หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


ศาสตราจารย์ คุณชวนชม จันทระเปารยะ เป็นบุตรีของหลวงโชติกรมกรณีย์ (โชติ จันทระเปารยะ) กับนางโชติกรมกรณีย์ (พุก จันทระเปารยะ สกุลเดิม สุวรรณทัต) เกิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2462 กรุงเทพมหานคร เคยเรียนชั้นมัธยมต้นที่โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ เมื่อครั้งติดตามบิดาไปอยู่ทางภาคเหนือ จบชั้นมัธยม 8 ที่โรงเรียนสายปัญญา กรุงเทพมหานคร เมื่อ พ.ศ. 2479 เป็นนักเรียนสายวิทยาศาสตร์รุ่นแรกของโรงเรียน จากนั้นได้เรียนชั้น ม. 8 พิเศษ ที่โรงเรียนอำนวยศิลป์อีก 1 ปีเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย พ.ศ. 2488 ได้รับปริญญาตรีเภสัชศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศิริราช (ต่อมาคณะเภสัชศาสตร์แยกไปขึ้นอยู่กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) วุฒิบัตรและเกียรติยศด้านการศึกษาอื่น ๆ ที่ได้รับได้แก่ ประกาศนียบัตรเทคโนโลยีอาหาร จาก FAO Technology Training Center ประเทศอินเดีย (พ.ศ. 2509) และวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (คหกรรมศาสตร์) จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (พ.ศ. 2526)

หลังจากสำเร็จการศึกษาจากคณะเภสัชกรรมศาสตร์แล้ว ศาสตราจารย์ คุณชวนชม จันทระเปารยะ ได้โดยสารรถบริการรับส่งอาจารย์จากสามย่านมาสมัครสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทั้งที่ในครั้งนั้นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จัดเป็นมหาวิทยาลัยนอกเมือง การเรียนการสอนวิชาเกษตรก็เป็นที่ร่ำลือว่าเหนื่อยยากแสนสาหัส และที่สำคัญคือที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ยังไม่มีทั้งนิสิตและอาจารย์ประจำที่เป็นผู้หญิงเลย (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์รับนิสิตหญิงรุ่นแรกไว้เรียนคณะเกษตร 2 คน เมื่อ พ.ศ. 2493) หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ อธิการบดี เห็นว่าเป็นคนมีความรู้ดีและมีความมั่นใจในตนเองสูง จึงตกลงใจรับไว้ โดยบรรจุเป็นข้าราชการเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2489 ในตำแหน่งอาจารย์โท แผนกเคมี คณะเกษตร และนับจากนั้นมา ศาสตราจารย์ คุณชวนชม จันทระเปารยะได้รับผิดชอบภาระหน้าที่การงานต่างๆ ให้แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ต่อมาเป็นเวลานานถึง 34 ปี จนเกษียณอายุราชการเมื่อวัน1 ตุลาคม 2523 ในตำแหน่งศาสตราจารย์ชั้นพิเศษ (ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2514) และหัวหน้าภาควิชาคหกรรมศาสตร์ คณะเกษตร อันเป็นภาควิชาที่ท่านเป็นหลักในการก่อตั้งและท่านได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้าภาควิชาคนแรกและอยู่ในตำแหน่งติดต่อกันเป็นเวลา 25 ปีจนเกษียณอายุราชการ

ฯพณฯ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรีและนายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เล่าถึงศาสตราจารย์ คุณชวนชม ในฐานะลูกศิษย์รุ่นแรกๆ ไว้ว่า

…เมื่อผมเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เมื่อปี 2493 พบว่าอาจารย์ประจำของคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีเพียงไม่กี่ท่าน เช่น คุณหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ อธิการบดี อาจารย์จรัด สุนทรสิงห์ อาจารย์จักร โชติศาลิกร อาจารย์เสรี ไตรรัตน์ อาจารย์กวี วิสุทธารมณ์ และอาจารย์อัญเชิญ ชมพูโพธิ์ เป็นต้น ส่วนอาจารย์หญิงก็มีเพียง 2-3 ท่าน ในจำนวนนี้ท่านหนึ่งคืออาจารย์ชวนชม …อาจารย์ชวนชมเป็นอาจารย์หญิงที่เด่นที่สุดในยุคนั้น เพราะนอกจากอาวุโสและสวยที่สุดแล้ว ท่านยังทำงานเก่ง อาจารย์จบทางเภสัชศาสตร์และสอนวิชาเคมี แต่ก็ทำหน้าที่เสมือนแม่บ้านของมหาวิทยาลัย.…อาจารย์ชวนชมต้องทำงานและสอนท่ามกลางอาจารย์หนุ่มและนิสิตชายวัยรุ่นเป็นจำนวนมาก เป็นเรื่องธรรมดาที่อาจารย์จะต้องวางตัวให้เหมาะสม จึงได้ชื่อว่าเป็นอาจารย์ที่เข้มแข็ง เข้มงวด เจ้าระเบียบ เสียงดังฟังชัด และค่อนข้างดุ ทั้งนี้เพื่อกำราบลูกศิษย์ชายและดูแลนิสิตหญิงซึ่งเปรียบเสมือนลูกสาวให้อยู่ในกรอบประเพณีที่ดีงาม…

ศาสตราจารย์ คุณชวนชมเองก็ได้เล่าถึงประสบการณ์การทำงานช่วงต้นของท่านไว้อย่างอารมณ์ดีว่า

…การเข้ามาเป็นอาจารย์หญิงสอนนิสิตชายของข้าพเจ้านั้น อุปสรรคมีไม่มากในด้านการสอนเพราะข้าพเจ้าใช้เวลาเตรียมการสอนอย่างพร้อมและให้น่าสนใจ แต่สิ่งที่ช่วยไม่ได้คือ การขี้เล่น ของนิสิตและอาจารย์ชายบางท่าน มักจะมีการทดสอบความอดทนของข้าพเจ้าด้วยกรรมวิธีต่าง ๆ กัน แต่แล้วการทดสอบก็ยุติไปเองโดยเรากลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ จึงทำให้การจับเอางูมาขวางบันไดเวลาที่ข้าพเจ้าจะต้องก้าวลงมา การจับลูกนกกระจอกที่ไม่มีขนมาใส่ในกระเป๋าถือ หรือการแอบเอาสมบัติส่วนตัวไปซ่อนก็หยุดไปเอง…

การทำงานของข้าพเจ้านั้นควรจะมีหน้าที่เพียงสอนหนังสือ แต่การหาเป็นเช่นนั้นไม่ เนื่องจากข้าพเจ้ามีความรู้ทางเภสัชกรรมจึงต้องนำความรู้มาช่วยในยามที่นิสิตต้องการน้ำมันโต๊ใช้ทาเพื่อไปแข่งกีฬา ข้าพเจ้าก็ต้องนำไข่ที่มีอยู่ในเล้ามาผสมกับเครื่องยาที่มีอยู่ในห้องปฏิบัติการมาทำให้ไปใช้แทนการซื้อ…เมื่อชนะกลับมาแล้วเลี้ยงฉลองกัน ข้าพเจ้าก็ต้องสวมบทบาทเป็นแม่ครัวช่วยจัดทำอาหารเลี้ยงอีก เมื่อนิสิตคนใดมีปัญหาก็มักจะมาขอความช่วยเหลือเป็นประจำ…ที่บ้านพักของข้าพเจ้าจะต้องมีของรองรังเป็นเสบียงไว้ให้นิสิตไปขอฝากท้องแก้หิว จนถูกเรียกว่า โรงเลี้ยงเด็ก

และเมื่อท่านอธิการบดีคือหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ ปรารภจะรับนิสิตหญิงเข้าเรียนวิชาเกษตรในระดับอุดมศึกษา ศาสตราจารย์คุณชวนชมก็ทำหน้าที่ดูแลนิสิตหญิงตั้งแต่รับไว้ในบ้านพักเมื่อนิสิตยังมีจำนวนน้อยจนถึงประสานงานขให้รัฐบาลจัดสร้างหอพักให้ ตลอดจนหาเงินทุนสำรองไว้ใช้จ่ายตามความจำเป็น ศาสตราจารย์คุณชวนชมปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ผู้ปกครองนิสิตหญิงระหว่าง พ.ศ. 2493 - 2519 รวม 26 ปี ท้ายที่สุดท่านขอลาออกเนื่องจากท่านไม่ได้พักในบ้านพักอาจารย์ในมหาวิทยาลัยอีกต่อไป การเรียกตึกหอพักนิสิตหญิงเป็นชื่อดอกไม้ก็เกิดจากข้อเสนอของท่าน แม้ท่านจะมีคุณูปการต่อกิจการนิสิตหญิงเป็นอย่างสูง แต่เมื่อมีการสร้างตึกหอพักนิสิตหญิงใหม่หลังจากที่ท่านพ้นหน้าที่อาจารย์ผู้ปกครองไปแล้วและตั้งชื่อตึกใหม่นี้ว่า ชวนชม ท่านกลับกล่าวด้วยความถ่อมตนไว้ในบทความเรื่อง กำเนิดนิสิตหญิงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2525 ว่า ข้าพเจ้าไม่ได้รู้เห็นด้วยและไม่สู้จะชอบใจนักที่บังเอิญมีชื่อเช่นเดียวกับชื่อของข้าพเจ้า เนื่องจากข้าพเจ้าไม่บังอาจที่จะทำเช่นนั้นเพราะรู้ตัวดีว่าข้าพเจ้าไม่ควรจะมีความสำคัญถึงชั้นนั้น แต่เขาอาจไม่หมายถึงข้าพเจ้าก็ได้เพราะดอกชวนชมก็มีออกดาษดื่นทั่ว ๆ ไปและใคร ๆ ก็ชื่อนี้ได้ ไม่เห็นจะต้องเป็นข้าพเจ้าเลย ข้าพเจ้าก็ขอสาธุด้วย…

ศาสตราจารย์ คุณชวนชม ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งบริหารอื่น ๆ ให้แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อีกหลายตำแหน่งนอกเหนือจากหัวหน้าภาควิชาคหกรรมศาสตร์ อาทิ พ.ศ. 2515 เป็นผู้อำนวยการสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร พ.ศ. 2516 ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายนิสิตหญิง และยังร่วมเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์อีก 2 สมัย

นอกจากนั้น ศาสตราจารย์ คุณชวนชมยังได้รับมอบหมายให้ทำและขันอาสาทำหน้าที่อื่นๆ อีกมากมายหลายประการโดยได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาและความร่วมมือของเพื่อนร่วมงานเป็นอย่างดี ด้วยเหตุที่ท่านเป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่มและมีความรับผิดชอบสูง เมื่อเปิด ปูมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยุคบุกเบิกดูจะพบว่าศาสตราจารย์ คุณชวนชมเป็นทั้งผู้ริเริ่มและ เติมเต็มในส่วนของกิจการและกิจกรรมอันหลากหลายของมหาวิทยาลัย เช่น การถวายช่อดอกไม้และจัดพระสุธารสและเครื่องว่างถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรกิจการของมหาวิทยาลัย พระราชทานปริญญาบัตร หรือทรงดนตรี การกำหนดเครื่องแบบนิสิตหญิงในยุคต้น รวมถึงการประดิษฐ์โบว์เขียวรองรับเข็มติดอกเสื้อให้แก่น้องใหม่หญิง การร่วมเวทีโต้วาทีของชมรมภาษาอังกฤษ การจัดกิจกรรมสังสันทน์ระหว่างอาจารย์เกษตร-จุฬาฯ เป็นต้น

ท่านมีความสามารถทั้งในด้านวิทยาศาสตร์และศิลปะ ตั้งแต่ครั้งยังศึกษาอยู่ที่คณะเภสัชศาสตร์ท่านสามารถถอดบทร้อยกรองภาษาอังกฤษเรื่องลิเวลีและสุนัขของเขาเป็นภาษาไทยในรูปของโคลงสี่สุภาพได้อย่างน่าทึ่ง ในขณะที่หลักการถนอมอาหารและตำรับถนอมอาหารของท่านก็เป็นตำราที่ได้รับความเชื่อถือและได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง นอกจากนั้นท่านยังเป็นผู้ที่มีความทรงจำดีเยี่ยม มีอารมณ์ขัน สามารถถ่ายทอดอดีตของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้อย่างเห็นภาพทั้งในการเขียนและการบอกเล่าด้วยวาจา

ศาสตราจารย์ คุณชวนชม มีความกระตือรือร้นในการทำงาน และสามารถนำความรู้มาปรับใช้เมื่อจำเป็นได้อย่างดียิ่ง ดังจะเห็นได้จากการที่ท่านสามารถจัดนิทรรศการตัวอย่างอาหารประกอบแผนภูมิแสดงคุณค่าทางอาหารเพื่อส่งเสริมการบริโภคผลผลิตทางเกษตรของมหาวิทยาลัยให้แพร่หลายติดต่อกันหลายปีในงานตลาดนัดเกษตร (ซึ่งพัฒนามาเป็นงานวันเกษตรแห่งชาติและเกษตรแฟร์ในปัจจุบัน) เริ่มตั้งแต่มะเขือเทศ พ.ศ. 2492 ไปสู่เรื่องของไข่ ปลา ไก่ ผักต่าง ๆ ตลอดจนน้ำนมแพะ ในปีต่อ ๆ ไป อันนำมาซึ่งแนวคิดในการเปิดสอนวิชาผลิตภัณฑ์อาหาร และวิชาใหม่อีก 2 วิชาคือ Nutrition (โภชศาสตร์) และวิชา Home Economics (เคหเศรษฐศาสตร์ หรือ คหกรรมศาสตร์) ซึ่งผู้สอนในชั้นต้นเป็นภริยาของผู้เชี่ยวชาญชาวอเมริกันชื่อ Eunice Ream และศาสตราจารย์ คุณชวนชมเป็นผู้จัดทำคำบรรยายเป็นภาษาไทย

ศาสตราจารย์ คุณชวนชม ได้รับทุนจาก Mutual Security Agency (MSA) ซึ่งเป็นองค์กรสำหรับให้ความช่วยเหลือต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาไปศึกษาและฝึกงานวิชา Nutrition เน้นหนักด้านการถนอมอาหารและการส่งเสริมเผยแพร่ และได้ดูงานการสอนและหลักสูตรวิชา Home Economics ด้วยใน พ.ศ. 2495 และเมื่อ Mrs. Ream ต้องเดินทางกลับประเทศของตน ศาสตราจารย์ คุณชวนชมก็เป็นผู้รับภาระหน้าที่แทนจนกระทั่งถึงชั้นตั้งภาควิชา เคหเศรษฐศาสตร์ (ศัพท์บัญญัติโดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์) ขึ้นใน พ.ศ. 2498 บทบาทของศาสตราจารย์ คุณชวนชม จันทระเปารยะ ในด้านนี้มิได้จำกัดวงอยู่เพียงในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เท่านั้น หากแต่ท่านยังได้ประสานความร่วมมือกับเพื่อนร่วมวงวิชาการนอกมหาวิทยาลัย (เช่น อาจารย์สมศรี สุกุมนันท์ และ อาจารย์ทวีรัสมิ์ ธนาคม) จัดตั้ง สมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทยขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2498 และจัดการสัมมนาระดับชาติอันก่อให้เกิดกิจกรรมเพื่อการกินดีอยู่ดีของประชาชนคนไทยทั่วไปอย่างกว้างขวางโดยสืบเนื่องต่อมา คำที่ใช้เรียกสาขาวิชา Home Economics นี้ภายหลัง พระยาอนุมานราชธน ได้บัญญัติศัพท์ให้ใหม่ว่า คหกรรมศาสตร์

เป็นที่เห็นประจักษ์ว่าความเจริญก้าวหน้าเป็นปึกแผ่นมั่นคงของวิชาการคหกรรมศาสตร์ทั้งในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และในประเทศไทย นับว่าเกิดแต่คุณูปการของศาสตราจารย์ คุณชวนชม จันทระเปารยะ ใน พ.ศ. 2538 สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศยกย่องท่านเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาคหกรรมศาสตร์ โดยประมวลเกียรติคุณในการทำงานของท่านไว้ในคำประกาศว่า

…ศาสตราจารย์ คุณชวนชม จันทระเปารยะ เป็นผู้ริเริ่มวางรากฐานการเรียนการสอนในวิชาคหกรรมศาสตร์ระดับปริญญาตรีและปริญญาโทในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการเรียนการสอนวิชาดังกล่าวในระดับปริญญา ดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาคหกรรมศาสตร์ และทำงานด้านเคหเศรษฐศาสตร์และโภชนาการให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งโครงการในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยได้รับประกาศเกียรติคุณจากประเทศอินเดีย ฟิลิปปินส์และสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ท่านยังอุทิศตนให้กับสังคมในหน้าที่ต่าง ๆ ได้แก่ ประธานฝ่ายเศรษฐกิจและอาชีพของสภาสตรีแห่งชาติ ประธานฝ่ายคหกรรมศาสตร์ของสภาสตรีแห่งชาติ (2 สมัย) นายกสมาคมเคหเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย (2 สมัย) และประธานสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประกอบกับอาจารย์ดำรงตนอย่างมีคุณธรรม เสียสละ อุทิศตนให้กับวิชาชีพเพื่อสังคม เป็นแบบอย่างที่ดีตลอดมา จนได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประมาภรณ์มงกุฎไทย เมื่อ พ.ศ. 2519…

ในส่วนของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งหนึ่งได้เห็นชอบให้ตั้งชื่อโรงเรียนอนุบาลเพื่อการฝึกงานของนิสิตภาควิชาคหกรรมศาสตร์ว่า โรงเรียนอนุบาลคุณชวนชม แต่ในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงชื่อไปเพื่อความเหมาะสมในการบริหารและการบริการทั้งบุคลากรและประชาชนทั่วไป เป็นโรงเรียนอนุบาลคหกรรมศาสตร์และใน พ.ศ. 2542 คณาจารย์และศิษย์เก่าภาควิชาคหกรรมศาสตร์ได้ขออนุญาตใช้ชื่อของท่านเป็นชื่ออาคารเรียนหลังแรกของภาควิชา เพื่อประกาศเกียรติคุณของท่านในฐานะผู้ก่อตั้งและวางรากฐานแห่งความเจริญก้าวหน้าไว้ให้แก่ภาควิชาคหกรรมศาสตร์ ศาสตราจารย์ คุณชวนชม ได้มาเป็นประธานประกอบพิธีเปิดป้าย ตึกศาสตราจารย์ คุณชวนชม จันทระเปารยะ ด้วยตนเองในวันที่ 2 ตุลาคม 2540 อันเป็นวันครบรอบวันเกิดของท่าน นับเป็นการฉลองวันเกิดที่พิเศษกว่าการฉลองวันเกิดปีใดๆ เท่าที่คณาจารย์และศิษย์เก่าภาควิชาคหกรรมศาสตร์ ตลอดจน ศิษย์เขย-ศิษย์สะใภ้ ร่วมกันจัดเป็นประเพณีด้วยความรักเคารพ ความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างศิษย์กับครู

ศาสตราจารย์ คุณชวนชม จันทระเปารยะ ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์คือ ตุจุลจอมเกล้า (5 พฤษภาคม 2514) ติจุลจอมเกล้า (5 พฤษภาคม 2516) ประมาภรณ์ช้างเผือก (5 ธันวาคม 2522) มหาวชิรมงกุฎ (5 ธันวาคม 2536)

ศาสตราจารย์ คุณชวนชม จันทระเปารยะ ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2542 ก่อนหน้าที่ลูกศิษย์จะมีโอกาสได้ร่วมฉลองวันครบรอบวันเกิดปีที่ 80 ให้ท่าไม่นาน

แหล่งข้อมูล

ชีวิตและงาน ศาสตราจารย์ คุณชวนชม จันทระเปารยะ. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์สินทวี, 2543.

ชวนชม จันทระเปารยะ. สมุดประวัติประจำตัวข้าราชการกระทรวงเกษตราธิการ, 2489.