หน้าแรก   นายกสภาฯ   อธิการบดีฯ   ผู้ทำประโยชน์ฯ


ศาสตราจารย์ ดร. เกษม จันทร์แก้ว เกิดเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2481 ที่ตำบลศรีสัชชนาลัย อำเภอศรีสัชชนาลัย จังหวัดสุโขทัย บิดาชื่อนายนาค จันทร์แก้ว และมารดาชื่อนางบุญมา จันทร์แก้ว จบชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนประชาบาลวัดตลิ่งชัน พ.ศ. 2490 จบชั้นมัธยมปีที่ 6 จากโรงเรียนวัดมกุฎษัตริยาราม พ.ศ. 2498 จบเตรียมอุดมศึกษา จากโรงเรียนทวีธาภิเศพ.ศ. 2500 จบวนศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยม) จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2506 ได้รับปริญญาโทสาขา Watershed Management จาก Colorado State University พ.ศ. 2508 ได้รับปริญญาเอกสาขา Forest Hydrology จาก University of Washington พ.ศ. 2518

ศาสตราจารย์ ดร. เกษม จันทร์แก้ว เริ่มเข้ารับราชการตำแหน่งอาจารย์โท ในคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2509 ศาสตราจารย์ ดร. เกษม จันทร์แก้ว เล่าว่าอาจารย์เป็นชาวเกษตรด้วยหัวใจและร่างกายเต็มร้อย เป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จนถึงปัจจุบัน ไม่เคยแบ่งปันใจให้ไปที่อื่นเลย ใครจะขอตัวไปช่วยหน่วยงานอื่น อาจารย์ก็ไปช่วยแต่ต้องเป็นในนามอาจารย์ของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ แม้จะเกษียณอายุราชการมาแล้ว 4 ปี อาจารย์ก็ได้รับการไว้วางใจจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้รักษาการคณบดีวิทยาลัยสิ่งแวดล้อม ที่เป็นงานใหม่และเหนื่อยมาก

ศาสตราจารย์ ดร. เกษม จันทร์แก้ว เล่าว่าตอนมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในปีแรกนั้น ต้องฝืนใจพอสมควร จนขึ้นปีที่ 2 และต่อๆ มาจึงทำงานสอนและวิจัยได้อย่างสนุกสนาน มีงานเต็มมืออยู่ตลอดเวลา อาจเป็นเพราะอาจารย์เป็นเด็กบ้านนอกมา จึงไม่ย่อท้อกับงานหนัก ปรัชญาในการสอนของอาจารย์มี 3 ขั้น คือ ขั้นเตรียมตัวค้นคว้าปรัชญาและสาระสำคัญที่วิชานั้นกำหนดไว้ และมีการเคลื่อนไหวที่ทันสมัยอะไรบ้างในวิชานั้น แล้วจึงจะลงมือเตรียมการสอน การสอนของอาจารย์จึงมิได้ใช้ของเดิมที่ซ้ำซ้อน จะปรับปรุงให้ทันสมัยตลอดเวลา หลักสำคัญคือ การประยุกต์ข้อมูลสู่การเรียนการสอน ผู้สอนก็ไม่เบื่อ ผู้เรียนก็ไม่เบื่อ

ศาสตราจารย์ ดร. เกษม จันทร์แก้ว ผลิตผลงานวิจัยออกมาอย่างต่อเนื่อง ผลงานที่น่าภาคภูมิใจแรกสุดได้แก่ งานจัดการลุ่มน้ำของประเทศไทย ใน พ.ศ. 2506 ต่อมาก็คือ งานวิจัยเกี่ยวกับการจัดการวิจัยบนที่สูง รวมผลงานกว่า 50 เล่ม จนถึง พ.ศ. 2518 ศาสตราจารย์ ดร. เกษม จันทร์แก้วก็ต้องหันมาจับงานเป็นผู้ริเริ่มด้านสิ่งแวดล้อม ในตำแหน่งผู้บริหาร ผู้สอน ผู้ทำงาน ผู้วิจัย ทุกหน้าที่

ตำราและผลงานที่ศาสตราจารย์ ดร. เกษม จันทร์แก้วภูมิใจมากที่สุดจึงเป็น การจัดการลุ่มน้ำ และ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ซึ่งใช้กันทั่วประเทศ จัดพิมพ์เป็นครั้งที่ 5 แล้ว ทั้งสองเล่มนี้ เป็นพื้นความรู้และการศึกษาที่สำคัญ เล่มล่าสุดจะเป็นเรื่อง การจัดการสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นให้ผู้จัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมเข้าใจหลักการผสมผสาน

ด้วยความสามารถใส่ใจในงานและผลงานที่ผลิตมาเป็นประโยชน์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ศาสตราจารย์ ดร. เกษม จันทร์แก้ว จึงได้รับรางวัลผลงานดีเด่นมากมาย ดังเช่น

1. ประกาศนียบัตรชมเชย จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2518 เรื่องลักณะอากาศใกล้ผิวดินของป่าดิบแล้ง สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา

2. ประกาศนียบัตรชมเชย จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2525 เรื่อง การวิจัยเกี่ยวกับการจัดการลุ่มน้ำบนภูเขา

3. นักวิทยาศาสตร์การเกษตรดีเด่น ประจำปี 2536 จากสมาคมวิทยาศาสตร์การเกษตรแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

4. นักวิทยาศาสตร์เกษตรดีเด่น ประจำปี 2539 จากสมาคมวิทยาศาสตร์การเกษตรแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิวิทยาศาสตร์การเกษตรแห่งประเทศไทย

ผลงานวิจัยที่ยอมรับกันทั่วไป ได้แก่

1. การเคลื่อนย้ายธาตุอาหาร โดยขบวนการกัดชะดินจากป่าเบญจพรรณแม่หวด ได้รับทุนอุดหนุนวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2517-2523

2. การวิจัยเกี่ยวกับการจัดการลุ่มน้ำบนภูเขา ได้รับทุนอุดหนุนวิจัยงบประมาณประจำปีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2517-2523

3. การวิเคราะห์ชนิดและปริมาณเชื้อราและบักเตรีในลุ่มน้ำป่าดิบเขาดอยปุย เชียงใหม่ ได้รับทุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ พ.ศ. 2521-2522

4. ลักณะทางอุทกวิทยาแหล่งน้ำกร่อยบริเวณป่าชายเลนของประเทศไทย ได้รับทุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ พ.ศ. 2524-2525

5. ผลกระทบของการใช้ดินบนภูเขาต่อน้ำหน้าผิวดินบริเวณสถานีวิจัยลุ่มน้ำห้วยคอกม้า ดอยปุย เชียงใหม่ ได้รับทุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ พ.ศ. 2523-2526

6. ผลกระทบของการใช้ที่ดินต่อปริมาณการแปดเปื้อนวัตถุมีพิษในดิน ตะกอน น้ำ และพืชบริเวณลุ่มน้ำบางปะกง ได้รับทุนจากสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2527-2528

7. เทคโนโลยีการแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมของการใช้ที่ดินลุ่มน้ำบนภูเขา จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับทุนจากทุนอุดหนุนวิจัยงบประจำปีของมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2529-2534

8. การจัดและการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ต้นน้ำลำธารที่สำคัญของประเทศไทย ได้รับทุนอุดหนุนวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2535-2537

9. โครงการศึกษาเพื่อกำหนดชั้นคุณภาพลุ่มน้ำที่สำคัญของประเทศไทย (ภาคกลาง ตะวันตก ป่าสักและแม่กก) ได้รับทุนจากสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2536-2537

10. โครงการศึกษาวิจัยและสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้รับทุนจากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) พ.ศ. 2541

ความภาคภูมิใจในชีวิตการทำงานให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์คือ การเป็นหัวหน้าภาควิชาอนุรักษ์วิทยา คณะวนศาสตร์ ถึง 16 ปี ได้สร้างลุ่มน้ำและสิ่งแวดล้อมเป็นตัวเป็นตน เป็นปึกแผ่น จนเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก ความภาคภูมิใจอันดับต่อมาก็คือ ได้รับการแต่งตั้งเป็นรักษาการคณบดี คณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ ขณะเป็นรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และที่มหัศจรรย์ก็คือ ศาสตราจารย์ ดร. เกษม จันทร์แก้ว สนับสนุนให้มีการแยกคณะได้สำเร็จ เป็น 2 คณะ คือ คณะเศรษฐศาสตร์ และคณะบริหารธุรกิจ และเป็นผู้ผลักดันให้เกิดโครงการ Ex MBA ของเกษตรที่มีชื่อเสียงโด่งดังอันดับหนึ่งของประเทศในปัจจุบัน

ศาสตราจารย์ ดร. เกษม จันทร์แก้ว ผ่านตำแหน่งบริหารมามากมาย อยู่ในตำแหน่งสั้นบ้าง ยาวบ้าง เช่น หัวหน้าภาควิชา คณบดี รองอธิการบดี อธิบดีกรมป่าไม้ (42 วัน สมัยพลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) และที่ภาคภูมิใจมากอีกตำแหน่งหนึ่งคือ การเป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์

หลังจากอาจารย์เกษียณอายุราชการมาร่วม 4 ปีแล้ว อาจารย์ก็ยังต้องทำงานในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อยู่ต่อไป เป็นอาจารย์พิเศษวิทยาลัยสิ่งแวดล้อม รักษาการคณบดีวิทยาลัยสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิของหลายสถาบัน ทั้งของรัฐและเอกชน โดยเฉพาะสาขาวิชาด้านการจัดลุ่มน้ำ สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรและเทคโนโลยีซึ่งจะปรากฏ ชื่อของอาจารย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ควบคู่ไปกับสาขาวิชาเหล่านั้นด้วย

เกี่ยวกับการให้ข้อคิดต่อการเรียนการสอนในอดีตและปัจจุบันนั้น อาจารย์ให้ความนิยมชมชอบกับในอดีตสมัยที่อาจารย์เรียนมากกว่า เพราะในอดีตนั้น นิสิตต้องใช้ตำราภาษาอังกฤษ ต้องพกพจนานุกรมติดตัว เพราะหนังสือตำราภาษาไทยมีน้อยมาก ต้องอ่านตำรามาก่อนอาจารย์สอน เพราะเป็นการเรียนที่ต้องเข้าใจเหตุผล การตอบก็ต้องใช้เหตุผล ความรู้รอบที่ลึกซึ้ง ผิดกับนิสิตสมัยนี้ที่เข้าเรียนเหมือนถูกบังคับ จดเลเชอร์ตาม แล้วก็ดูมาสอบ การสอบก็ง่ายที่เป็นปรนัย จึงทำให้ใช้ภาษาไทยกันไม่เป็น

ศาสตราจารย์ ดร. เกษม จันทร์แก้ว ใช้ชีวิตอยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ถึง 43 ปี ความประทับใจและความทรงจำที่ดีๆ เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จึงมีมาก อาจารย์ชี้ว่าความผูกพันของนิสิตที่มีต่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นนิสิตเก่าหรือนิสิตใหม่ จะมีรูปแบบไม่เหมือนสถาบันอื่น เป็นความรู้สึก ความผูกพันด้วยจิตวิญญาณ ไม่ว่าจะเป็นความผูกพันของอาจารย์ต่อมหาวิทยาลัย ของอาจารย์ต่ออาจารย์ ของอาจารย์ต่อลูกศิษย์ ของลูกศิษย์ต่ออาจารย์ และของลูกศิษย์ต่อลูกศิษย์เอง

สุดท้าย ศาสตราจารย์ ดร. เกษม จันทร์แก้ว ขอชื่นชมที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เห็นคุณค่าของบุคลากรของมหาวิทยาลัย และให้ความสำคัญของคนเก่าคนแก่

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ที่ได้รับชั้นสูงสุดคือ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (พ.ศ. 2540)

ศาสตราจารย์ ดร. เกษม จันทร์แก้วเป็นประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาและกรรมการวิชาเอก วิชารองประจำตัวนิสิตนักศึกษา ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกหลายสถาบัน เป็นที่ปรึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของทบวงมหาวิทยาลัย อาจารย์พิเศษสอนระดับปริญญาตรี ปริญญาโทในวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมให้แก่สถาบันต่างๆ เป็นวิทยากรบรรยายในการสัมมนาต่างๆ ผู้เขียนตำราด้านลุ่มน้ำและด้านสิ่งแวดล้อมเผยแพร่เป็นที่รู้จักทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ

แหล่งข้อมูล

เกษม จันทร์แก้ว. สัมภาษณ์, 17 ตุลาคม 2544.

เกษม จันทร์แก้ว. สมุดประวัติประจำตัวข้าราชการสำนักนายกรัฐมนตรี, 2509.