดื่มนมใหม่เมื่อโตแล้ว ซึ่งหลายคนก็จะมีปัญหาเรื่องท้องเดิน เพราะร่างกายไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลโตที่มีอยู่ในนมได้ เนื่องจากขาดการดื่มนมสดติดต่อมาอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนั้นนมสดก็มีราคาแพง และหาซื้อค่อนข้างยากอีกด้วย

เพื่อเป็นการส่งเสริมการดื่มนม ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณจึงได้สร้างร้านจำหน่ายนม และผลิตภัณฑ์นมขึ้นเป็นครั้งแรกในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีร้านใหญ่ชื่อ เดรี่วี และร้านย่อยชื่อ เดรี่ฮัท ร้านนมดังกล่าวนี้มีส่วนช่วยเป็นอย่างมากให้นิสิตรู้จักดื่มนม และต่อมาก็เป็นที่รู้จักกว้างขวางออกไปยังประชาชนทั่วไป

เมื่อมีการเลี้ยงโคนม และส่งเสริมการบริโภคนมมากขึ้นแล้ว ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณก็ได้พยายามจัดตั้งโรงนมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ขึ้น โดยได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลออสเตรเลียภายใต้แผนโคลัมโบ นับได้ว่าเป็นโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมแห่งแรกของประเทศไทย เริ่มดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ. 2504 ทำให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในฐานะเป็นแหล่งของการผลิตนม และผลิตภัณฑ์นมที่มีคุณภาพเป็นที่ไว้ใจได้ และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ความนิยมดื่มนมสดของประชาชนเริ่มแพร่หลาย ซึ่งต่อมาได้ทำให้เกิดโรงงานผลิตนมขนาดใหญ่ขึ้นหลายแห่ง ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้

ความสำเร็จของการเลี้ยงโคนมในประเทศไทยเป็นผลมาจากการทดลองค้นคว้าของศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณ ที่ควรกล่าวถึง ดังต่อไปนี้คือ เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศร้อนชื้น จึงกระทบต่อความเป็นอยู่ของโคนมที่นำเข้ามาจากประเทศในเขตหนาวเป็นอย่างมาก ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณได้เสนอรายงานเรื่องปัญหาการเลี้ยงวัวในประเทศร้อน ในที่ประชุมทางวิชาการสาขาวิชาสัตวบาลและโรคสัตว์ ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 7-8 กุมภาพันธ์ 2504 โดยได้กล่าวถึงฝนฟ้าอากาศที่มีผลกระทบต่อโคนม ทำให้เกิดความผิดปกติขึ้นในทางสรีรวิทยาของสัตว์อันเป็นผลให้โคกินอาหารได้น้อยลง ต่อมาใน พ.ศ. 2509 ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณได้ทำการศึกษาต่อไปอีกในเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิของร่างกาย จำนวนเฮโมโกลบินกับอัตราการเจริญเติบโตของวัวลูกผสม โดยเชื้อพ่อโฮไตน์และเบราน์วิ และใน พ.ศ. 2523 มีงานวิจัยที่สำคัญอีก 2 เรื่อง ได้แก่เรื่อง ปฏิกิริยาทางการเจริญเติบโตและสรีรวิทยาขั้นมูลฐานของโคลูกผสมโฮไตน์และเบราน์วิสระดับสายเลือดต่างๆ ต่อสภาพอากาศ และการเลี้ยงดูในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน และเรื่อง ผลของอุณหภูมิแวดล้อมที่มีผลต่อปฏิกิริยาทางสรีรวิทยาของโคให้นม งานวิจัยทั้งหมดนี้นับได้ว่าเป็นพื้นฐานของงานวิจัยที่ตามมาอีกมากมาย เช่น การลดความเครียดของโคนมจากความร้อน (heat stress) เป็นต้น

ผลงานที่มีค่าเป็นอย่างยิ่งของศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ความสำเร็จของการทดลองใช้น้ำเชื้อแข็งของโคนมและโคเนื้อในปี พ.ศ. 2508 ซึ่งเป็นความสำเร็จเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ทำให้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่องานปรับปรุงพันธุ์โคนม และโคเนื้อของประเทศ

นอกจากโคนมแล้ว ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณก็ยังให้ความสนใจต่อสัตว์ให้นมชนิดอื่นๆ อีกด้วย กล่าวคือ ใน พ.ศ. 2500 ได้เริ่มสำรวจเรื่องกระบือนม และจัดซื้อกระบือนมพันธุ์มูร่าห์จากเมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย มาทดลองเลี้ยง เป็นเพศผู้ 2 ตัว เพศเมีย 5 ตัว อย่างไรก็ตาม ต่อมารากว่าความนิยมบริโภคนมกระบือมีไม่มากนัก สู้นมโคไม่ได้ จึงได้ยุติการทดลองกระบือนมไปใน พ.ศ. 2510 สัตว์ให้นมอีกชนิดหนึ่งที่ ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณได้รับมอบหมายจากท่านอธิการบดี (หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ) ให้เป็นผู้ควบคุมโครงการก็คือ แพะนม ได้มีการสั่งซื้อแพะนมพันธุ์ซาเนนมาจากประเทศเดนมาร์ก เปรียบเทียบกับพันธุ์พื้นเมือง และทำการส่งเสริมให้ประชาชนดื่มนมสดจากแพะ ในระยะนั้นทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จึงมีสัตว์ให้นมถึง 3 ชนิด คือ โค กระบือ และแพะ เป็นประโยชน์ต่องานวิจัยและการเรียนการสอนเป็นอันมาก

นอกจากสัตว์ให้นมซึ่งเป็นงานหลักของศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณแล้ว งานที่ได้รับการยกย่องอีกเรื่องหนึ่งก็คือ โครงการผลิตกระต่ายเนื้อ ซึ่งเริ่มต้นใน พ.ศ. 2520 โดยได้สั่งซื้อกระต่ายพันธุ์แท้จากประเทศออสเตรเลียมาทดลองเลี้ยง 2 พันธุ์ คือ พันธุ์ New Zealand White และพันธุ์ Californian และมีการทดลองผสมพันธุ์กับกระต่ายพื้นเมืองด้วย นอกจากงานทดลองซึ่งมีเอกสารผลงานหลายเรื่องแล้ว ยังได้มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงกระต่ายในเชิงเศรษฐกิจทางโททัศน์หลายครั้งด้วย ทำให้เกิดความสนใจแพร่หลายไปทั่ว และทำให้เกิดอาชีพการเลี้ยงกระต่ายขึ้นในประเทศไทยในขณะนี้

ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณมีผลงานที่สำคัญมากอีกเรื่องหนึ่งที่คนทั่วไปไม่ค่อยจะทราบ นั่นก็คือ ได้มีส่วนช่วยงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างใกล้ชิด เริ่มจากโครงการส่วนพระองค์ที่หาดทรายใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ พ.ศ. 2510 ในบริเวณอำเภอหัวหินนี้มีพื้นที่แห้งแล้งอยู่เป็นอันมาก และตลอดแนวฝั่งทะเลก็จะเป็นดินทรายจัด เกษตรกรมีความเป็นอยู่อย่างแร้นแค้น มีฐานะยากจน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีที่ดินส่วนพระองค์อยู่ที่หาดทรายใหญ่ประมาณ 80 ไร่ ใกล้เขาเต่า ได้โปรดเกล้าฯ ให้ใช้หาดทรายใหญ่เป็นศูนย์พัฒนาการเกษตรชาวบ้าน โดยหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นหัวหน้าโครงการ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนีจึงทรงติดต่อให้ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องจัดทีมจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เข้าไปดำเนินการ มีการทดลองเลี้ยงวัว ไก่ และหมู ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และทดลองปลูกพืชทนแล้งนานาชนิด เช่น มะขามเปรี้ยว มะขามหวาน สับปะรด มะม่วงหิมพานต์ เป็นต้น การทดลองได้ผลดีอย่างต่อเนื่อง และมีการส่งเสริมเผยแพร่ออกไปสู่ราษฎร

ในระหว่างนั้น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีงานวิจัยที่สำคัญอยู่เรื่องหนึ่งคือ โครงการจัดลุ่มน้ำซึ่งได้เลือกที่ทดลองอยู่ที่ดอยปุย จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มงานมาตั้งแต่ พ.ศ. 2506 โดยคณะวนศาสตร์ และต่อมาคณะเกษตรได้เข้าไปร่วมมือด้วยเพื่อทดลองหาพืชที่จะให้ชาวเขาปลูกเป็นรายได้เพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น และป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า จากการทำไร่เลื่อนลอยของชาวเขา โครงการดังกล่าวนี้มีปัญหาเรื่องงบประมาณอยู่เป็นประจำ เพราะทางรัฐบาลไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าใดนัก ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณเป็นผู้ที่มีส่วนช่วยเป็นอย่างมากในการขอความช่วยเหลือจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยผ่านไปทางหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ทำให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับพระราชทานความช่วยเหลือเป็นการส่วนพระองค์มากมายหลายเรื่อง และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้โครงการดำเนินการต่อไปได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเห็นปัญหาในเรื่องชาวเขาอย่างแท้จริงว่าเป็นเรื่องใหญ่เป็นเรื่องสำคัญ จึงทรงตั้งโครงการส่วนพระองค์ขึ้นมาเสริมใน พ.ศ. 2512 มีชื่อว่า โครงการพระบรมราชานุเคราะห์ชาวเขา ซึ่งโครงการนี้มีความก้าวหน้าเป็นอย่างดีเรื่อยมา มีการเปลี่ยนชื่อโครงการตามความเหมาะสมหลายครั้ง จนในที่สุดได้ชื่อพระราชทานว่า โครงการหลวง และได้จดทะเบียนเป็น มูลนิธิโครงการหลวง ใน พ.ศ. 2535

ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณได้เป็นอาสาสมัครของโครงการหลวงมาตั้งแต่ต้นโดยรับผิดชอบในการทดลองและส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์และสัตว์ต่างซึ่งใช้บรรทุกของบนภูเขา มีงานทดลองมากมายในเรื่องนี้ และทำให้เกิดการพัฒนาการเลี้ยงสัตว์บนที่สูงขึ้นจนถึงทุกวันนี้

ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณเป็นผู้ที่มีชาติกำเนิด และชาติตระกูลสูง อันเป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลให้มีอุปนิสัยใจคอที่ดี ได้รับการยอมรับจากผู้คนทั่วไปว่าเป็น สุภาพบุรุษ เป็นที่รักและเคารพของผู้ร่วมงาน เพื่อนฝูง และลูกศิษย์ ทางด้านครอบครัวนั้น ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณก็ได้แต่งงานกับกุลสตรีที่ดีพร้อมคือ คุณนงลักษณ์ มากุล เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2495 มีความรักความผูกพันอย่างแน่นแฟ้น และเป็นกำลังสำคัญที่คอยสนับสนุนงานของศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณอยู่เสมอ จนกระทั่งศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2535

ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณและคุณนงลักษณ์ มีบุตร 3 คน คือ 1) หม่อมหลวงนดา (ถึงแก่กรรม) สมรสกับ ร้อยเอก ถาวร ละอองทัพ มีบุตร 2 คนคือ นางสาวปัณฑิตา และนายรถากร 2) นาวาเอก หม่อมหลวงชนากร สมรสกับคุณรำเพย (นามสกุลเดิม ศรีสุวรรณ) มีบุตร 1 คน คือ ด.ช. รรร-และ 3) หม่อมหลวงบวรชัย สมรสกับคุณปัทมา (นามสกุลเดิม นาคประสิทธิ์) มีบุตร 1 คน คือ ด.ช. เอกพล

จากผลงานที่ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณได้ทำตลอดมา ทำให้ท่านได้รับเกียรติยศและรางวัลมากมายเป็นระยะๆ ตลอดชีวิตของท่าน เกียรติยศและรางวัลที่สำคัญพอจะสรุปได้ ดังนี้ คือ เหรียญรัตนาภรณ์ ชั้น 3 (พ.ศ. 2516) ประมาภรณ์มงกุฎไทย (พ.ศ. 2525) ศาสตราจารย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (พ.ศ. 2526) วิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (เกษตรศาสตร์) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (พ.ศ. 2527) รางวัลเชิดชูเกียรติการวิจัยและพัฒนาการเลี้ยงสัตว์ของประเทศ จากสมาคมวิทยาศาสตร์เกษตรแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (พ.ศ. 2530) รางวัลเชิดชูเกียรติผู้บุกเบิกและพัฒนาการเลี้ยงโคนมของประเทศ จากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2532) ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (พ.ศ. 2533) สมาชิกกิตติมศักดิ์ สมาคมวิทยาศาสตร์เกษตรแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (พ.ศ. 2533)

ตลอดชีวิตของศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณมีแต่การสร้างความดีงาม สมกับฉายานามที่ทุกๆ คนเต็มใจมอบให้ว่าเป็น หนึ่งในร้อย

แหล่งข้อมูล

ที่ระลึกในพิธีเปิดอาคารสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ วันที่ 3 สิงหาคม 2531. กรุงเทพมหานคร : ประชาชน, 2531.

อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพหม่อมราชวงศ์ชวนิดากวรวรรณ. วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร วันอังคารที่ 29 ธันวาคม 2535.