หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


ผู้ช่วยศาสตราจารย์จำนงค์ สมประสงค์ เป็นลูกชาวนา เกิดที่อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2474 บิดาชื่อนายเยื้อง สมประสงค์ และมารดาชื่อนางตะลุ่ม สมประสงค์ ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนประชาบาลวัดสำโรงเป็นโรงเรียนแรก จบชั้นประถมปีที่ 4 ใน พ.ศ. 2488 แล้วจึงย้ายไปเรียนที่โรงเรียนเฉลิมราษฎร์วิทยา จังหวัดสิงห์บุรีในระดับมัธยมศึกษา จบชั้นมัธยมปีที่ 5 ใน พ.ศ. 2492 ไปเรียนต่อที่โรงเรียนสิงหวัฒนพาหะอีก 1 ปี จบชั้นมัธยมปีที่ 6 จากนั้นได้เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ที่โรงเรียนวัดบวรนิเวศ จบชั้นมัธยมปีที่ 8 ใน พ.ศ. 2496 จึงสอบเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์และสหกรณ์ ได้รับปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์สหกรณ์ ใน พ.ศ. 2500 เมื่อเรียนจบแล้วได้ไปเป็นทหารยศร้อยตรีและเป็นครูฝึกหลักสูตรผู้บังคับหมวดโรงเรียนศูนย์การทหารปืนใหญ่ โคกกระเทียม จังหวัดลพบุรี ในพ.ศ. 2505 ได้สมัครเรียนปริญญาโททางสาขารัฐประศาสนศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจบปริญญาโทใน พ.ศ. 2508

ผู้ช่วยศาสตราจารย์จำนงค์ สมประสงค์ รับราชการทหารอยู่ 2 ปี ปลดประจำการใน พ.ศ. 2502 จากนั้นไปรับราชการที่กระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่ฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนากร ศูนย์กลางการศึกษาผู้ใหญ่ จังหวัดอุบลราชธานีอยู่ระยะหนึ่ง จึงย้ายไปทำงานที่สำนักงานข้าราชการพลเรือน สำนักนายกรัฐมนตรี สังกัดกองระเบียบข้าราชการ พอมาถึง พ.ศ. 2521 ได้โอนมาอยู่ที่คณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในตำแหน่งอาจารย์เอก และรับราชการอยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จนกระทั่งเกษียณอายุราชการใน พ.ศ. 2535

ในระหว่างที่ทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์จำนงค์ สมประสงค์ ทำการสอนวิชาต่างๆ หลายวิชา เช่น วิชาเศรษฐศาสตร์การคลัง วิชาเศรษฐศาสตร์การบริหาร วิชาเศรษฐศาสตร์การเมือง และวิชาเศรษฐศาสตร์การพัฒนาชนบท เป็นต้น แต่ที่สำคัญคือ เป็นผู้ริเริ่มการสอนวิชาแรงงานสัมพันธ์ขึ้นเป็นครั้งแรก และริเริ่มโครงการฝึกอบรมแรงงาน เป็นการสร้างแรงงานสัมพันธ์อันนำไปสู่การจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์แพร่ขยายไปทั่วทุกย่านอุตสาหกรรม ผลงานในเรื่องนี้ทำให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์จำนงค์ สมประสงค์ ได้รับการยกย่องว่าเป็น บิดาแห่งสหกรณ์ออมทรัพย์โรงงาน และเป็น ผู้ริเริ่มโครงการจัดตั้งธนาคารแรงงาน โดยใช้สหกรณ์ออมทรัพย์ในโรงงานเป็นฐานรากในการจัดตั้ง

ใน พ.ศ. 2532 รัฐบาลโดยกองทัพบกได้ริเริ่มโครงการน้ำพระทัยจากในหลวง หรือโครงการอีสานเขียวขึ้น เพื่อแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และได้เชิญชวนคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ให้เสนอโครงการเข้ารับการพิจารณาให้ทุนสนับสนุน ผู้ช่วยศาสตราจารย์จำนงค์ สมประสงค์ ได้เสนอโครงการทดลองแก้ปัญหาความยากจนด้วยระบบธนาคารหมู่บ้าน โครงการนี้ได้รับอนุมัติให้ดำเนินการทดลองใน 10 หมู่บ้านเป้าหมาย ในท้องที่ 7 จังหวัด ผลจากการทดลองเป็นเวลา 3 ปี ปรากฏว่าธนาคารหมู่บ้านสามารถขจัดระบบตกเขียวและเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยสูงให้เลือนหายไปจากหมู่บ้าน และทำให้หมู่บ้านมีเงินออมสะสมเป็นของตนเองพอเพียงแก่การกู้ยืมกันเองภายในหมู่บ้าน

เมื่อโครงการอีสานเขียวสิ้นสุดลง ผู้ช่วยศาสตราจารย์จำนงค์ สมประสงค์ยังดำเนินการโครงการธนาคารหมู่บ้านต่อไปอีกอย่างไม่ท้อถอย มีความมุ่งมั่นในการแสวงหาแนวทางขยายผลการทดลองสู่ชาวเกษตรกรให้แพร่หลายทั่วราชอาณาจักรให้จงได้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์จำนงค์ สมประสงค์ พร้อมกับอาจารย์มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์กลุ่มหนึ่งได้จัดตั้ง สมาคมนักพัฒนาหมู่บ้านแห่งประเทศไทย ขึ้นอยู่ในสังกัดของสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว โดยมีมูลนิธิเผยแพร่ชีวิตประเสริฐให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพื่อรณรงค์ส่งเสริมการจัดตั้งธนาคารหมู่บ้านจำนวนประมาณ 1 หมื่นแห่ง มีเกษตรกรเป็นสมาชิกประมาณ 7 แสนคน และมีเงินทุนสะสมเป็นของตนเองประมาณ 4 พันล้านบาท ผู้ช่วยศาสตราจารย์จำนงค์ สมประสงค์ จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น บิดาแห่งธนาคารหมู่บ้านตามแนวพระราชดำริ อีกชื่อหนึ่ง

จากประสบการณ์การทำงานร่วมกับชุมชน ผู้ช่วยศาสตราจารย์จำนงค์ สมประสงค์ ได้เรียบเรียงหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่ง มีชื่อว่า ยุทธศาสตร์ปฏิรูปเศรษฐกิจเกษตรสู่ระบบสหกรณ์ครบวงจร นับเป็นหนังสือที่มีคุณค่าแก่วงการวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์สหกรณ์เป็นอย่างยิ่ง

จากความรู้ความสามารถของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์จำนงค์ สมประสงค์ในด้านต่างๆ ดังที่กล่าวมาแล้วนี้ ทำให้ได้รับตำแหน่งอันมีเกียรติหลายตำแหน่งด้วยกัน อาทิ นายกสมาคมพัฒนาหมู่บ้านแห่งประเทศไทย ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง กระทรวงมหาดไทย และที่ปรึกษาด้านสหกรณ์และชุมชนเข้มแข็ง สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเกียรติยศอันน่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งก็คือ การได้รับพระราชทานปริญญาเศรษฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาพัฒนาเศรษฐกิจ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใน พ.ศ. 2545 โดยได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่ได้อุทิศตนให้กับการพัฒนาระบบสหกรณ์ การพัฒนาระบบธนาคารหมู่บ้านและกองทุนผู้ใช้แรงงานอย่างต่อเนื่องโดยมิได้เห็นแก่ความเหนื่อยยาก หรือหวังผลตอบแทนแต่อย่างใด นับได้ว่าเป็นบุคคลตัวอย่างที่ดี และน่ายย่องอย่างยิ่ง

ทางด้านชีวิตส่วนตัวของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์จำนงค์ สมประสงค์ นั้น ได้แต่งงานกับคุณพูนศรี (ศรีพลอย) สมประสงค์ มีบุตรชาย 1 คน และบุตรสาว 2 คน ทุกคนเรียนจบมหาวิทยาลัย เป็นครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุข

ผู้ช่วยศาสตราจารย์จำนงค์ สมประสงค์ ได้ฝากแง่คิดที่เกี่ยวกับการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ไว้ว่า ควรให้นิสิตมีโอกาสได้เรียนรู้โดยตรงกับชาวบ้านให้มาก ไม่ควรเรียนอยู่แต่ในห้องเรียนเท่านั้น การออกไปสัมผัสกับชุมชน การออกไปในชนบท และการเข้าไปฝึกงาน และช่วยชาวบ้านจะทำให้นิสิตได้เรียนรู้ของจริง ตลอดจนได้พบกับปัญหาต่างๆ ในชีวิตจริง ความรู้และประสบการณ์เหล่านี้ ย่อมจะทำให้นิสิตเกิดความเข้าใจ และเมื่อจบออกไปทำงานแล้ว ก็จะสามารถช่วยแก้ปัญหาของชาติบ้านเมืองได้อย่างตรงจุด

ในแง่ของเกษตรกร นั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์จำนงค์ สมประสงค์ มีความเชื่อว่า ธนาคารสหกรณ์จะช่วยให้เกษตรกรแก้ปัญหาต่างๆ ได้ในที่สุด จะสามารถลดปัญหาพ่อค้าคนกลาง จะทำให้เกษตรกรมีโรงงานอุตสาหกรรมเป็นของตนเองได้ ผลผลิตของเกษตรกรก็จะสามารถแปรรูปเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้นกว่าการขายผลผลิตในลักณะที่เป็นเพียงวัตถุดิบอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เกษตรกรจะพ้นหนี้สิน และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

หลังจากที่เกษียณอายุราชการใน พ.ศ. 2535 แล้ว ผู้ช่วยศาสตราจารย์จำนงค์ สมประสงค์ ก็ยังคงเดินหน้าทำงานที่ตนรักอย่างเข้มแข็ง และมีความคิดใหม่ๆ เสริมต่องานที่ทำไว้อยู่เสมอ นับว่าเป็นคนดีศรีเกษตรอีกท่านหนึ่ง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์จำนงค์ สมประสงค์ ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดคือ ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก

แหล่งข้อมูล

จำนงค์ สมประสงค์. สัมภาษณ์, 19 สิงหาคม 2545.

จำนงค์ สมประสงค์. สมุดประวัติประจำตัวข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ, 2502.